ตอนที่ 32
ตอนที่ 1465 เทพธิดาเก็บจันทรา
October 22, 2026
หลี่ชิเย่ถึงกับเผยรอยยิ้มออกมากับการมาถึงของเทพธิดาเจินหวู่ ภายในใจของหลี่ชิเย่ รู้สึกดีใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นเทพธิดาเจินหวู่ “ฝ่าบาท…” บรรดาอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลต่างก้มตัวเมื่อเห็นเทพธิดาเจินหวู่ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอำมาตย์ที่รับใช้ให้กับเทพเจ้าแห่งทะเลคนใดก็ตาม ขณะที่เทพธิดาเจินหวู่คือธิดาของเทพเจ้าแห่งทะเล พูดถึงด้านสายเลือด ด้านฐานะ ล้วนแล้วแต่อยู่เหนือกว่าพวกเขาทั้งสิ้น “ไป จัดการตั้งบัลลังก์ราชันตัวหนึ่ง!” เทพธิดาเจินหวู่ได้ออกคำสั่งไปยังอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเล ท่าทางของนางที่ไม่โกรธแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ มีความศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจละเมิดได้ พลันที่เทพธิดาเจินหวู่กล่าวคำๆ นี้ออกมา พลันทำให้สีหน้าของบรรดาอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลต้องเปลี่ยนไป พวกเขานึกไม่ถึงว่าเทพธิดาเจินหวู่จะพูดคำๆ นี้ออกมาได้ ทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมต่างรู้สึกงงงันเมื่อได้ยินคำพูดนี้จากเทพธิดาเจินหวู่ โดยเฉพาะปีศาจทะเลยิ่งรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ เวลานี้ ทุกคนต่างมองหน้ากันและกัน กระทั่งมีคนยังเข้าใจว่าตัวเองหูฝาดไป กล่าวสำหรับปีศาจทะเลแล้ว การมาถึงของเทพธิดาเจินหวู่เป็นการทำให้ชื่อเสียงบารมีของเผ่าปีศาจทะเลเพิ่มมากขึ้น กล่าวสำหรับเขาแล้ว การมีจักรพรรดิหอยสังข์ หากเพิ่มเทพธิดาเจินหวู่อีกคนล่ะก็ ย่อมทำให้ปีศาจทะเลของพวกเขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นไปอีก ปีศาจทะเลจำนวนไม่น้อยยังคงรู้สึกตื่นเต้นกับการมาถึงของเทพธิดาเจินหวู่ เอาล่ะสิ เทพธิดาเจินหวู่ถึงกับพูดเข้าข้างหลี่ชิเย่ และแสดงออกอย่างชัดเจนว่ายืนอยู่ข้างฝ่ายของหลี่ชิเย่! ผลที่ออกมาเช่นนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่ไม่อยากจะเชื่อ โดยเฉพาะปีศาจทะเลถึงกับงงงัน ไม่อาจได้สติกลับมาอยู่นาน “ฝ่าบาท ได้โปรดไตร่ตรอง” บรรดาอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างโน้มตัวกล่าวอย่างช้าๆ “หากพวกเจ้าไม่ยินยอมข้าก็ไม่ฝืนใจ” ท่าทีของเทพธิดาเจินหวู่เฉยเมย สั่งการกับผู้เฒ่าที่อยู่ข้างกายว่า “ไป่หวู่ เจ้าไปจัดการเอาบัลลังค์ราชันไปวางไว้เหนือบัลลังค์กษัตริย์สามตัวนั่น” “ไป่หวู่…” หลังจากระดับปราชญ์เผ่าปีศาจทะเลได้ไตร่ตรองนิดหนึ่งแล้ว ร้องเสียงหลงออกมาว่า “เขา เขา เขาคือขุนพลไป่หวู่ ยอดขุนพลอันดับหนึ่งภายใต้บังคับบัญชาชองเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่! เขา เขา เขาถึงกับยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกนี้!” ทุกคนรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำพูดคำนี้ กระทั่งระดับเมิ่งเจิ้นเทียนพลันเพ่งสายตาตรงไปข้างหน้า สายตาตกอยู่บนตัวของผู้เฒ่าที่อยู่ข้างกายของเทพธิดาเจินหวู่ “ขุนพลไป่หวู่นะเนี่ย เคยเป็นดาวรุ่งที่ยโสโอหังมากของเผ่าวิญญาณเทพ หลังจากพ่ายแพ้ให้กับเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่แล้วก็ทำงานรับใช้ให้กับเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่ เขามีผลงานการสู้รบที่โด่งดังมาก เคยมีผู้กล่าวเอาไว้ว่า ฝีมือของเขาด้อยกว่าเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่เพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง” ยอดฝีมือเผ่าวิญญาณเทพกล่าวด้วยความรู้สึกตื่นตระหนก ขุนพลไป่หวู่นับเป็นขุนพลอันดับหนึ่งของเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่ ผู้ที่รับรู้ถึงผลงานการสู้รบของเขาแล้วต้องให้ความยำเกรงต่อเขา เพราะเขาคือระดับที่ด้อยกว่าเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น เวลานี้เขาติดตามเทพธิดาเจินหวู่มาที่นี่ เป็นการบ่งบอกอะไรบางอย่างหรือไม่?”เมื่อขุนพลไป่หวู่ได้ยินคำพูดของเทพธิดาเจินหวู่แล้ว ถึงกับลังเลขึ้นมา กล่าวว่า “ฝ่าบาท เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง”จะอย่างไรเสีย ขุนพลไป่หวู่ก็คือขุนพลอันดับหนึ่งใต้บังคับบัญชาของเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่ เวลานี้จู่ๆ ต้องเอาบัลลังก์ราชันไปจัดวางอยู่เหนือบัลลังก์กษัตริย์สามตัวนั่น เท่ากับเป็นการอยู่เหนือเทพเจ้าแห่งทะเลเลย“เหมาะสม” เทพธิดาเจินหวู่กล่าวท่าทีเรียบเฉยว่า “คุณชายหลี่สมควรนั่งอยู่ตรงนั้นแหละ สมควรอยู่เหนือเก้าชั้นฟ้า!”ทุกคนรู้สึกงงงันกับคำพูดของเทพธิดาเจินหวู่ เท่ากับเทพธิดาเจินหวู่ไม่เพียงให้ท้ายหลี่ชิเย่ ทั้งยังให้การสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขอีกด้วย“ฝ่าบาท ทุกคนต่างให้เกียรติในฐานะเป็นบุตรีเทพเจ้าแห่งทะเล แต่ เรื่องราวต่างๆ ตรงนี้ใช่ว่าท่านจะตัดสินใจเองได้ทั้งหมด” เวลานี้ องค์ชายแห่งความชั่วร้ายได้เอ่ยขึ้นมาช้าๆ“อย่าลืมฐานะของตนเอง การกระทำเช่นนี้เป็นการหยามต่ออำนาจสูงสุดของเทพเจ้าแห่งทะเล อย่าทำให้ชื่อเสียงที่ปรีชาของบิดาที่สั่งสมมาชั่วชีวิตต้องมัวหมอง” เวลานี้ จักรพรรดิหอยสังข์ก็กล่าวน่าเกรงขามขึ้นมา“หอยสังข์ วันนี้ข้าไม่ได้มาในฐานะของบุตรสาวเทพเจ้าแห่งทะเล วันนี้ข้ามาในฐานะผู้ติดตามข้างกายที่ไม่คู่ควรจะกล่าวถึงของคุณชายหลี่เท่านั้น” เทพธิดาเจินหวู่ กล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “อีกอย่าง การที่คุณชายหลี่ต้องการนั่งอยู่เหนือเก้าชั้นฟ้านั้น ยังไม่จำเป็นต้องให้พวกเจ้าเป็นผู้อนุญาต!”“พวกเจ้าเห็นด้วยก็ดี ไม่เห็นด้วยก็ช่าง คุณชายหลี่เขาจะต้องนั่งอยู่เหนือเก้าชั้นฟ้านั่น เขาก็คือผู้ควบคุมจักรวาล!” เทพธิดาเจินหวู่ พูดน้ำเสียงราบเรียบมาก แต่ว่า ทุกๆ คำกลับเปี่ยมด้วยความหนักแน่นและทรงพลัง“ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองให้ละเอียด อย่าได้ใช้แต่อารมณ์” เวลานี้ เมิ่งเจิ้นเทียนก็ได้พูดขึ้นว่า “การจัดประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ขึ้นในวันนี้ก็เพื่อปรึกษาหารือเรื่องสำคัญ ฝ่าบาทคือผู้ที่สามารถเป็นเทพเจ้าแห่งทะเลได้ผู้หนึ่ง”“เป็นเทพเจ้าแห่งทะเล?” เทพธิดาเจินหวู่เพียงยิ้มเฉยเมย กล่าวว่า “ข้าไม่เคยคิดจะเป็นเทพเจ้าแห่งทะเล ก็แค่เทพเจ้าแห่งทะเลเท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไรคู่ควรการอาลัยอาวรณ์!”คำพูดของเทพธิดาเจินหวู่ทำเอาทุกคนรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก ทุกคนต่างมองหน้ากันและกัน ตำแหน่งเทพเจ้าแห่งทะเลคือความสำเร็จสูงสุดของเผ่าปีศาจทะเล เป็นผู้ที่ได้รับการเคารพสูงสุดในสายตาของเผ่าปีศาจทะเลแต่แล้ว เทพธิดาเจินหวู่ในฐานะบุตรีของเทพเจ้าแห่งทะเล กลับไม่สนใจต่อตำแหน่งเทพเจ้าแห่งทะเล เรื่องเช่นนี้ไม่ว่าใครก็มองว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ“ไป่หวู่เอาบัลลังก์ราชันจัดวางขึ้นไป” เทพธิดาเจินหวู่สั่งการออกไป ในเวลานี้แม้ว่านางไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมา แต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ ท่าทีที่ดั่งออกคำสั่งต่อกองทัพจำนวนหมื่นแสนอย่างนั้นกล่าวสำหรับขุนพลไป่หวู่แล้ว ชั่วชีวิตของเขาเลื่อมใสอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น หนึ่งนั้นคือเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่ อีกคนก็คือเทพธิดาเจินหวู่สำหรับเทพเจ้าแห่งทะเลเจินหวู่นั้นไม่ต้องพูดถึง เขาอยู่ในฐานะสูงส่งอยู่แล้ว เป็นผู้ดำรงไว้ซึ่งสามารถเทียบเคียงกับเทพเจ้าแห่งทะเลเทียนสื่อที่เป็นผู้ได้รับการเคารพสูงสุด