ตอนที่ 978
บทที่ 978 ดุจเทพเจ้าจุติ
October 22, 2026
บทที่ 978 ดุจเทพเจ้าจุติ
ชั่วชีวิตนี้ของสวี่ชิง มิรู้สึกแปลกแยกต่อการเข่นฆ่าอีกแล้ว
นับแต่เยาว์วัย สิ่งนี้กลายเป็นสัญชาตญาณของเขา ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ต้องเผชิญกับความชั่วร้าย ความโหดเหี้ยมนานัปการ หากต้องการอยู่รอด…
ก็ต้องเข่นฆ่า
กำจัดเหล่าศัตรูผู้มุ่งร้าย สันติสุขจึงบังเกิดแก่ตน
จากถ้ำยาจก สู่ฐานที่มั่นคนเก็บกวาด สำนักเจ็ดเนตรโลหิตมณฑลรับเสด็จราชัน เขตปกครองผนึกสมุทร แดนใหญ่เซ่นจันทรา เมืองหลวงจักรพรรดิเผ่ามนุษย์ แดนใหญ่นภาคิมหันต์…
หนทางชีวิตของเขาเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด
สวี่ชิงจำมิได้ว่าสังหารผู้คนไปมากน้อยเพียงใด ตำราไม้ไผ่มิพอจดจารเสียนานแล้ว
บางที คงมีเพียงพายุเหมันต์แห่งยมทูตที่ติดตามการเข่นฆ่าของเขาเท่านั้น ที่ล่วงรู้จำนวนที่แท้จริง
เพราะมันพัดผ่านทุกดินแดนที่สวี่ชิงเหยียบย่าง
จวบจนบัดนี้ พายุเหมันต์แปรเปลี่ยนเป็นกระแสทมิฬ แผ่ขยายไปทั่วห้วงสมุทร
ไร้เสียงร่ำไห้ ทว่าจิตสังหารที่แฝงเร้น กลับกึกก้องกว่าเสียงใด
เฉกเช่นดวงจันทร์สีม่วงทอแสงอยู่เบื้องบน แสงจันทร์สีม่วงดุจคมกระบี่ เมื่อท่านได้ยล มันจะทะลวงประสาทสัมผัส แทรกซอนสู่จิตใจ ค้นหาจุดเปราะบาง แล้วบดขยี้ให้แหลกลาญ
หกผู้คุ้มครองที่คุ้มกันบุตรแห่งฝูเสีย ต่างสะท้านสะเทือนในจิตวิญญาณอีกครา
แสงจันทร์ฉานฉายโดยรอบ ฉีกกระชากผืนน้ำ ผ่าแยกความว่างเปล่า ทุกแห่งหนที่แสงจันทร์สาดส่อง ความหนาวเหน็บพลันแผ่ซ่าน
ประหนึ่งหมอกพิษต้องห้ามที่แพร่กระจาย มวลวารีวิปริตปั่นป่วน แปรสภาพเป็นร่างของยมทูต กลืนกินทุกสรรพชีวิต
พิษทิ่มแทงทุกผู้คน คำสาปแช่งมลายสิ้นทุกสิ่ง ดินแดนใต้สมุทรพันลี้ พลันกลายเป็นปรภพ
ดังนั้น…
พิษ โถมเข้าจู่โจม
และเหล่าผู้คุ้มครอง พลันสัมผัสได้ถึงแสงจันทร์ ร่างกายพวกเขาก็กู่ร้องคำราม คมกระบี่แห่งแสงจันทร์ ก่อเกิดเป็นพายุทมิฬแห่งวิญญาณ บุกรุกเข้าไปในความทรงจำ กวาดล้างชีวิตของพวกเขา
ผู้คุ้มครองร่างสูงใหญ่ดั่งภูผาคนหนึ่ง ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ความลับดำมืดที่ซุกซ่อนไว้ในวิญญาณ ถูกแสงจันทร์แผดเผา แปรเปลี่ยนเป็นจุดเปราะบาง แล้วระเบิดออกมา
โลกของเขาพลันกลายเป็นสีม่วง พิษร้ายก็แทรกซึมอย่างแม่นยำในฉับพลันนั้นเอง โดยมีแสงจันทร์เป็นดั่งเชื้อเพลิง ปะทุอยู่ภายในร่างของเขา
ในพริบตาร่างของชายร่างใหญ่ก็ผุพังเน่าเปื่อย แปรสภาพเป็นธารโลหิตท่ามกลางเสียงร่ำไห้โหยหวน
ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า สร้างความตระหนกตกตะลึงแก่เหล่าผู้บำเพ็ญจากแดนศักดิ์สิทธิ์บ่อเกิดกาลกิณี พวกเขาสัมผัสได้ถึงวิกฤตการณ์ความตายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดินแดนพันลี้แห่งนี้ซึ่งถูกผนึกอย่างชัดเจน ทำให้การติดต่อสื่อสารภายนอกถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
การสูญเสียผู้คุ้มครองไปถึงสี่คน ทำให้จิตใจของผู้ที่เหลือมืดมิดด้วยเมฆหมอกแห่งความหวาดหวั่น
เมื่อครู่ที่พวกเขาเพิ่งพบสวี่ชิง พวกเขาคิดว่าสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ ทว่าบัดนี้…ความคิดนั้นได้แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
แต่ถึงกระนั้น ในฐานะอัจฉริยะฟ้าประทาน แม้ในสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้ เจตจำนงของพวกเขาเพียงสั่นคลอนชั่วคราว มิได้หวั่นไหวมากนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตรแห่งฝูเสีย แม้จะเป็นคนเสเพล ทว่าจิตใจของเขาก็ยังคงคู่ควรกับสถานะของเขา แม้ต้องเผชิญหน้ากับการดับสูญของผู้คุ้มครองถึงสี่คน จิตสังหารในใจของเขากลับยิ่งทวีความรุนแรง มิได้สูญเสียสติไป
