ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 เรารักกันได้อย่างไร3
September 30, 2026
ภายในรถม้าประจำจวนของตระกูลฟง
หลิงเวยยังคงนั่งเงียบงันมองบุรุษร่างกำยำที่นั่งกอดอกอยู่ข้างกายกันภายในรถม้า
นางเห็นเขานั่งหน้านิ่งด้วยมาดเย็นชาสายตาคมกล้าถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังเปลือกตาภายใต้เรียวคิ้วเข้มหนาตลอดเวลาคล้ายครุ่นคิดหนักหน่วง นางจึงได้แต่นั่งมองเขาอย่างใคร่รู้แต่ไม่กล้าเอ่ยถามอันใด นางจึงได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วเอียงหน้าน้อยๆ มองเขาอยู่อย่างนั้น
“จะมองข้าอีกนานหรือไม่” เสียงทุ้มใหญ่กดต่ำดังออกมาพาเอาร่างบางพลันสะดุ้งตกใจถอยหลังจนศีรษะชนกับผนังรถม้าเสียงดังป๊อก
“อ๊ะ!” หลิงเวยหลุดอุทานเจ็บแปลบตรงศีรษะตน
“ซุ่มซ่าม” ฟงชินหยางบ่นออกมาขณะยังคงหลับตาอยู่อย่างนั้น
หลิงเวยเริ่มหน้าง้ำแอบบ่นในใจ เพราะใครกัน?
หญิงสาวทำได้แค่มองคนปากร้ายตาปริบๆ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเสมองผ้าม่านรถม้าเงียบกริบเจ็บศีรษะตุบๆ
ฟงชินหยางลืมตาคมกริบขึ้นมาเพื่อมองภรรยาของตนอย่างจริงจังแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เรารักกันได้อย่างไร?”
“หือ!?” คำถามของคนข้างกายทำเอาหลิงเวยต้องหันหน้ามามองเขาอีกคราอย่างตื่นตะลึง
“หากคนที่บ้านของข้าถามเจ้า ว่าเรารักกันได้อย่างไร เจอกันที่ใด ทำไมถึงรักกัน เจ้าจะบอกพวกเขาว่าอย่างไร” ชายหนุ่มถามอีกครั้ง
หลิงเวยตาโตตกใจถึงขั้นคิดหนัก
“เรามิได้รักกัน” นางเอ่ยตามตรง “เรื่องของเรามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น บิดาของข้าหมายยกระดับตระกูลจึงทำผิดต่อท่าน ข้ามิได้รักท่าน”
“แน่นอน! เรื่องของเรามันผิดธรรมชาติเป็นข้าที่ตกหลุมพรางของตระกูลเจ้าและเรามิได้รักกัน” ฟงชินหยางหรี่ตาทวนคำเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแบบไร้สาเหตุ “แต่ข้าถามว่า หากมีคนถามเรื่องของเราแล้วเจ้าจะบอกพวกเขาว่าอย่างไร” เขาเริ่มคำรามเสียงดังหงุดหงิดเสียจริง
ครานี้เป็นหลิงเวยบ้างที่เริ่มครุ่นคิดหนักหน่วงเรียวคิ้วโค้งสวยเริ่มขมวดเป็นปม
“ข้าไม่เคยรักใคร คนรักกันเขาต้องรักกันอย่างไร ข้าไม่รู้หรอก” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบานึกอับอายเล็กน้อยที่ต้องคุยกับบุรุษตรงหน้าในเรื่องแบบนี้
ฟงชินหยางมองใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อสองข้างแก้มนวลของคนงามข้างกายจึงหรี่ตาลงยิ่งกว่าเดิมแล้วเอ่ย
“เจ้างดงามถึงเพียงนี้ ไม่เคยมีคนรัก กระทั่งคนตามเกี้ยวก็ไม่มีหรือ” เขาถามเสียงเบามากกว่าเดิมเริ่มรู้สึกดีขึ้นมา
หลิงเวยพยักหน้าหงึกหงักตอบกลับเสียงเบา “บุรุษตามเกี้ยวย่อมมี”
อีกครั้งที่ใครบางคนเริ่มมีสีหน้ามืดครึ้มอารมณ์ขุ่นมัว
ไม่รู้ว่าทำไม!
“เจ้ามีดีอะไร” ฟงชินหยางเลือกที่จะเปลี่ยนคำถามเมื่อมีความรู้สึกบางอย่างกับคำถามก่อนหน้า “เผื่อข้าจะใช้อ้างได้บ้างว่าเรารักกันได้อย่างไร”
ถึงแม้คนถามคล้ายกับไม่ได้คิดอะไรแต่คนฟังกลับอึ้ง
นางมีดีอะไรเช่นนั้นหรือ ?
“คนอย่างข้าไม่มีดีอะไรเลย” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองคนถามตรงๆ
“ไม่มีดีอะไรเลย” หลิงเวยเริ่มประชดประชันอยากร้องไห้เสียจริง
“อืม...” ฟงชินหยางพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงยอมรับแลเห็นด้วยตามนั้นไม่คิดโต้เถียงอันใด และนั่นยิ่งเพิ่มระดับความรู้สึกย่ำแย่ให้ใครบางคนได้เป็นอย่างดี
“เช่นนั้นแล้ว เรารักกันได้อย่างไร จะบอกกับคนในครอบครัวข้าว่าอย่างไรดี” อีกคราที่ฟงชินหยางต้องครุ่นคิดอย่างหนักหน่วงสีหน้าเคร่งเครียด
หลิงเวยได้แต่มองบุรุษข้างกายด้วยความรู้สึกเกินบรรยาย อยากร้องไห้ขึ้นมาจับใจ แต่นางทำได้แค่เพียงเม้มริมฝีปากจนแก้มป่องพองเรียวคิ้วขมวดกันแน่นแล้วหันหน้าพรืดไปทางอื่นที่มองไม่เห็นเขา นางขยับกายเล็กน้อยเพื่อหันหลังให้เขาเสียเลย เขาช่างโหดร้ายยิ่งนัก...
ฟงชินหยางมองตามพฤติกรรมแปลกประหลาดของนางผู้เป็นภรรยาอย่างไม่เข้าใจอันใด ไยทำท่าทางน่าขันเยี่ยงนั้น?
“เป็นอะไร?” เขาถามเสียงเย็น
“เปล่า” นางตอบเสียงเบาหน้าชนผนังรถม้า
“มิได้เป็นอะไรก็นั่งดีๆ”
“ข้านั่งดีแล้ว”
“นั่งให้ดีกว่านั้น”
“ข้าจะนั่งอย่างนี้”