ตอนที่ 544
ตอนที่ 544 ไม่ควรหลอกท่านเลย
October 22, 2026
ตอนที่ 544 ไม่ควรหลอกท่านเลย
ภายในอาคารหลังหนึ่ง มีตะเกียงตั้งยู่หลายดวง ส่องสว่างไปทั่วห้อง
เซ่าผิงปอนั่งอยู่หน้าโต๊ะยุ่งง่วนกับงานเขียน ยกมือป้องปากไอออกมาครั้งคราวไอเสร็จก็เขียนต่อ
เซ่าซานเสิ่งเดินเข้ามา ช่วยเปลี่ยนน้ำชาร้อนๆ ให้เขา มองงานเขียนบนโต๊ะเล็กน้อย มีพาดหัวข้อเด่นชัดสะดุดตา ‘แผนการครองใต้หล้าของแคว้นจิ้น’
จากนั้นก็มองเซ่าผิงปอที่ไออยู่เป็นระยะ สีหน้าเป็นกังวล
เขารู้เรื่องสุขภาพของคุณชายใหญ่ท่านนี้ดี กลายเป็นโรคเรื้อรังแล้ว จำเป็นต้องสงบใจพักผ่อนไม่อาจโหมงานหนักจนเกินไปได้
ตอนที่อยู่ในมณฑลเป่ยโจว มีฝ่าซือติดตามคอยช่วยฟื้นฟูและมอบลูกกลอนบำรุงให้ จึงไม่เป็นปัญหามากนัก
หลังออกจากมณฑลเป่ยโจวมาก็ไม่ได้สะดวกสบายเช่นนั้นแล้ว โดยเฉพาะหลังจากมาถึงทางนี้
พอเห็นจอนผมหงอกขาวของคุณชายใหญ่ที่อยู่ใต้แสงตะเกียง ซ้ำยังมีเสียงไอที่บีบหัวใจคนแว่วขึ้นเป็นระยะ กลายเป็นเช่นนี้แล้วยังต้องโหมงานหนักสิ้นเปลืองความคิดจิตใจอีก เขารู้สึกทนไม่ได้จึงเอ่ยโน้มน้าวว่า “คุณชายใหญ่ สุขภาพก็สำคัญนะขอรับ ท่านเพิ่งมาถึง ไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดขนาดนี้เลย พักก่อนเถิดขอรับ!”
เซ่าผิงปิหยุดมือกระแอมออกมาเล็กน้อย ส่ายหน้าเอ่ยไปว่า “เวลาหาได้คอยข้าไม่ พวกเรายังไม่มีรากฐานตำแหน่งใดๆ อยู่ทางนี้ อีกทั้งทางนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะปลอดภัยสมบูรณ์ ข่าวที่ข้ามาเข้าร่วมกับทางนี้ไม่มีทางปิดไว้ได้นาน หากล่าช้าไปจะทำให้คนจ้องเล่นงานได้ง่ายๆ จะต้องนำเสนอแผนงานแก่ไท่ซูสยงให้ได้ก่อนฟ้าสางวันพรุ่ง ต้องนำไปให้ไท่ซูสยงดูให้เร็วที่สุด”
ไท่ซูสยงก็คือจักรพรรดิแคว้นจิ้น
เซ่าซานเสิ่งอึกอักอยกาพูดแต่ก็เงียบไป หากมิใช่เพราะเชื่อมั่นในตัวคุณชายใหญ่ เขาก็อยากจะถามออกไปจริงๆ ไท่ซูสยงมิใช่ตาสีตาสาที่จะถูกชักจูงได้ง่ายๆ อาศัยเพียงแผนการฉบับเดียวจะแลกตำแหน่งในแคว้นจิ้นมาได้หรือ?
ภายใต้แสงตะเกียง เซ่าผิงปอไอขึ้นมาอีกครั้ง จัดระเบียบความคิดเล็กน้อย จากนั้นก็เขียนแผนงานต่อไป…
….
ฟ้าสว่างแล้ว ละอองฝนที่โปรยปรายตลอดทั้งคืนยังไม่หยุดตกเลย
อากาศขมุกขมัวครอบงำไปทั่วเมืองหลวงแคว้นฉีอันใหญ่โต
ณ ประตูเมือง ประชาชนหลากอาชีพสัญจรไปมา รถม้าผ่านเข้าออก
หนิวโหย่วเต้าที่ผ่านการแปลงโฉมแล้วสะพายกระบี่ไว้บนหลัง เดินเข้ามาจากนอกเมืองเพียงลำพัง ในมือถือร่มกระดาษเคลือบน้ำมันคันหนึ่งไว้ ย่างก้าวไปอย่างไม่เร่งร้อน สบายๆ ใจเย็น ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเลย บุคลิกสง่างามอยู่หลายส่วน
หยาดฝนที่พร่างพรมทำให้ถนนนอกเมืองชื้นแฉะเหลวเป็นโคลน ในขณะที่ถนนปูศิลาภายในเมืองถูกชะล้างจนสะอาดเอี่ยม
ใต้ชายคาของร้านค้าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเมือง ก่วนฟางอี๋ที่แปลงโฉมแล้วหลบฝนอยู่และเฝ้ารอการมาถึงของหนิวโหย่วเต้า
นางเข้าเมืองมาก่อน ติดต่อกับสายข่าวของสำนักเบญจคีรีที่อยู่ในเมืองเพื่อให้ออกไปพบหนิวโหย่วเต้าแล้วช่วยดูแลวิหคพาหนะได้ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง รองลงมาคือต้องการให้สำนักเบญจคีรีเร่งติดต่อบุคลากรในสถานที่ต่างๆ ช่วยสร้างช่องทางสื่อสารระหว่างหนิวโหย่วเต้ากับสถานที่ต่างๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
ข่าวสารจากทางสำนักเขามหายานก็สำคัญมากเช่นกัน หนิวโหย่วเต้าต้องการทราบความคืบหน้าในการจัดการเรื่องราวในมณฑลเป่ยโจวในทันที เพื่อป้องกันเหตุเปลี่ยนแปลง
หากเกิดเหตุเปลี่ยนแปลวขึ้น เขาต้องลงมือจัดการในทันที
จำเป็นต้องกล่าวเลยว่า เครือข่ายข่าวสารที่หนิวโหย่วเต้าทุ่มเงินมหาศาลจัดตั้งขึ้นในยามที่ยังมิได้มั่งคั่งนักยิ่งแสดงให้เห็นทัศคติที่มองการณ์ไกลของหนิวโหย่วเต้า เงินทุนมหาศาลที่จุนเจือให้ทุกปีแสดงประสิทธิภาพได้ดีที่สุดในช่วงเวลาเช่นนี้ ทำให้หนิวโหย่วเต้าสามารถติดต่อกับสถานที่ต่างๆ อย่างรวดเร็ว
เมื่อสำนักเบญจคีรีได้รับเงินทุนสนับสนุนอย่างเพียงพอก็สงบใจได้แล้ว จากนิกายที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดท่ามกลางความขัดแย้งแก่งแย่งผลประโยชน์ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางไปอย่างสิ้นเชิง
พอเห็นหนิวโหย่วเต้าเดินฝ่าฝนเข้ามา ก่วนฟางอี๋ก็กางร่มกระดาษเคลือบน้ำมันขึ้นแล้วเดินเข้าไปหา เดินเคียงข้างพลางเอ่ยแจ้งเสียงเบา “จัดการเรียบร้อยแล้ว จะจัดส่งภายในครึ่งชั่วยาม”
หนิวโหย่วเต้าตอบรับ
ก่วนฟางอี๋ถาม “จะไปที่ใด?”
หนิวโหย่วเต้าตอบว่า “ไปถึงเดี๋ยวก็รู้”
ก่วนฟางอี๋ถามต่อ “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่? พวกเรามีกันแค่สองคนข้ากลัวมากนัก เจ้ารู้บ้างหรือไม่?”
หนิวโหย่วเต้าเอ่ยว่า “ไปถึงย่อมได้รู้เอง”
“คนเลว!” ก่วนฟางอี๋กัดฟันด้วยความชิงชัง สบถด่าเสียงเบา
….
ณ สวนไม้เลื้อย ชายชราในชุดเรียบง่ายคนหนึ่งกางร่มพร้อมถือห่อผ้าห่อหนึ่งเดินเข้ามาที่ประตูสวนไม้เลื้อย เหลียวมองไปรอบๆ
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูทันที ถามออกไป “มีธุระใด?”
ชายชราชูห่อผ้าขึ้นมา “มีคนฝากให้นำของขวัญชิ้นนี้มาส่งมอบแก่ปรมาจารย์อวี้ชาง”
ชายฉกรรจ์ขมวดคิ้วเอ่ยถาม “มาจากผู้ใด?”
ชายชราหันหลับไป ร้องเอ๊ะออกมา “เมื่อครู่ยังตามหลังมาอยู่เลย”
ชายฉกรรจ์เดินออกไปนอกประตู มองไปทางถนนตามที่ชายชรามอง มีคนเดินผ่านประปราย ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ เขาหันกลับมายื่นมืออกไปพลางเอ่ยว่า “ส่งมาให้ข้า!”
ชายชราทำตามอย่างว่าง่าย ยื่นของให้
ระหว่างที่ส่งมอบของอยู่ ชายฉกรรจ์คว้าข้อมือชายชราแล้วใช้พลังตรวจสอบ พบว่ามิใช่ผู้บำเพ็ญเพียรจริงๆ เป็นเพียงคนธรรมดาจึงได้ปล่อยมืออก รับห่อผ้าไปแล้วโบกมือให้ชายชราจากไป
เขาก็ทราบดีเช่นกัน ในเมื่อคนเบื้องหลังต้องการปิดบังตัวตนก็ไม่มีทางสืบเรื่องใดจากตัวชายชราคนนี้ได้
เขาหิ้วห่อผ้าเข้าไป เลี้ยวเข้าสู่ศาลาที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ชายฉกรรจ์เปิดห่อผ้าออกเพื่อตรวจสอบ ไม่อาจนำของทุกอย่างไปมอบแก่ปรมาจารย์อวี้ชางส่งเดชได้
โดยเฉพาะของที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัด ย่อมต้องตรวจสอบให้แน่ชัด
พอเปิดห่อผ้าออก ด้านในมีกล่องไม้ลงยาใบหนึ่ง เขาเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง ป้องกันเผื่อด้านในมีกลไกอะไรอยู่
เขาเปิดกล่องได้อย่างปลอดภัย ไม่มีกลไกใดๆ อยู่ แต่สิ่งที่อยู่ด้านในกลับน่าตกใจนัก เป็นศีรษะคนหัวหนึ่ง!
ยังมีจดหมายด้วยฉบับหนึ่ง
ชายฉกรรจ์ขมวดคิ้ว หยิบจดหมายขึ้นมาจากนั้นก็หิ้วศีรษะขึ้นมาดู หลังจากมองเห็นก็ตกใจหน้าถอดสี รีบปิดกล่องยกขึ้นมาแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว