ตอนที่ 33
ตอนที่ 1466 อยู่เหนือเหล่าราชัน
October 22, 2026
พลันที่มีการกล่าวคำพูดคำนี้ออกมา ทำให้ทุกคนถึงกับใจหายใจคว่ำ ออกปากก็คือเข่นฆ่าล้างหมื่นเผ่าพันธุ์ ซึ่งทำให้ผู้คนต้องอึ้งอย่างสิ้นเชิง นาทีนี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่า การมาร่วมงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ของหลี่ชิเย่นั้น เป็นการมาเพื่อจงใจก่อกวนชัดๆ อีกทั้งต่อให้มีพวกองค์ชายแห่งความชั่วร้าย เมิ่งเจิ้นเทียน จักรพรรดิหอยสังข์อยู่ในเหตุการณ์ หลี่ชิเย่ก็ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เวลานี้ หลี่ชิเย่ที่ยืนอยู่บนท้องฟ้านั่น ยื่นมือออกมาอย่างช้าๆ ยิ้มเฉยเมยและกล่าวว่า “รว่อหนาน ติดตามข้าไปยังบัลลังก์ราชันกันเถอะ” เทพธิดาเจินหวู่ยิ้มเฉยเมย ด้วยบุคลิกลักษณะอันมีเสน่ห์ที่ยอดเยี่ยม ประคองแขนของหลี่ชิเย่เบาๆ ก้าวไปยังบัลลังก์ราชันอย่างเชื่องช้า ทุกคนต่างนิ่งเงียบกับท่าทางของหลี่ชิเย่ ให้บุตรีของเทพเจ้าแห่งทะเลประคองขึ้นนั่งบัลลังก์ด้วยตนเอง ช่างเป็นเรื่องที่พาลยิ่งนัก ในโลกนี้ เว้นแต่เทพเจ้าแห่งทะเลยังมีชีวติอยู่ ยังจะมีใครที่คู่ควรให้บุตรีเทพเจ้าแห่งทะเลประคองขึ้นนั่งบัลลังก์ได้? ทุกคนล้วนแล้วแต่ไม่เข้าใจว่าหลี่ชิเย่มีเสน่ห์ที่ตรงไหน ถึงทำให้เทพธิดาเจินหวู่เชื่อฟังเขาทุกอย่าง กระทั่งให้ความเคารพยิ่งนัก เรื่องเช่นนี้ไม่ว่าใครเมื่อนึกแล้วต้องรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ สุดท้าย ท่ามกลางสายตาของคนทุกคน หลี่ชิเย่ได้ขึ้นนั่งลงบนบัลลังก์ราชัน อยู่เหนือบัลลังก์กษัตริย์ทั้งสามตัว ยามที่เขานั่งอยู่ตรงนั้น มันดูช่างเป็นธรรมชาติเหลือเกิน ดูเป็นไปตามอารมณ์เหลือเกิน เหมือนหนึ่งนับแต่โบราณกาลที่ผ่านมา ตำแหน่งนี้สมควรเป็นตำแหน่งสำหรับเขาอย่างนั้น มองดูหลี่ชิเย่ ที่นั่งอยู่สูงเด่นเหนือบัลลังก์ราชัน ทำให้ทุกคนต้องถึงกับกลั้นลมหายใจเอาไว้ บรรดาผู้บำเพ็ญตนจำนวนนับไม่ถ้วนต้องยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การควบคุมขององค์ชายแห่งความชั่วร้าย เมิ่งเจิ้นเทียน จักรพรรดิหอยสังข์ที่เป็นสุดยอดฝีมือเช่นนี้ หลี่ชิเย่ยังคงไม่เห็นใครอยู่ในสายตา อาศัยท่วงท่าที่สุดอวดดี และอันธพาลยิ่งขึ้นนั่งบนบัลลังก์ราชัน เท่ากับเป็นการหมางเมินต่อทุกสิ่งใต้หล้า ทอดสายตาออกไปทั่วทั้งแดนวิญญาณสวรรค์มีผู้ใดสามารถทำได้เช่นนี้ การนั่งอยู่บนบัลลังก์ราชันของหลี่ชิเย่แลดูช่างเป็นไปตามอารมณ์เหลือเกิน ดูสมเหตุสมผลยิ่งนัก เขานั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีที่เหนื่อยหน่าย จ้องมองพวกของเมิ่งเจิ้นเทียน