ตอนที่ 977
บทที่ 977 อเวจีพันลี้
October 22, 2026
บทที่ 977 อเวจีพันลี้
ในชั่วพริบตา เสียงของสวี่ชิงดังก้องกังวานไปทั่วใต้สมุทร
เสียงกระแสน้ำปั่นป่วนดังไปทุกทิศทาง
เสียงแหวกว่ายของปลาทั้งปวงจากน่านน้ำโดยรอบ เสียงครวญครางของอสูรทะเลเหล่านั้น เสียงหายใจของท้องทะเลลึก…
รวมถึงเสียงหัวใจเต้น เสียงโลหิตไหลเวียน และเสียงร่างถอยร่นจนเกิดเสียงดังของบุตรแห่งฝูเสียและผู้คุ้มครองเก้าคนของเขาในห้วงเวลานี้ ทั้งหมดล้วนประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน
ประสานเข้ากับเสียงสวรรค์รับจันทร์ที่บรรเลงโดยท่อนมือขาดด้วน ก่อเกิดเป็นท่วงทำนองประสานเสียงอันยิ่งใหญ่ น่าอัศจรรย์ แผ่กระหึ่มสะท้านทุกทิศทาง
ครั้นจบสิ้นท่วงทำนอง ถึงคราวสังหาร
อานุภาพสังหารพิศวงที่ก่อตัวขึ้น ถล่มทลายท้องฟ้า
กวาดกระหน่ำสี่ทิศ กระตุ้นพลังน่าสะพรึงกลัว ทำให้ผืนสมุทปั่นป่วน ก่อเกิดพลังสะกดบ้าคลั่ง
พลานุภาพทลายขุนเขา พลิกมหาสมุทน กดข่มทุกสรรพสิ่ง
ณ ที่ที่เสียงผ่านไป บุตรแห่งฝูเสียและผู้คุ้มครองของเขาต่างใจสั่นสะท้าน เปิดฉากใช้พลังวิเศษของตนในทันทีทันใด ขยายร่างของพวกเขาให้ใหญ่โตขึ้นในพริบตา ประหนึ่งเลือดเนื้องอกเงยขึ้นมาได้
นั่นคือพลังพรสวรรค์ของพวกเขา ปลุกเร้าเลือดเนื้อต่างเผ่าที่ช่วงชิง หลอมรวมมาทั้งชีวิตออกมาทั้งหมดในชั่วขณะนี้
ประหนึ่งผีร้าย รูปลักษณ์ยังแตกต่างกันไปอีกด้วย
ในเวลานี้ ต่างสำแดงอำนาจพร้อมเพรียงกัน ต้านทานพายุเสียงอำนาจเทพเจ้าของสวี่ชิง
เสียงกึกก้องกัมปนาทสะท้านฟ้าดิน อำนาจแห่งเสียงทำลายล้างดั่งพายุโหมกระหน่ำ พัดพาร่างของฝูงชนกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง ในขณะเดียวกันยังก่อตัวเป็นกระแสวนขนาดยักษ์ ณ ที่แห่งนี้
กระแสวนนี้ครอบคลุมรัศมีพันลี้ อีกทั้งยังก่อตัวเป็นผนึกจองจำ
เมื่อมองจากระยะไกล ประดุจก้อนเสียงยักษ์ลูกหนึ่ง
พันลี้ภายนอก เสียงจากใต้ทะเล ทั้งใกล้และไกล ล้วนถูกดูดกลืนเข้ามาอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา ทำให้แรงระเบิดเสียงภายในกระแสวนนี้ ยังดังต่อเนื่องไร้ที่สิ้นสุด
พลังสังหารของสวี่ชิง อาจกล่าวได้ว่า เป็นวาจาประกาศิต บังเกิดผลในชั่วพริบตา
ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่ผู้บำเพ็ญจากแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีเหล่านี้ต่างตกตะลึงและต้านทานด้วยจิตใจที่ปั่นป่วนผันผวนอย่างรุนแรง สวี่ชิงกลับยืนหยัดขึ้นอย่างเฉยชา
