ตอนที่ 24
บทที่ 280 ไปสืบมา
October 28, 2026
ดูท่าแล้ว ผู้หญิงที่อยู่บนเวทีกับผู้ชายที่อยู่ข้างล่างเวทีคงจะรู้จักกันจริงๆ
ไม่อย่างนั้น จะเสนอเงินพันล้านออกมาง่ายๆได้ยังไง?
เมื่อประธานไป๋ปฏิเสธ บรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
ไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดตามอำเภอใจ
หยางยี่หรี่ตามองเสิ่นเสวี่ยบนเวที แทบอยากจะควักลูกตาคนอื่นๆที่ได้เห็นรูปร่างของเธอออกมา
เขาเอ่ยพูดเสียงเย็นว่า “คืนนี้ ผมเหมาคนเดียว”
“คุณมานี่!”
เขาชี้ไปยังเสิ่นเสวี่ยบนเวที
น้ำตาที่เพิ่งกลั้นเอาไว้ได้เริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสิ่นเสวี่ยหยิบไมค์ขึ้นมาพูดเสียงอู้อี้
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันขอปฏิเสธ!”
คืนนี้ เสิ่นเสวี่ยพูดคำว่าปฏิเสธไปแล้วสามครั้ง พอทุกคนได้ยินที่เธอพูด หัวใจก็พลอยบีบรัดไปด้วย
“ถ้าไม่มีลูกค้าคนอื่นเสนอราคาแล้ว งั้นฉันก็ขอตัวก่อน”
เสิ่นเสวี่ยพูดพร้อมวางไมค์ลงเสียงดังเติ้งต้าง จากนั้นก็หันหลังเตรียมเดินออกไป
“คุณกล้าเหรอ!”
เสียงแข็งกร้าวดังมาจากข้างหลัง ขณะเดียวกัน ความกดดันไร้รูปร่างก็คลุกคลานเข้ามารอบด้าน
เสิ่นเสวี่ยรู้ ตอนนี้หยางยี่กำลังโกรธจริงๆ
แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเธอ
หยางยี่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะเขารู้ว่า เสิ่นเสวี่ยต้องถูกข่มขู่แน่ๆ
ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่มีทางเมินเขาอย่างนี้แน่นอน
เมื่อกี้เขาได้ยินเสียงเสิ่นเสวี่ยสั่นๆเหมือนจะร้องไห้ เขาคิดว่าเสิ่นเสวี่ยเองก็คงถูกบังคับจนทำอะไรไม่ได้
เขาเดาว่า คนที่ข่มขู่เสิ่นเสวี่ย มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นผู้ชายที่โทรหาเขา
ฝีเท้าของเสิ่นเสวี่ย หนักอึ้งเหมือนถูกความกดดันไร้รูปร่างถ่วงแรงเอาไว้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มี หันหลังเดินลงเวที ราวกับไม่ได้ยินที่เขาพูด
“โคร่ม!”
ทุกคนตกใจจนตัวสั่น เมื่อหันไปมอง ก็พบว่าโต๊ะขนาดใหญ่ถูกหยางยี่ทุบจนแก้วแตกกระจาย
เลือดสดๆไหลอาบกำปั้นของหยางยี่ แต่หยางยี่กลับไม่รู้สึกเจ็บ
จากนั้น เขาก็เหยียบลงบนขอบโต๊ะ กระโดดขึ้น แล้ววิ่งไปยังบริเวณหลังเวที
ทุกคนต่างรีบหลบทางให้ สายตามองตามไปอย่างไม่ลดละ แต่กระนั้นก็ยังไม่มีใครกล้าส่งเสียงพูดอะไรออกมา
สถานการณ์แบบนี้ เหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เงาหนึ่งเห็นท่าไม่ดี ก็รีบตามไปอย่างรีบร้อน
แต่เขา หันไปอีกทาง วิ่งตรงไปที่หลังร้าน เตรียมพร้อมรับมือการโจมตี
ด้านหยางยี่หลังจากเดินผ่านเวทีมา ก็เห็นเสิ่นเสวี่ยวิ่งเท้าเปล่าไปยังประตูหลังร้าน
หยางยี่รีบวิ่งตามไปได้ไม่ทันไร ก็เห็นมีรถคันหนึ่งพาตัวเสิ่นเสวี่ยไปแล้ว
ขณะนี้เงาหนึ่งก็มาถึงประตูหลังร้านแล้วเหมือนกัน จึงเห็นรถคันนั้นขับออกไปด้วยความเร็วพอดิบพอดี
ทั้งสองต่างมีสีหน้าอึมครึม
“ไปสืบมา!”
“เดี๋ยวนี้!ไปสืบมาให้ฉัน!”
เสียงของหยางยี่เจือปนไปด้วยไฟโกรธที่กำลังคุกรุ่น ดังกึกก้องทั่วถนน
เงาหนึ่งไม่กล้าชักช้า รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาออกคำสั่ง
ขณะเดียวกันนั้น โทรศัพท์ของหยางยี่ก็ดังขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเบอร์เดิมที่เคยโทรมาก่อนหน้านี้
“ราชาเทพ? รู้สึกยังไงบ้าง?”
“โกรธมากเลยใช่หรือเปล่า อยากฆ่าคนใช่ไหม?”
“แต่ว่าทำยังไงได้ล่ะ?”
เสียงของผู้ชายปลายสายหัวเราะเยาะออกมาอย่างกวนประสาท “ฮ่าๆๆ ผมจะบอกให้นะ นี่มันแค่การเรียกน้ำย่อย สีสันมันเพิ่งเริ่มขึ้น เซอร์ไพรส์หลังจากนี้ ยิ่งจะทำให้คุณดีใจ ฮ่าๆๆ!”
เมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูด หยางยี่ก็แสยะยิ้ม “ได้ แล้วจะรอดู”
“ทางที่ดีเก็บหางให้มิดล่ะ อย่าให้ฉันหาตัวนายเจอ”