ตามอารมณ์ไปทีหนึ่ง ขณะที่พวกของเมิ่งเจิ้นเทียนต่างมีสีหน้าที่ดูไม่จืดถึงขีดสุด พฤติกรรมของหลี่ชิเย่ไม่เพียงเป็นการดับความฮึกเหิมของพวกเขาเท่านั้น ยิ่งเป็นการจงใจหยามพวกเขาให้อับอายอีกด้วย การที่สุดยอดฝีมือทั้งสี่เช่นพวกเขาอยู่กันพร้อมหน้าตรงนี้ กลับถูกหลี่ชิเย่ทำเหมือนไม่มีตัวตน ต่อให้พวกเมิ่งเจิ้นเทียนได้รับการฝึกฝนด้านจิตใจมาเป็นอย่างดีแค่ไหน เวลานี้ก็ถูกเพลิงแค้นสุมอยู่เต็มอก หากไม่เป็นเพราะมีเทพธิดาเจินหวู่ เทพธิดาเก็บจันทราคอยหนุนหลังล่ะก็ พวกเขาคงลงมือสังหารหลี่ชิเย่ไปแล้ว ในสายตาของพวกเขามองว่า ต่อให้หลี่ชิเย่แข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม ก็หนีเงื้อมมือพวกเขาทั้งสี่ไปไม่พ้น เสียดาย กลับมีเทพธิดาเจินหวู่ และเทพธิดาเก็บจันทราคอยสนับสนุนเขาอยู่! ภายในใจของพวกเมิ่งเจิ้นเทียนเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกยิ่งนัก พวกเขาสู้อุตส่าห์วางแผนเสียอย่างดี สุดท้ายแล้วยังคงมิสู้ลิขิตสวรรค์ เนื่องจากพวกเขาสี่สุดยอดฝีมือได้บรรลุข้อตกลงแล้ว และมองว่าการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ ต่อให้เทพธิดาเจินหวู่ และเทพธิดาเก็บจันทราไม่เห็นด้วยกับมติของพวกเขาทุกประการก็ตาม เกรงว่าคงไม่ถึงกับคัดค้าน ยิ่งไม่น่าจะไปยืนอยู่ข้างของหลี่ชิเย่จะอย่างไรเสีย เทพธิดาเจินหวู่ และเทพธิดาเก็บจันทรามีชาติกำเนิดมาจากเผ่าปีศาจทะเล และเผ่าวิญญาณเทพ ในขณะที่หลี่ชิเย่เป็นเพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นดังนั้น พวกของเมิ่งเจิ้นเทียนจึงมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ในระหว่างการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์นั้น ต่อให้หลี่ชิเย่มาก่อกวนพวกเขาก็ไม่หวั่นแม้แต่น้อย กระทั่งกล่าวได้ว่า ภายใต้การร่วมมือของพวกเขาทั้งสี่ต้องสามารถสังหารหลี่ชิเย่ได้ทันทีตามแผนการที่พวกเขาได้วางเอาไว้ พวกเขากระทั่งคาดหวังให้หลี่ชิเย่มาก่อกวนภายในงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ ถ้าหากสามารถจัดการสังหารหลี่ชิเย่ภายในงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ได้ล่ะก็ จะทำให้พวกเขาสามารถสยบผู้ที่คิดต่างกับพวกเขาได้ดีกว่าเสียอีกแต่ว่า เวลานี้กลับเหนือความคาดคิดของพวกเขา และอยู่เหนือแผนการร้ายที่พวกเขาวางไว้ เมื่อเทพธิดาเจินหวู่ และเทพธิดาเก็บจันซากลับไปยืนอยู่ข้างหลี่ชิเย่ และหนุนหลี่ชิเย่อย่างเต็มที่ ทำให้แผนการร้ายทั้งหมดของพวกเขาต้องสูญสลายไปจักรพรรดิลู่ที่จ้องมองหลี่ชิเย่นั่งอยู่สูงเด่นบนบัลลังก์ราชันแล้วอดที่จะส่งเสียงฮึแสดงความไม่พอใจออกมา เขาเป็นผู้ริเริ่มให้มีการจัดการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ขึ้นในครั้งนี้ จุดประสงค์เพื่อต้องการสังหารหลี่ชิเย่ ล้างแค้นให้กับศิษย์ของตน แต่แล้ว ไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องราวจะพัฒนาจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้ไปได้“หลงจวู๋ อาศัยเจ้าที่เป็นเพียงต้นไผ่ขยะเล็กๆ แค่นี้ไม่ต้องทำวางท่าทางกับข้า” จากการที่จักรพรรดิลู่ส่งเสียงฮึน่าเกรงขามออกมา หลี่ชิเย่เพียงมองหน้าเขาไปตามอารมณ์ทีหนึ่ง ยิ้มกล่าวว่า “เจ้าอย่านึกนะว่าไปเรียนรู้เคล็ดวิชาธรรมดาอย่างที่พักพิงสุดท้ายมาสองสามท่า ก็หลงคิดว่าตัวเองคือปรมาจารย์พฤกษาแล้วจริงๆ ! อย่าว่าแต่ต้นไผ่ขยะต้นเล็กๆ อย่างเจ้าเลย ต่อให้เจ้าเป็นปรมาจารย์พฤกษาข้าก็ไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตา”“หลงจวู๋ หลงจวู๋หย่าจู่ ( ไผ่มังกร – บรรพบุรุษลำดับที่สอง)รึ?” ผู้คนจำนวนมากรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินหลี่ชิเย่เรียกชื่อนี้ ในเวลานี้เอง ทุกคนจึงได้เข้าใจแล้วว่า เพราะอะไรจักรพรรดิลู่ที่ไม่มีชื่อเสียงถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้ และมีท่าทางที่อวดดีถึงเพียงนี้หลงจวู๋หย่าจู่ก็คือบรรพบุรุษลำดับที่สองของจู่ลู่ ลือกันว่าเขาดำรงอยู่ในสถานะที่ด้อยกว่าปรมาจารย์พฤกษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเขาสามารถเหมือนดั่งปรมาจารย์พฤกษาที่กลับคืนสู่ผืนแผ่นดินได้เช่นกัน“บัญชีระหว่างเจ้ากับข้า จะอย่างไรเสียก็ต้องมีการชำระแน่นอน” จักรพรรดิลู่กล่าวด้วยท่าทีน่าเกรงขาม ดวงตาทั้งสองของเขาเผยให้เห็นถึงปณิธานการฆ่าที่น่ากลัวออกมา“เจ้าเอาร่างแท้จริงของเจ้ามาเองจะดีกว่ามั้ง” หลี่ชิเย่ยิ้มไปตามอารมณ์ กล่าวว่า “การที่เจ้าสิงกับร่างของผู้เยาว์คนหนึ่ง ต่อให้เจ้าสามารถสำแดงพลังได้สองสามส่วนก็ไม่ได้มีอะไร เจ้ามาเองเถอะ พอดีข้ามีสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์อยู่ต้นหนึ่งต้องการบำรุงสักหน่อย ต้นไม้แก่ที่สามารถหยั่งรากลงพื้นดินได้ก็นับเป็นยาบำรุงชั้นยอดเหมือนกัน!”ถูกหลี่ชิเย่พูดดูถูกจนไม่เหลือราคาอีกเลย ทำให้สีหน้าของจักรพรรดิลู่ปั้นยากจนถึงขีดสุด ปณิธานการฆ่าที่ออกมาจากดวงตาทั้งสองของเขาดูจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก!ที่แท้หลงจวู๋หย่าจู่ได้อาศัยวิธีการของจิ่วจุงเสินจู่ที่เคยชี้แนะเขาบ้าง ดังนั้น เมื่อเขาได้เรียนรู้ถึงวิธีที่พักพิงสุดท้ายแล้ว ทำให้หลงจวู๋หย่าจู่สามารถหยั่งรากลงใต้พื้นดินได้