ในดวงตาของเขาฉายแววเย็นเยียบ ภายในรัศมีพันลี้แห่งนี้ ร่างเงาของผู้บำเพ็ญแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีที่ถูกพลังระเบิดเสียงของเขากวาดกระจัดกระจายไป ปรากฏขึ้นในปัญญาแห่งเทพของสวี่ชิง
นี่คือสมรภูมิรบของเขา
เดิมทีถูกเตรียมไว้สำหรับยักษ์ลากราชรถ ทว่าในเวลานี้ยักษ์ยังมิมา ผู้บำเพ็ญจากแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณีเหล่านี้ จึงต้องรับเคราะห์แทน
และเดิมทีสวี่ชิงมิได้คิดจะเข่นฆ่า ทว่าเมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้มีเจตนาร้ายอย่างชัดเจน ตามหลักการของสวี่ชิง จึงจำต้องกำจัดพวกเขาทิ้ง
ในเวลานี้ ท่ามกลางเสียงคำรามกระหึ่มของอำนาจแห่งเสียง สวี่ชิงก้าวเท้าไปข้างหน้าแต่เพียงหนึ่งก้าว
เหยียบย่างเข้าสู่ห้วงเสียง หายไปอย่างไร้ร่องรอย ปรากฏกายอีกครั้ง…ในห้วงเสียงดังเดิม
เบื้องหน้าผู้คุ้มครองคนหนึ่ง
รูปลักษณ์ของคนผู้นี้แตกต่างจากเผ่ามนุษย์อย่างมาก ร่างกายใหญ่โตนับสิบจั้ง มีสี่แขน ร่างกายซูบผอม ศีรษะเล็กจ้อย มีเพียงทรวงอกเท่านั้นที่โป่งนูนขึ้น กำลังบิดเบี้ยว
ดูน่ากลัวและพิลึกพิสดารยิ่งนัก ยามนี้เขากำลังทำปางมือ โลหิตข้นคลั่กพุ่งกระฉุดออกมาจากทั่วสรรพางค์ พร้อมทรวงอกที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ขณะถอยร่น เขายังกลืนกินเสียงรอบข้าง
ผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีผู้นี้ไม่ธรรมดา หรือจะพูดให้ชัดเจนคือ หัวใจของเขาไม่ธรรมดา สามารถกลืนกินสรรพเสียงได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในเสี้ยววินาทีที่สวี่ชิงปรากฏกาย ผู้บำเพ็ญผู้นี้สัมผัสถึงภัยคุกคามในใจ พลันเงยหน้าขึ้น โบกสะบัดแขนทั้งสี่ ก่อนจะเข้ากดลงในบริเวณที่สวี่ชิงปรากฏกาย
ทว่าสิ่งที่รอคอยเขา คือเสียงคำรามเย็นชาในระยะประชิด
เสียงคำรามเย็นชานี้ ปะทุไปทั่วทุกสารทิศ อำนาจแห่งเสียงที่ก่อตัวขึ้นมีพลังทลายฟ้า เหนี่ยวนำเสียงจากสี่ทิศให้มาถึงในชั่วพริบตา โอบล้อมรอบกายผู้บำเพ็ญผู้นี้ ก่อตัวเป็นก้อนเสียงลูกน้อยภายในก้อนเสียงขนาดพันลี้
ภายในนั้นผันผวนรุนแรง สรรพเสียงปะทะกัน อานุภาพสั่นสะเทือนรุนแรง พร้อมด้วยคลื่นความผันผวน ทำให้สีหน้าของผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีผู้นั้นแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สัมผัสได้ถึงวิกฤติเป็นตาย
ในห้วงเวลาวิกฤติ เขามิเอ่ยถ้อยคำใด โลกทั้งสามปรากฏขึ้นบนร่างโดยไร้สุ้มเสียง ยิ่งไปกว่านั้น ในเสี้ยววินาทีที่ปรากฏ ทรวงอกของเขากลับปริแตกออกเอง เผยให้เห็นหัวใจพิเศษสีขาวที่อยู่ภายใน!
บนหัวใจดวงนั้นเต็มไปด้วยรอยประทับโบราณ ในเสี้ยวขณะที่มันเผยร่างโดยสมบูรณ์ หัวใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระแสวน พลังกลืนกินเสียงพลันทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ยิ่งก่อตัวเป็นห้วงมายาปีศาจ กระทบไปทุกทิศทาง
หัวใจดวงนี้มิธรรมดา นามว่า ดวงใจมารเก้ามายา มาจากเผ่าพันธุ์พิศวงเผ่าพันธุ์หนึ่งในห้วงดารา เผ่าพันธุ์นี้ทารกในวัยเยาว์ก็มีพลังบำเพ็ญขั้นปราณก่อกำเนิด ผู้ใหญ่สามารถบรรลุถึงมหาขั้นเตรียมสู่เทวะขั้นสูงสุด
ถูกผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีผู้นี้ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อให้ได้มา และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้เขาทะยานสู่จุดสูงสุด จากชาวเผ่าสามัญชนทั่วไปมาสู่จุดที่เขาเป็นในทุกวันนี้ ในแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี
ยามนี้บนปากเหวแห่งความเป็นความตาย ตัวเขาทุ่มกำลังปลุกเร้าพลังของหัวใจดวงนี้ พยายามพลิกผันความเป็นความตาย
ทว่า…หัวใจดวงนี้แม้จะมิธรรมดา ทว่าสวี่ชิงที่เขาเผชิญหน้าอยู่นั้น ได้ก้าวข้ามความมิธรรมดาไปแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมรภูมิรบแห่งนี้ เป็นสิ่งที่สวี่ชิงจัดเตรียมไว้เพื่อยักษ์ลากราชรถ เขาฝังเสียงต่างๆ ล่วงหน้าไว้มากมาย เมื่อได้รับการชี้นำและกระตุ้นจากเขาเอง อานุภาพสังหารที่ปะทุขึ้นมาจึงน่าสะพรึงกลัว
เสียงต่างๆ ถาโถมเข้ามายิ่งขึ้น
ดังนั้นในชั่วพริบตา หัวใจวิเศษนี้ก็มิอาจกลืนกินเสียงมากมายเพียงนี้ได้ กลับทนต่อแรงสั่นสะเทือนต่อไปไม่ไหว ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้การสั่นพ้องของก้อนเสียง
พร้อมกันนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าเวทนา กลับกลายเป็นคมมีด แยกชิ้นส่วนร่างของผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีผู้นี้แทน
ม่านโลหิตสลายไป มลายสิ้นทั้งรูปและนาม
ร่างของสวี่ชิง แปลงกายเป็นวิหคทอง โผบินออกจากก้อนเสียงที่กำลังพังทลาย
ขณะที่กำลังส่องแสงสว่างอยู่กลางเวหา กลับปรากฎหอกยาวสีดำทมิฬหลอมรวมเข้าสู่ห้วงเสียง พุ่งเข้าใส่ผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีอีกคนในทิศทางอื่น
การเคลื่อนที่เช่นนี้ มิอาจใช้ความเร็วมาอธิบายได้โดยง่าย กล่าวได้ว่าประหนึ่งภูติผีปีศาจ ที่ใดมีเสียงสถิตอยู่ มันก็จะไปปรากฎตัวที่นั่น
พิศวงน่าตื่นตะลึง ในขณะเดียวกัน ก็เหมาะสมกับการเข่นฆ่าอย่างยิ่ง
ในเวลานี้ หอกยาวพลันผ่าแหวกความว่างเปล่า ปรากฏกายอีกครั้งก็เบื้องหน้าผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีคนที่สอง แทงทะลวงอย่างรุนแรง
การเป็นผู้คุ้มครองของบุตรแห่งฝูเสียได้ ความแข็งแกร่งของพลังบำเพ็ญเป็นเพียงพื้นฐาน สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือศักยภาพ ผู้ที่มีศักยภาพเพียงพอเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติเป็นผู้คุ้มครองได้
เพราะสิ่งที่เรียกว่าการคุ้มครองนั้น ด้านหนึ่งคือการปกป้องบุตรแห่งฝูเสีย ทว่าพันธกิจที่สำคัญยิ่งกว่า คือการเติบโตไปพร้อมกับเขา
เพราะตามรายชื่อจัดอันดับ หลังจากที่ฝูเสียเลื่อนขั้นเป็นเจ้าเหนือหัว บุตรของเขาจะกลายเป็นหัวหน้าเผ่ารุ่นเยาว์
เหล่าผู้คุ้มครองเหล่านี้ จะต้องอยู่เคียงข้างเขาตลอดเส้นทางการเติบโต จวบจนในที่สุดกลายเป็นเสาหลักของเผ่าพันธุ์
ดังนั้นผู้คุ้มครองคนแรกที่ถูกสวี่ชิงสังหารไปก่อนหน้า แม้จะมีพลังบำเพ็ญเพียงขั้นสามเท่านั้น ทว่าในความรู้สึกของสวี่ชิง กลับมิได้แตกต่างจากขั้นสี่สูงสุดสักเท่าไร
ในระดับหนึ่ง สถานะและตัวตนของพวกเขา สำคัญยิ่งกว่าผู้บุกเบิกทั้งสองที่สวี่ชิงสังหารไปก่อนหน้านี้มาก
และผู้บุกเบิกนั้น ความแข็งแกร่งจะต่างกันไปตามระดับของแดนศักดิ์สิทธิ์
ส่วนคนผู้นี้ในเวลานี้ ยิ่งมิใช่คนธรรมดา
ในเสี้ยววินาทีที่หอกยาวประชิดกาย ในดวงตาผู้คุ้มครองผู้นี้ฉายประกายเฉียบคม อดทนต่ออานุภาพสังหารของอำนาจแห่งเสียง เลือกที่จะประสานปางมือต่อไปโดยไม่คำนึงว่าตนเองจะบาดเจ็บสาหัสหรือไม่
ในพริบตา ร่างกายของเขากลับหายวับไปจากที่เดิม
หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำทะเลโดยรอบ!
ร่างเนื้อของเขา มาจากเผ่าพันธุ์เผ่าพันธุ์หนึ่งในห้วงดาราที่ดำรงชีพด้วยทะเลแต่กาลก่อน เหตุที่ก่อนหน้านี้มิได้เลือกที่จะหลอมร่างเข้ากับทะเล เป็นเพราะต้องการสงวนไพ่ตายเอาไว้ เตรียมพร้อมลงมือในช่วงเวลาสำคัญ
ยามนี้เมื่อเห็นสวี่ชิงกำลังไล่ฆ่า เขามิลังเลที่จะแปลงกายเป็นน้ำทะเล เสือกไสน้ำทะเลไปในทิศทางต่างๆ ส้รางพลังกระแสน้ำขึ้นลง โถมกระหน่ำใส่หอกยาวสีดำทมิฬฉับพลัน
ในขณะเดียวกัน น้ำทะเลในห้วงกระแสน้ำขึ้นลง ยังก่อตัวเป็นพลังพันธนาการ หมายจะรัดรึงหอกยาวสีดำทมิฬเอาไว้
นอกเหนือจากนั้น เขายังแผ่ประสาทสัมผัสออกไป แจ้งข่าวแก่ผู้คุ้มครองคนอื่นๆ ผ่านน้ำทะเล
“ก็แค่เจ้าดินแดนคนหนึ่ง แล้วอย่างไรเล่า!”
จิตเทพไหลบ่าแผ่ปกคลุมไปทั่วผืนน้ำ
ในเวลาเดียวกัน ผู้บำเพ็ญเผ่าบ่อเกิดกาลกิณีคนอื่นๆ ที่เผชิญหน้ากับอำนาจแห่งเสียง ต่างเปิดฉากสำแดงพลังของตน พยายามที่จะทลายพลังครอบงำของอำนาจแห่งเสียง แม้ผลลัพธ์จะธรรมดา พวกเขาต่างได้รับบาดเจ็บ