ตอนที่ 961
บทที่ 961 ตะวันรอนสะท้อนจิตใจ ตะวันแย้มสาดส่องต้องประสงค์
October 22, 2026
บทที่ 961 ตะวันรอนสะท้อนจิตใจ ตะวันแย้มสาดส่องต้องประสงค์
“อวี้หลิวเฉิน!”
เสียงลมเย็นเยียบทอดมาจากความว่างเปล่า ในนั้นแฝงความเคร่งขรึม แฝงจิตสังหาร นั่นคือเสียงของเทพสายลมจากเผ่าราชันประกาศิตอุดรที่อยู่ไกลออกไป
แต่ก็มีแค่นั้น
อวี้หลิวเฉินที่ไม่มีกระบี่เสียบหน้าอกย่อมฟื้นฟูพลังบำเพ็ญของตนได้โดยไม่มีอุปสรรคใด และหลายหมื่นปีก่อนหน้านี้องค์ท่านก็อยู่ในขั้นแท่นเทวะ
แม้แข็งกล้าเช่นเผ่าราชันประกาศิตอุดรไม่เกรงกลัวแท่นเทวะ แต่ไม่ถึงขั้นจำเป็นยังคงไม่อยากไปมีเรื่องมากนัก โดยเฉพาะแท่นเทวะที่ไม่ได้เลือกจากความศรัทธาของกลุ่มเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
ความเจ็บช้ำนี้จึงได้เพียงกล้ำกลืน
ยามนี้แต่ละฝ่ายก็เกิดความคิดมากมายเพราะการปรากฏของฉากนี้
มีเพียงมหาจักรพรรดิที่อยู่กลางอากาศ มือถือเงากระบี่ จ้องมองทั่วทิศ
สายตาเลื่อนไปที่ใดล้วนเกิดคลื่นในความว่างเปล่า เทพเจ้าในนั้นถอยแล้วถอยอีก ไม่กล้าเผชิญหน้า
จิตเทพจากเผ่าแข็งแกร่งต่างๆ ก็สั่นสะเทือน ทยอยถอนกลับ
เดิมนึกว่าจักรพรรดิครองกระบี่ใกล้มอดดับแล้ว แต่ฉากเมื่อครู่พลิกฟ้าพลิกดิน ยามนี้ไม่มีใครอยากเอาชีวิตไปลองเชิงครั้งสุดท้าย
ด้วยไม่แน่ใจว่ามาถึงตอนนี้จักรพรรดิครองกระบี่…ยังมีไม้ตายอีกหรือไม่ และกำลัง…ล่อเหยื่ออยู่หรือเปล่า
แต่ละฝ่ายจึงนิ่งเงียบ
เวลาผ่านไปทีละนิดเช่นนี้ หลายสิบลมปราณถัดมา เพลิงเทวะบนกายจักรพรรดินีลุกโชนเทียมฟ้า
บัดนี้ฟ้าดินกลายเป็นสีทอง เพลิงเทวะไร้สิ้นสุดก่อพลังทรงอานุภาพกวาดม้วนขอบฟ้า
ห่างจากความสำเร็จ…
เพียงสิบกว่าลมปราณ!
จักรพรรดิครองกระบี่ที่อยู่กลางอากาศก็จับตาที่จักรพรรดินีเช่นกัน บนหน้าเผยรอยยิ้ม
เพียงแต่ส่วนลึกของรอยยิ้มนี้ซ่อนความเหนื่อยล้าสาหัสเอาไว้
เขาในตอนนี้ใกล้มอดดับอย่างแท้จริง
แม้เขาอยากให้กระบี่ในมือเปล่งแสงแวววามต่อไปได้ แต่สุดท้ายความอ่อนแอที่ถูกซ่อนไว้ในกายยังคงแผ่ขยาย ทำให้กระบี่เล่มนั้นใกล้ประคองไม่อยู่
ราวกับเงาวิญญาณของเขาเริ่มสลายจากภายใน
แต่เขายังฝืนประคอง อย่างน้อยเบื้องหน้าก็ทำให้ความทรงพลังของตนยังคงอยู่
เขาหมายประคองให้ถึงชั่วเวลาที่จักรพรรดินีเป็นเทพสำเร็จ
จากนั้นพริบตาที่ชีวิตเลือนหาย เขาอยากไปดูโลกใบนี้ ดูเผ่ามนุษย์บนที่นี้และดูพิภพที่เศร้าโศกเป็นครั้งสุดท้าย
หากเทียบกับความอ่อนแอของมหาจักรพรรดิ เพลิงเทวะของจักรพรรดินียิ่งโชติช่วง
ฟ้าดินในใจมหาจักรพรรดิมืดหม่น แต่โลกภายนอกอันเป็นฟ้าดินของจักรพรรดินียิ่งทองอร่าม
กลิ่นอายเทพเจ้าจากตัวจักรพรรดินีกำลังยกระดับขั้นสุดท้าย เกิดเป็นเสียงฟ้าผ่าไร้สิ้นสุด ระเบิดกฎเกณฑ์ ทำลายฐานวิถี
ชีวิตกำลังเปลี่ยนแปลง!
