ตอนที่ 982
บทที่ 982 ชายขอบของเวลา
October 22, 2026
บทที่ 982 ชายขอบของเวลา
เสียงเสียงสวรรค์ดังสะท้อนในใต้ทะเล
กลิ่นอายความตายกำลังใกล้เข้ามา
ไม่ว่าจะเป็นข้างหน้า หรือข้างหลัง
แต่สวี่ชิงที่แปลงเป็นวิหคทอง ตอนนี้ในดวงตาแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น คว้าท่อนแขนขาดเอาไว้ ไปตามท่วงทำนองของเสียงสวรรค์ พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วทั้งหมด
ขณะที่พุ่งไป สายตาของเขาฉายประกายวาบ ยิงเพลิงวิหคทองของตัวเองออกมา
เพียงพริบตา เปลวเพลิงลุกโหมขึ้นมาบนร่างสวี่ชิง ราวว่าใต้ทะเลมีดอกไม้แห่งเปลวเพลิงดอกหนึ่งเบ่งบาน
หอบม้วนไปทั่วทุกสารทิศ
ทุกอย่างนี้ทำให้เขาที่อยู่ใต้ทะเลเจิดจ้าพร่างพราย ราวลูกธนูเปลวไฟ ดึงดูดสายตาทุุกคู่ได้ไปตามสัญชาตญาณ
พุ่งตรงไปทางราชรถสัมฤทธิ์ที่มาเยือนอย่างรวดเร็ว
เสี้ยวขณะนี้ สวี่ชิงในใจว่างเปล่า ความคิดทั้งหมดเขาปิดกั้นมันไว้ข้างนอก ทั้งคนจมอยู่สภาวะที่แปลงเป็นวิหคทอง จมอยู่ในเสียงเพลงบรรเลงจากท่อนแขนขาด
เหมือนวิหคทองตัวหนึ่งจริงๆ เข้าใกล้ไปยังราชรถสัมฤทธิ์เรื่อยๆ
โคลนใต้ทะเลแผ่ออกไป น้ำทะเลดำสนิทยิ่งขุ่นมัว และจากการลุกไหม้ของเปลวเพลิงทั่วร่างสวี่ชิง ในน้ำทะเลขุ่นมัวนี้ก็กลายเป็นจุดดึงดูดสายตา ดังนั้น สายตาของฝูเสียจึงจับจ้องตามมา
ทันทีที่สายตาจับจ้องมา ทั่วตัวของวิหคทองที่แปลงร่างมาจากสวี่ชิงก็สะท้านเฮือก
เขาสัมผัสได้ถึงพลังสายตาของเจ้าเหนือหัวอีกครั้ง หรือพูดได้ว่า สัมผัสได้ถึงน้ำหนักของอำนาจในสายตา
นั่นคือการลบเลือน การตัดเฉือน
ลบร่องรอยทิ้งไป ตัดเฉือนการมีตัวตนอยู่ทิ้ง
ในสายตานี้ เปลวเพลิงสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาก็พลันมอดดับ ถูกตัดขาด
และในตอนนี้เอง ในน้ำทะเลที่ไกล ตัวตนน่าครั่นคร้ามที่อยู่ท่ามกลางความรางเลือนก็ปรากฏขึ้นในสายตาของวิหคทองที่แปลงร่างมาจากสวี่ชิง
นั่นคือยักษ์ตัวใหญ่โตมโหฬารตนหนึ่ง!
ร่างสูงใหญ่ของมันเต็มไปด้วยรยางค์ ขยับไหวไม่หยุด ที่ไหล่ของมันยังแบกโซ่เหล็กเส้นหนาเส้นหนึ่งเอาไว้ด้วย
โซ่เหล็กทอดตัวยาวไปยังที่ไกล ท่ามกลางความรางเลือนจะมองเห็นที่สุดปลายโซ่เป็นราชรถสัมฤทธิ์คันหนึ่ง
ราชรถคันนี้ผุพัง บนนั้นเต็มไปด้วยสนิม เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา แต่ตัวรถสูงใหญ่ รูปสลักที่ทั้งวิจิตรปราณีตแต่ไม่ขาดความยิ่งใหญ่ ทำให้บนนั้นแผ่รัศมีอำนาจจักรพรรดิกลุ่มหนึ่งออกมา
เห็นว่ายักษ์ตอนนี้ลากราชรถสัมฤทธิ์ ก้าวฝีเท้ายาวอยู่ใต้ทะเล ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงมา มหาสมุทรเกิดคลื่นตะกอน ทำให้คลื่นทะเลแผ่ออกไป
สิ่งที่ปรากฏพร้อมกับมันคือเสียงกัดฟันน่ากลัวดังกรอดๆ กรอดๆ!
