ตอนที่ 70
บทที่ 326 ตระกูลฤาษี
October 28, 2026
คนที่เริ่มพูดคือเอ้อร์สุ่ย เขามองไปที่ตวนมู่เจี๋ยทีหนึ่ง หลังจากนั้นก็ยิ้มซื่อๆ
พอเอ้อร์สุ่ยเริ่มพูด ก็ดึงดูดสายตาของหยางยี่ได้ในทันที ตาทั้งสองข้างของหยางยี่มองไปที่เอ้อร์สุ่ย แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“พี่ยี่ พี่เคยได้ยินไหม มีตระกูลประเภทหนึ่งที่เรียกว่าตระกูลฤาษี?”
เอ้อร์สุ่ยหยุดสักพัก แล้วค่อยๆพูดออกมา
“ตระกูลฤาษี?”
หยางยี่ส่ายหน้า มองเอ้อร์สุ่ยด้วยความสงสัย
เขาเข้าร่วมเป็นทหารมานานขนาดนี้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่เคยได้ยินตระกูลฤาษี และไม่เคยได้คบค้าสมาคมด้วย
พอเห็นสีหน้างุนงงของหยางยี่ เอ้อร์สุ่นก็ขำออกมา เลยอธิบายต่อ:“ตระกูลฤาษี ความหมายโดยผิวเผินก็คือตระกูลที่ซ่อนตัวในที่ลับๆ ไม่เคยโผล่หน้าออกมาในที่สาธารณะ ตระกูลพวกนี้ถึงแม้ว่าจะแข็งแกร่งมาก และโดยพื้นฐานลึกลับมาก แต่เพราะพวกเขาไม่ยินยอมที่จะคบค้าสมาคมกับคนภายนอก เพราะฉะนั้นเลยต้องอยู่อย่างสันโดษ”
“ตระกูลเหล่านี้ดูเหมือนธรรมดา ความจริงแล้วลึกลับสุดๆ แต่ต่อให้ตระกูลแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องเอาชีวิตให้รอด พวกเราก็ไม่ยกเว้น เพราะฉะนั้น ทุกๆตระกูลพอถึงเวลาก็จะส่งคนในตระกูลบางส่วนเข้าสังคม หาเงินเข้าตระกูล เพื่อรักษาชีวิตของคนให้ตระกูลให้อยู่รอด”
“อีกอย่าง ทุกๆตระกูล พวกเขาต่างก็มีเคล็ดลับของศิลปะที่ต้องการถ่ายทอด นี่คือพื้นฐานที่ทุกตระกูลสามารถรักษาความแข็งแกร่งและความเจริญรุ่งเรืองไว้ได้”
“ก็เหมือนผม ผมคือเทียนซือ ตระกูลของผมทั้งหมดคือเทียนซือ ทำหน้าที่ดูฮวงจุ้ย หรือทำธุรกิจเพื่อรักษาชีวิตให้รอด”
เอ้อร์สุ่ยพูดไปด้วย มองที่หยางยี่ไปด้วย
อธิบายตรงๆแบบนี้ น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก
ในที่สุดวันนี้หยางยี่ก็เข้าใจถึงขอบเขตใหม่จากปากของเอ้อร์สุ่ย นั่นก็คือตระกูลฤาษี
เขาเข้าใจแล้ว ว่าตระกูลฤาษีหมายถึงอะไรกันแน่
ในตระกูลฤาษี มีผู้ที่แข็งแกร่งมากมาย ถ้าเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิดังเช่นหยางยี่ สำหรับตระกูลฤาษีแล้ว ไม่คณามือเลยสักนิด
ตระกูลฤาษีต่างมีผู้ที่แข็งแกร่งเหนือกว่าคนทั่วโลกเป็นของตนเอง โดยปกติแล้วจะปรากฏตัวในตระกูลหรือในเสินโจวน้อยมาก
นอกเสียจากตระกูลได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หรือมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น
“เช่นนั้นว่ากันตามที่นายพูด นายกับเสี่ยวเจี๋ย แล้วก็น้องเยวี่ย ต่างเป็นคนที่ตระกูลฤาษีส่งออกมาสัมผัสประสบการณ์?”
หยางยี่ถามด้วยความสงสัย แต่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
แต่ว่านี่มันไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เอ้อร์สุ่ยพูดกับตนเองเลย
ว่ากันตามที่เอ้อร์สุ่ยพูด ตระกูลเหล่านี้ต้องการเงินจำนวนมากเพื่อไปรักษาชีวิตของตระกูล เช่นนั้นทำไมพวกเสี่ยวเจี๋ยทั้งสามคนไม่ไปทำงานในสถานที่ที่หาเงินได้เร็ว แต่กลับเต็มใจที่จะมาเป็นคนธรรมดากันทั้งสามคนล่ะ?
อีกอย่างก่อนหน้านี้ เสี่ยวเจี๋ยยังทำงานอยู่ในสถานที่ก่อสร้างอยู่เลย งานนี้ทั้งลำบากทั้งเหนื่อย ไม่คุ้มเลยสักนิด อีกอย่างหาเงินได้ไม่เท่าไหร่เอง
พอได้ยินคำถามของหยางยี่ สีหน้าซื่อๆของเอ้อร์สุ่ยก็ดูลำบากขึ้นเล็กน้อย
“ในนี้......จะพูดยังไงดีนะ จะว่าใช่ก็ไม่ใช่ แต่เหตุผลผมยังบอกพี่ไม่ได้ตอนนี้ เพียงแต่พวกเราไม่กี่คนค่อนข้างจะพิเศษ แค่นั้น”
สรุปแล้วเป็นเพราะอะไร ตอนนี้เอ้อร์สุ่ยไม่สามารถบอกหยางยี่ได้จริงๆ เพราะยังไม่ถึงเวลา
ถึงแม้ว่าหยางยี่กับพวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นญาติกัน ก็ไม่ได้อยู่ดี
“แต่ว่านะ พูดมาตั้งนาน ผมว่าพี่ยี่ก็คงจะรู้แล้ว ผม เสี่ยวเจี๋ยแล้วก็น้องเยวี่ย พวกเราทั้งสามคนคือคนของตระกูลฤาษี”
เอ้อร์สุ่ยกลับไปทำท่าทางซื่อๆเหมือนเดิม ยิ้มยิงฟัน
หยางยี่มองเอ้อร์สุ่ย แล้วหันกลับไปอย่างไม่ชอบใจ
เอ้อร์สุ่ยไปฝึกเบี่ยงเบนประเด็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พูดก็พูดแค่ครึ่งเดียว ชอบทำให้อยากรู้แล้วจากไปจริงๆ
อีกอย่าง ใจเขาเด็ดเดี่ยว ไม่มีทางบอกตนเอง น่าโมโหจริงๆ
นัยน์ตาหยางยี่มีประกาย หลังจากนั้นก็หัวเราะออกมาแล้วพูด:“อ๋อ ฉันเข้าใจควาหมายของนายแล้ว ที่ฉันถูกพวกนายจับมา เพื่อเป็นของเล่นและเติบโตไปพร้อมกับพวกนายสินะ?”