ภาพฉากนี้ทำให้คนทอดถอนใจ
ด้านหนึ่งหมดสิ้นอายุขัย ด้านหนึ่งพลังชีวิตเต็มเปี่ยม
‘เหมือนหมุนเวียนสับเปลี่ยน…’
มหาจักรพรรดิพึมพำในใจ ความเหนื่อยล้าไร้สิ้นสุด ความอ่อนแอไร้ขีดจำกัดท่วมเขาจมจากในสู่นอกราวกระแสน้ำจากบรรพกาล ทำให้ดวงตาที่เฉียมคมมาตลอดของเขาเกิดความขุ่นมัว
จิตใจที่พร้อมด้วยสติปัญญามาทั้งชีวิตเกิดฝุ่นธุลี
ขณะพร่าเลือน
ความขุ่นมัวนี้สะท้อนเป็นสีแดงโดยไม่รู้ตัว
ฝุ่นธุลีนี้กลายเป็นแผ่นกระดาษโดยไร้สุ้มเสียง
สีแดงกับแผ่นกระดาษหลอมรวมเข้าด้วยกัน เกิดเป็น…มนุษย์กระดาษสีแดงห้าตัว
สีหน้าคล้ายร้องไห้คล้ายแย้มยิ้ม
สี่ตัวในนั้นพลันปรากฏรอบร่างวิญญาณจักรพรรดิครองกระบี่ หนึ่งในนั้นกลับปรากฏภายในร่างวิญญาณของเขา
จากนั้น ด้วยเสียงเลื่อนลั่นจากสายฟ้า ด้วยเสียงครวญครางจากบรรพกาล มนุษย์กระดาษห้าตัวนี้ล้วนสีหน้าละโมบเด่นชัด พลันพุ่งเข้าไปจากสี่ทิศ!
มนุษย์กระดาษที่ปรากฏในร่างวิญญาณมหาจักรพรรดิกลับละลายทันใด กลายเป็นสีโลหิตคืบขยายทั่ววิญญาณ ผสานกับมนุษย์กระดาษที่มาจากรอบทิศในฉับพลัน!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป
และจังหวะก็แม่นยำถึงขีดสุด
ในชั่วขณะที่จักรพรรดินีใกล้สำเร็จ ในจุดที่จักรพรรดิครองกระบี่อ่อนแอที่สุด เข้าขั้นวิกฤติใกล้ประคองไม่ไหว มนุษย์กระดาษห้าตัวนั้นใช้ความอดทนเหนือเหล่าเทพ ใช้วิธีชำนาญการล่าเหยื่อราวอสรพิษที่หลบซ่อนในห้วงเวลา
แยกคมเขี้ยวออกมา
โจมตีหมายเอาชีวิต!
มนุษย์กระดาษลงมาครอบเงาวิญญาณมหาจักรพรรดิ
หลอมรวมในชั่วลมปราณ
ฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายมหาจักรพรรดิถูกลบเลือน กระบี่ในตัวสวี่ชิงส่งเสียงเศร้าโศกถึงขีดสุด
และกลางอากาศ มนุษย์กระดาษเพียงหนึ่งที่เกิดจากการครอบเงาวิญญาณมหาจักรพรรดิไว้ในนั้น ยามนี้ส่งเสียงหัวเราะพึงพอใจ
“ในที่สุดก็ได้แสงกึ่งเซียนดับสลายมาครอบครอง”
ยามนี้ ผู้แข็งแกร่งแต่ละฝ่ายล้วนจิตใจสั่นสะเทือน
พริบตานี้ เทพเจ้าทั้งหลายล้วนเกิดคลื่นในจิตวิญญาณ
ฉากนี้ สรรพชีวิตทั่วฟ้าดินล้วนส่งเสียงที่ไม่มีใครได้ยินทั่วดินแดนต้องประสงค์
นภาเลื่อนลั่น ปฐพีพลิกม้วน โชคชะตาเผ่ามนุษย์คร่ำครวญสะท้านสะเทือน เผ่ามนุษย์ยามนี้ไม่ว่ากลุ่มขุนนางหรือประชาชนล้วนขบเขี้ยวขึงตา จิตใจคำรามลั่นที่สุดในชีวิต
ฟ้า ถล่มลง!
มหาจักรพรรดิ สิ้นชีพ!
“มหาจักรพรรดิ!!”
เงาร่างเป็นสายพุ่งขึ้นตามสัญชาตญาณ เสียงคำรามเจือความโศกเศร้าโมโหไร้สิ้นสุดดังก้องฟ้าดินเผ่ามนุษย์
เห็นมหาจักรพรรดิเป็นเช่นนั้นกับตา เผ่ามนุษย์ไม่ว่าแข็งแกร่งอ่อนแอล้วนยากรับได้
ยามนี้ความเดือดดาลเทียมฟ้า ความบ้าคลั่งสะเทือนโลกาจุดขึ้นในสายเลือดเผ่ามนุษย์ แผดเผาจิตใจเผ่ามนุษย์ทุกคนราวกับเปลวเพลิง
นัยน์ตาสวี่ชิงแดงฉาน ไม่เอ่ยคำใด
นิสัยเขาก็เป็นเช่นนี้ ยิ่งจิตสังหารรุนแรงยิ่งไม่ส่งเสียง ยามนี้ร่างพลันพุ่งออกไป กระบี่จักรพรรดิในกายเกิดเสียงหวืดหวือ ส่องสว่างทั่วทิศ