ตอนที่ 43
บทที่ 299 หล่อแกเฉียนคุนปรากฏขึ้นมา
October 28, 2026
บางที อาจมีอันตรายถึงชีวิต
“มีเกียรติที่ไหนสมบูรณ์กันบ้าง”
เสิ่นเสวี่ยพูดอย่างนุ่มนวล:“ได้รับอะไรไป ก็ต้องมีบางอย่างหายไปบ้าง สวรรค์ก็ยุติธรรมแบบนี้แหละค่ะ”
จริงสินะ
หยางยี่ยิ้มแล้ว แต่เป็นยิ้มมีความกลุ้มใจกว่าปกติ
จู่ๆมือถือของเขาก็ดังขึ้น
พอเปิดขึ้นดู เป็นอีเมลที่ฝ่าบาทส่งมาให้เขา
เมื่อสังเกตดีๆก็พบว่า บนข้อมูลพวกนี้บันทึกไว้อย่างละเอียด ละเอียดถึงขนาดว่าคนคนนี้ไปที่ไหนมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง
ดูแล้วฝ่าบาทใช้ความพยายามไปไม่น้อย
มองด้านล่างลงไป เยอะกว่าที่หยางยี่คิดไว้เสียอีก มีประมาณร้อยกว่าคน
ทันใดนั้นสายตาของหยางยี่ก็กวาดดู ตรวจสอบอีเมลฉบับนี้อย่างละเอียด
คนพวกนี้ต่างก็เป็นผู้ต้องสงสัย
พอเห็นเช่นนี้แล้ว ฝ่าบาทสามารถหาได้เยอะขนาดนี้ คงไม่ใช่วันเดียวคืนเดียวแน่ เพียงแต่ว่าหาโอกาสเหมาะสมไม่ได้เสียที ที่จะกำจัดเนื้อร้ายให้สิ้นซาก
ในเมื่อตอนนี้ตัวเขาเองกลับมาแล้ว เช่นนั้นเรื่องนี้เขาจะเป็นคนจัดการเอง คงจะดีที่สุด
รอให้ตนเองจัดการเรื่องฝั่งนี้ให้เรียบร้อยก่อน ฝั่งเสี่ยวเจี๋ยก็คงถึงเวลาพอดี
แต่ว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ ว่าพวกเขาต้องการให้ตนเองทำอะไร
เมืองหลวง
ถนนของโบราณ ณ ร้านขายของโบราณแห่งหนึ่ง
“เถ้าแก่ ฉันซื้อด้วยความจริงใจ ของชิ้นนี้ถูกกว่านี้ให้หน่อยแล้วกันนะ?”
ในมือของตวนมู่เจี๋ยถือถ้วยกระเบื้องเคลือบ ใบหน้ายิ้มแย้มพูดกับเจ้าของร้าน
ถ้วยกระเบื้องเคลือบใบนี้ดูแล้วอยู่มาหลายยุคสมัย มีบางจุดที่ถึงกับไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคนไม่ใช่ด้านในถ้วยกระเบื้อง แต่เป็นส่วนฐานของถ้วยกระเบื้อง
ส่วนฐานของถ้วยกระเบื้อง สลักรอยที่เป็นรูปคำที่เชื่อถือไม่ได้เป็นวงๆ แถมยังมีตัวอักษรรูปร่างแปลกๆที่อ่านไม่เข้าใจอีกด้วย
ไม่มีใครเข้าใจว่านี่มันหมายความว่าอย่างไร
“คุณผู้ชาย ของชิ้นนี้ถูกกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ”
เจ้าของร้านขายของโบราณเช็ดเหงื่อที่ตกบนใบหน้า ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเอาอกเอาใจ
คนที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ ก็คือผู้เชี่ยวชาญ อีกอย่างก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญธรรมดาทั่วไปด้วย
ถ้าเป็นของชิ้นไหนที่ถูกใจเขา เมื่อผ่านมือเขาแล้ว ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
เปิดร้านขายของโบราณ จะให้ทุกอย่างเป็นของจริงหมดได้อย่างไร เช่นนั้นก็ขาดทุนยับเยินน่ะสิ?
เพราะฉะนั้น ในใจเจ้าของร้านก็รู้ดี ถ้วยกระเบื้องเคลือบใบนี้ในตอนแรกเขาซื้อมาจากมือคุณยายอีกที
ตอนนั้นจ่ายเพียงแค่สองหมื่นหยวน ตอนนี้ถ้าต้องเรียกราคาก็ต้องแสนห้าเท่านั้น
ในโลกของวัตถุโบราณ การเรียกราคาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยสักนิด
อีกอย่างของชิ้นนี้วางอยู่ในร้านเขาเกือบจะสามปีแล้ว
เดิมทีคนที่อยากได้มีไม่น้อย ในตอนนั้นราคาโก่งถึงสามแสน
แต่พอพวกเขาเห็นรอยกับตัวอักษรที่อยู่ด้านล่างถ้วยกระเบื้อง ก็ไม่ยอมซื้อ สะบัดมือแล้วเดินออกไปเลย
เพราะมันเตะตาเกินไปจริงๆ
รอยกับตัวอักษรที่แปลกๆด้านบนนั้น เห็นได้ชัดว่าถูกคนตั้งใจทำไว้ บางคนก็คิดว่าเจ้าของร้านขายของโบราณเจตนาทำไว้
เพราะงั้นเกือบจะสามปีแล้ว ที่ไม่มีโอกาสจะได้ขายออกไป
ไม่ง่ายที่จะมีคนต้องการ แต่คนคนนี้เป็นถึงผู้มีฝีมือ เขาเอาแต่ต่อราคาลดลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายลดลงถึงสามหมื่นหยวนแล้ว
ถ้ายังต่อราคาลงอีก เช่นนั้นก็ขาดทุนน่ะสิ?