ทันทีที่ดังขึ้นในหูสวี่ชิง ความหวาดกลัวก็ผุดขึ้นมาในใจเขา แม้ด้วยพลังบำเพ็ญของเขาในตอนนี้ เมื่อพบยักษ์ลากราชรถตนนี้อีกครั้ง ทว่าพลังกดดันที่มาจากอีกฝ่ายก็ยังคงทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นสะท้านไปตามสัญชาตญาณ
แต่ความเร็วของสวี่ชิงไม่ช้าลงเลยแม้แต่น้อย กลับเร็วขึ้นเรื่อยๆ
เพียงพริบตาก็ทะลุผ่านกระแสน้ำเชี่ยว พุ่งทะลุโคลนตม ปรากฏตัวต่อหน้ายักษ์ลากราชรถ
เทียบกับยักษ์ วิหคทองที่แปลงร่างมาจากสวี่ชิงเล็กจ้อยไร้ค่าที่จะพูดถึง
แต่กลิ่นอายของวิหคทอง ตลอดจนเพลงบรรเลงที่ดังมาจากท่อนแขนขาด ในเสี้ยวขณะนี้…ก่อขึ้นเป็นผลกรรมเวรพิเศษ ไม่อาจตัดได้ขาด
ดังนั้น ฝีเท้าของยักษ์หยุดชะงัก เงยหน้าขึ้น
ปล่อยให้วิหคทองที่แปลงร่างมาจากสวี่ชิงปรากฏขึ้นข้างหน้ามา แล้วพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วจากข้างศีรษะของมัน
อาศัยร่างอันใหญ่โตของมันขวางไว้ข้างหน้าฝูเสีย
สวี่ชิงวางเดิมพันได้ถูกแล้ว
เพียงแต่…แทบจะในเสี้ยวพริบตาที่สวี่ชิงประชิดเข้าใกล้ยักษ์ลากราชรถ ฝูเสียดึงสายตาที่จับจ้องไปบนร่างสวี่ชิง
“ตัวเจิดจ้าพร่างพราย ทำให้สายตาของข้าจับจ้องไปตามสัญชาตญาณ จากนั้นอาศัยการขัดขวางจากร่างยักษ์ลากราชรถ ทำให้สายตาที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารของข้าจับจ้องไปที่ยักษ์ตนนี้ จากนั้นก็กระตุ้นเงื่อนไขที่ไม่รู้บางอย่าง สร้างอุปสรรคขัดขวางขึ้นมาอย่างนั้นหรือ”
“เข็มสมบัติของมหาจักรพรรดิที่อยู่กับลูกข้าเล่มนั้น คงอยู่กับเจ้ากระมัง ร้อยเรียงเชื่อมโยงผลกรรมเวรของข้า เจ้ายังทำไม่ได้”
“มีแผนการ แต่ยังไม่มาก”
ฝูเสียเอ่ยราบเรียบ เพียงก้าวเดียวก็ข้ามผ่าน หลบหลีกราชรถ
เรื่องนี้สำหรับเขาแล้วไม่ยาก
ในเมื่อไม่ว่ายักษ์ลากราชรถตนนี้ในยามที่มีชีวิตจะน่าครั่นคร้ามเพียงใด แต่ตอนนี้ก็เป็นแค่ซากศพเท่านั้น ต่อให้ยังเหลือสัญชาตญาณอยู่บ้าง แต่ขอเพียงไม่ไปแตะ ย่อมไม่เป็นอะไร
แต่วิธีของสวี่ชิง ถึงจะถูกมองออก แต่ภายใต้วิกฤตเป็นตายเช่นนี้ จะมีแค่วิธีเหล่านี้ที่ฝูเสียพูดมาได้อย่างไร
ดังนั้น เสี้ยวขณะต่อมา ทันทีที่วิหคทองที่แปลงร่างมาจากสวี่ชิงพุ่งผ่านข้างศีรษะยักษ์ลากราชรถไปอย่างรวดเร็ว ท่อนแขนขาดที่เขาคว้าเอาไว้ ดวงตาที่กลางฝ่ามือก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
ภูตผีมหาศาลปรากฏขึ้นทันใด
บทเพลงเสียงสวรรค์แต่เดิมเปลียนไปในบัดดล กลายเป็นเสียงโหยหวนครวญครางทันควัน
บทเพลงก็ยังคงเป็นบทเพลงนั้น แต่เสียงกลับน่าขนลุก
กลายเป็นเสียงของขบวนร้อยภูตผีแห่งรัตติกาล
ซึ่งก็เป็นเสียงที่สำแดงในยามท่อนแขนขาดข้างนั้นอัญเชิญจันทร์แห่งความเสื่อมโทรมออกมาตอนที่เผชิญหน้ากับสวี่ชิงเมื่อก่อนหน้านี้นั่นเอง
เพียงพริบตา ใต้ทะเลเดือดพล่าน เงาจันทร์เสื่อมโทรมดวงหนึ่ง พลันปรากฏขึ้นข้างหน้ายักษ์ ข้างกายฝูเสีย
ใบหน้าหญิงสาวเหี้ยมเกรียมบนนั้น ดวงตาทั้งสองลืมขึ้น มองไปทางที่นี่ มองไปทางฝูเสีย!
พลังต้องห้ามเทพที่เหมือนคำสาปกลุ่มหนึ่งพวยพุ่งสะท้านฟ้าในเสี้ยวขณะนี้
พลังอำนาจเทพมหาศาลเกรียงไกร
ยักษ์ลากราชรถยิ่งสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ศีรษะก้มลงไป แววตาขุ่นมัวจับจ้องไปทางฝูเสียทันที
ฝูเสียขมวดคิ้ว ร่างหยุดชะงักกลางท้องฟ้า สายตาฉายแววแปลกประหลาด
ขณะเดียวกัน สวี่ชิงทางนั้นก็ทุ่มเททุกอย่าง อาศัยโอกาสนี้ ไหมวิญญาณในร่างลุกไหม้ ลำแสงหลบหนีฉาบวาบขึ้นอีกครั้ง
เพียงพริบตา เงาร่างของเขาก็หายไปจากข้างหลังยักษ์
ในยามที่ปรากฏตัวขึ้น ก็อยู่ห่างออกไปหมื่นลี้แล้ว
บนผิวน้ำ
เงาร่างสวี่ชิงพลันปรากฏขึ้นมา ปากกระอักเลือดไม่หยุด ปรอทเซียนที่ไหลออกมาจากกายเนื้อปริแตกมากยิ่งขึ้น ผสมไปกับเลือด หยดลงไปในมหาสมุทร
ฝีเท้าโซเซยิ่งกว่าเดิม เหมือนว่าจะยืนได้ไม่ยิ่งแล้ว
กลิ่นอายความตาย จากความบิดเบี้ยวและเน่าเปื่อยของวิญญาณ กำลังแผ่ลามไป
นั่นคือพลังคำสาปของพระจันทร์แห่งความเสื่อมโทรม
แม้คำสาปที่แผ่ออกมาจากปรากฏขึ้นของเงาจันทร์ก่อนหน้านี้จะไม่ได้ตั้งเป้าโจมตีเขา แต่เศษพลังที่แผ่มาก็ยังคงทำให้วิญญาณของสวี่ชิงทางนี้เน่าเปื่อย
แต่ว่าวิธีแก้คำสาป สวี่ชิงนั้นรู้
ดังนั้นเพียงพริบตาที่ปรากฏตัวขึ้น เขาก็ควบคุมท่อนแขนขาดให้บรรเลงเสียงสวรรค์รับจันทร์ที่แท้จริง
เพลงนี้ลอยออกมา ดังไปในวิญญาณ นี่ถึงทำให้ความเน่าเปื่อยของวิญญาณสวี่ชิงสลายไป
จากนั้นเขาก็ถ่ายทอดเสียงทันที แต่เสี้ยวขณะต่อมา…สีหน้าของสวี่ชิงเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม