ตอนที่ 31
บทที่ 287 การปรากฏตัวของทั้งสามคน
October 28, 2026
“ผมเหรอ ผมก็แค่ช่วยทำให้เจ้าหญิงน้อยผู้บอบบางของคุณลืมบางเรื่อง คุณไม่รู้สึกอะไรหรือไง ผ่านไปตั้งหลายปีกว่าผู้ชายคนนั้นจะนึกถึงพวกคุณ กว่ามารับผิดชอบดูแลคุณสองแม่ลูก มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอ?”
“เขาทำหน้าที่สามีและพ่อได้ไม่ดีเลย ผมทนดูต่อไปไม่ไหว มันมากเกินไป”
“เพราะงั้นผมถึงทำให้เถียนเถียนลืมว่าเธอมีพ่อยังไงล่ะ แบบนี้ถึงจะถูก”
“นาย! นายมันบ้า! นายมันปีศาจ!”
เสิ่นเสวี่ยร้องไห้ออกมา ตะคอกด่าชายคนนั้นอย่างโกรธเคือง
เธอไม่คิดเลยว่าไอ้ปีศาจนี้จะทำแบบนี้กับเถียนเถียนได้ลงคอ!
สิ่งที่เธอรับไม่ได้ก็คือ ตอนนี้เถียนเถียนลืมไปแล้วว่าใครคือพ่อของเธอ
เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ถ้าเธอได้เจอหยางยี่ตอนเธอพาเถียนเถียนกลับไปที่บ้าน มันจะเกิดอะไรขึ้น
นี่มัน เรื่องบ้าชัดๆ
"“nonono"
ชายคนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ผมไม่ใช่ปีศาจ ตรงกันข้าม ผมก็แค่รู้สึกว่าในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง การที่มีลูกสาวที่น่ารัก และภรรยาแสนสวยอยู่ที่บ้านแบบนี้ แต่กลับใจร้ายทำตัวเหมือนคนแปลกหน้ามาตั้งหลายปี ไม่คู่ควรที่จะมีลูกสาวน่ารักๆแบบนี้หรอก”
“ดังนั้น เพื่อไม่ให้เถียนเถียนรู้สึกเกลียดพ่อตัวเองตอนโตขึ้น ผมถึงได้ลงแรงช่วยพวกคุณนี่ไง”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม หัวใจของเสิ่นเสวี่ยก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เธอวางสายอย่างรวดเร็ว และปาโทรศัพท์ลงบนเตียง
หลังจากนั้นก็เงยหน้ามองเพดานอย่างหมดแรง ดวงตามีแต่ความโศกเศร้า
เธอคิดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะมาถึงขั้นนี้ นับวันยิ่งอยู่เหนือขอบเขตที่เธอรับได้
ตอนนี้ ยังมีโอกาสให้เธอกลับลำไหม?
จะดีกว่าไหมถ้าเธอบอกเรื่องนี้ให้หยางยี่รู้ตอนนี้?
ทันใดนั้น ความคิดมากมายหลายอย่างก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเสิ่นเสวี่ย
แต่ในท้ายที่สุด ก็ถูกเสิ่นเสวี่ยปัดทิ้ง
เหตุผลมันง่ายมาก ถ้าเธอบอกหยางยี่ตอนนี้ ก็มีแต่จะทำให้หยางยี่พลอยคิดมากไปด้วย เขายิ่งบาดเจ็บอยู่ด้วย ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เขาที่จะเป็นอะไรไป เถียนเถียนเองอาจจะเป็นอะไรไปด้วย
เธอไม่อยากเห็นเถียนเถียนเป็นอะไรไป และเธอก็ไม่อยากเห็นหยางยี่ได้รับบาดเจ็บอีก
เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ ให้เธอจัดการเองดีกว่า
ณ คฤหาสน์ในเมืองหลวง
หยางยี่เอนตัวพิงโซฟา พร้อมขมวดคิ้วมุ่น
หนวดเคราบนหน้ารกครึ้ม เนื่องจากไม่ได้โกนมาหลายวัน
ดูเหมือนว่า เขาจะเสียศูนย์ไปไม่น้อย
แม้แต่เส้นผมที่เคยดกดำ บัดนี้มีผมหงอกปรากฏมาให้เห็นอยู่หลายเส้น
“ราชาเทพ ผมได้สิ่งที่ท่านต้องการมาแล้วครับ”
เงาสองเคาะประตู แล้วเดินเข้ามาด้วยความเคารพ
ในมือของเขาถือถุงผ้ามาด้วย ถุงผ้านั้นไม่มีอะไรพิเศษ แต่ภายในถุงผ้า มีชิ้นส่วนบางอย่างที่เคยซื้อมาจากเมืองหลวง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยางยี่ก็เงยหน้าขึ้น
เมื่อเปิดถุงผ้า ก็พบว่ามีชิ้นส่วนของหล่อแกเฉียนคุนวางอยู่ในนั้น
ชิ้นส่วนยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป
“เข้าใจแล้ว นายกลับไปเถอะ
"ครับ!"
เงาสองปูถุงผ้าลงบนโต๊ะ โค้งคำนับแล้วจากไป
หลังจากนั้น หยางยี่ก็หยิบเศษชิ้นส่วนขึ้นมา และสังเกตอย่างถี่ถ้วน
บนเศษชิ้นส่วนมีสัญลักษณ์แปลก ๆ ไม่สิ บางทีอาจจะเป็นตัวอักษร อักษรเหล่านี้เขาเคยทำการคัดลอกไว้ และส่งให้นักโบราณคดีมืออาชีพศึกษา
ทว่า ไม่มีใครสามารถตีความหมายของคำหรือสัญลักษณ์ที่อยู่บนนั้นได้
เมื่อนำชิ้นส่วนทั้งสองประกอบเข้าด้วยกัน มันไม่มีอะไรมากไปกว่าสัญลักษณ์ข้อความที่มีรูปร่างแปลกตา