ตอนที่ 79
บทที่ 335 ร้านขายยาสามจักรพรรดิ
October 28, 2026
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้พูดออกไป ก็ดึงดูดสายตาของเอ้อร์สุ่ยกับหวงเย่วทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของตวนมู่เจี๋ย แววตาของหยางยี่ก็ดุอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเล็กน้อย
ฝูซือเหรอ
นี่เป็นศัพท์ใหม่ที่เขาเพิ่งจะเคยได้ยินในระยะนี้ คิดว่าคงจะคล้าย ๆ กันกับซวนซือและผู้ทำนาย
“เสี่ยวเจี๋ย ฝูซือเป็นอาชีพแบบไหนเหรอ เหมือนกับพวกเราหรือเปล่า”
หวงเย่วมองหยางยี่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบก่อนจะพูดว่า “ฝูซือก็เหมือน ๆ กันกับพวกเรา อันที่จริงทักษะไม่ได้ต่างอะไรจากของฉันมากนัก เพียงแต่ว่าความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างพวกเรากับเขาก็คือ พวกเราให้ความสำคัญกับโชคลาภและโชคชะตา ส่วนพวกเขาพึ่งยันต์คาถา”
“ยกตัวอย่างเช่น เหมือนกับพวกกึ่งเทพที่คอยดูดวงให้คนอื่น พี่จะเห็นว่าบางคนก็แค่ดูดวงหรือดูลายมือธรรมดา แต่พวกกึ่งเทพบางคนจะเอากระดาษยันต์ออกมาวาดยันต์คาถาออกไปขาย แค่ขายแบบสบาย ๆ ยังสามารถทำเงินได้จำนวนไม่น้อย และพวกคนที่ซื้อก็มักจะเป็นพวกที่มีโรคร้ายรักษาไม่หาย หรือมีโชคร้ายติดตามตัว ฉะนั้นพวกเขาจึงพึ่งยันต์เพื่อให้ชีวิตสงบสุขไง”
“บางทีคนในยุทธภพก็อาจจะมีฝีมือความสามารถจริง ๆ จนทำให้ยันต์ที่วาดออกมาสามารถขจัดสิ่งชั่วร้าย และปกปักรักษาให้ปลอดภัยได้ และแน่นอนตอนนี้มีคนหลอกลวงมากขึ้นทุกวัน ยันต์เหลือผืนเดียวอาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไร”
หวงเย่วพูดยิ้ม ๆ
พอได้ยินเขาอธิบายหยางยี่ก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว คิดไม่ถึงว่าฝูซือก็คือคนที่วาดยันต์ขายให้คนอื่น
แต่ถ้าเป็นแค่นักต้มตุ๋นธรรมดา ๆ แบบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนของตระกูลฤาษีแบบนั้นยันต์คาถาของพวกเขาอาจจะสามารถแสดงพลังมหาศาลได้ในช่วงเวลาวิกฤต
“นายท่าน”
เสียงสดใสเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากหน้าประตูขัดจังหวะความคิดของพวกเขา
เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นเว่ยเฉินที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่น ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงประตู สวมเสื้อคลุมสีเขียว
เดิมทีร่างกายของเขาก็สูงใหญ่กำยำอยู่แล้ว ยิ่งมองแบบนี้ยิ่งดูเหมือนกำแพงเข้าไปใหญ่
หยางยี่พยักหน้าพลางกวักมือเรียก “เว่ยเฉินมาแล้วเหรอ นั่งเร็ว”
ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือน ดูเหมือนว่าเว่ยเฉินจะกำยำมากกว่าเมื่อก่อนขึ้นเยอะเลย
เว่ยเฉินพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ ด้วยท่าทีระแวดระวัง
“เดี๋ยวฉันขอแนะนำให้รู้จักนะ พวกเขาเป็นญาติของฉัน คนนี้เป็นน้องชายของฉัน นายเรียกเขาว่าพี่เสี่ยวเจี๋ยก็ได้”
“ส่วนนี่พี่เอ้อร์สุ่ย ส่วนคนนี้เรียกพี่หวงเย่วแล้วกัน”
หยางยี่ค่อนข้างชอบเว่ยเฉินอยู่พอสมควร ฉะนั้นเขาเลยไม่ได้วางท่าทีเกรงใจอะไร ก่อนจะแนะนำพวกเขาสองสามคนอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมถึงต้องเรียกพี่เสี่ยวเจี๋ยแต่ไม่เรียกว่าพี่สาวก็เป็นเพราะว่า ถึงตวนมู่เจี๋ยร่างกายจะเป็นผู้หญิง แต่นิสัยของเธอ สไตล์และลักษณะท่าทางทุกอย่างเหมือนกับผู้ชายมาก ฉะนั้นหยางยี่จึงไม่คิดจะเปิดเผยเพศที่แท้จริงของตวนมู่เจี๋ย จึงให้เว่ยเฉินเรียกแบบนั้น
“สวัสดีพี่เสี่ยวเจี๋ย พี่เอ้อร์สุ่ย พี่หวงเย่ว”
เว่ยเฉินพูดพลางพยักหน้าเบา ๆ
“พี่ยี่ เจ้าเด็กคนนี้ดูซื่อบื้อ น่าสนใจดีนะ”
หวงเย่วมองเว่ยเฉินอย่างสนอกสนใจพลางหัวเราะคิกคักออกมา
แต่ถ้าเทียบกับหวงเย่วแล้ว เว่ยเฉินดูเก้อเขินเล็กน้อย ยิ่งเห็นว่าหวงเย่วกำลังมองตัวเองอยู่เว่ยเฉินยิ่งไม่รู้ว่าจะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน และได้แต่ทำท่าจัดชามจัดตะเกียบ พร้อมกับใบหูแดงระเรื่อ
ตั้งแต่เขาคำนับหมอผียมบาลเป็นอาจารย์ ทุกวันเว่ยเฉินก็ได้แต่อยู่กับหมอผี และเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ อยู่ตลอดวัน ไม่ได้มีเวลาได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กผู้หญิงเลย ยิ่งผู้หญิงสวย ๆ อย่างหวงเย่ว เว่ยเฉินยิ่งเพิ่งจะเคยเห็นครั้งแรก