“แดนสมุทรนี้เป็นสมรภูมิรบของมัน พวกเรารีบถอยเก่อนเถิด เมื่อออกไปข้างนอกได้แล้ว ค่อยรายงานเรื่องนี้ต่อแดนศักดิ์สิทธิ์”
“ถึงเวลานั้น ต่อให้มันมีฐานะสูงส่งเพียงใด แต่การที่มันลงมือกระทำต่อพวกเราก่อน ก็มิใช่ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราจะมิทำตามข้อตกลง”
บุตรแห่งฝูเสียเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้า มิได้สื่อเสียง หากแต่เปล่งวาจาออกมาโดยตรง
เขารู้ว่าสวี่ชิงได้ยิน และหวังว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
จากนั้น เขาก็ถอยร่นอย่างรวดเร็วพร้อมกับผู้คุ้มครองโดยรอบ
ขณะที่พยายามหลบหนีออกจากอาณาเขตแห่งนี้ เขาก็ยังคงควบคุมเข็มที่ได้มาจากจักรพรรดิ
มิได้ปล่อยให้มันลอยละล่องไปไกลนัก หากแต่ทำการผสานเคราะห์กรรมโดยรอบ ทำลายแสงจันทร์ บั่นทอนพิษต้องห้าม
ทั้งยังคงตรึงเป้าหมายไว้ตลอดเวลา ทันทีที่สวี่ชิงปรากฏตัว เข็มเล่มนี้จะรับรู้ได้ในฉับพลัน
ส่วนผู้คุ้มครองอีกห้าคน ก็ต่างงัดไม้ตายของตนออกมา กระตุ้นเร่งพลังอวัยวะหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ล้ำค่าที่สุดอย่างเต็มกำลัง จิตวิญญาณทั้งหมดรวมศูนย์อยู่ที่เข็มเล่มนั้น
เตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจมเต็มกำลังทุกเมื่อ
และแล้ว กาลเวลาก็ล่วงเลยไป
หนึ่งก้านธูปผ่านพ้น เมื่อพวกเขาถอยร่นไปได้หลายร้อยลี้ จู่ๆ เข็มเล่มนั้นก็ส่องแสงวาบ เปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงไปยังเบื้องขวา ทุกแห่งหนที่เข็มจักรพรรดิพุ่งผ่าน ผืนน้ำทะเลก็พลันปั่นป่วน
“ลงมือ!”
บุตรแห่งฝูเสียคำรามเสียงต่ำ ชี้ปลายนิ้ว ดวงตาที่สามกลางหว่างคิ้วเบิกกว้าง ก่อเกิดเป็นลำแสงสีแดงเพลิง พุ่งไปยังทิศทางที่เข็มจักรพรรดิพุ่งไป ทะลวงผืนสมุทรฉับพลัน
ในเวลาเดียวกัน ผู้คุ้มครองทั้งห้าที่รายล้อมอยู่ก็ตั้งสมาธิจดจ่อและพร้อมใจกันลงมือโดยมิมีลังเล
เมื่อมองออกไป พลังปราณจากร่างผู้คุ้มครองทั้งห้าทะยานขึ้น ก่อเกิดเป็นพายุวินาศสันตะโร ภายในพายุนั้น ร่างหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นจิ้งจกยักษ์ ร่างหนึ่งมือขวาขยายใหญ่โตเผยรูปกายของเขาเอง
ยังมีอีกร่างหนึ่งที่พิสดารยิ่งกว่า เขากลายร่างเป็นหอกเลือดเนื้อพุ่งทะยานออกไป
แต่ละร่างแตกต่างกัน ทว่าพลังสังหารกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เมื่อพลังทั้งหมดถาโถมลงไปในฉับพลัน ผืนน้ำทะเลบริเวณนั้นก็ระเบิดออก เกิดเป็นสุญญากาศในชั่วขณะ
คลื่นความผันผวนที่ปะทุขึ้นยังสร้างแรงกระทบที่รุนแรงพอกัน
แต่เมื่อพลังวิเศษกวาดล้างไปทั่วบริเวณ ก็มิได้ปรากฏสิ่งใดให้เห็น ส่วนเข็มจักรพรรดิก็หวนกลับมาในยามนี้
ที่ปลายเข็ม ปรากฏหยาดโลหิตหยดหนึ่ง
เมื่อจ้องมองโลหิตหยดนั้น ดวงตาของบุตรแห่งฝูเสียก็ฉายแววประหลาดใจ หลังสัมผัสรับรู้ก็แน่ใจว่ามิมีภัยอันตราย จึงโยนให้ผู้คุ้มครองที่อยู่ข้างกาย
“ใช้โลหิตนี้สาปแช่ง!”
คนผู้นั้นมิได้รีรอ เมื่อรับโลหิตหยดนั้นมาแล้ว ก็รีบยกมือขึ้นประสานปางมือ โลกหลายใบในร่างพลันปรากฏขึ้น สรรพชีวิตในโลกล้วนสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งเจ้าโลก
ทั้งหมดต่างคุกเข่าลงในโลก ส่งกระแสจิตของตนออกมา ก่อเกิดเป็นคำสาปแช่ง!
“ข้าขอสาปแช่งกายเจ้า ให้ชีพดับสิ้น!”
“ข้าขอสาปแช่งวิญญาณเจ้า ให้หลอมละลาย!”