ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 รับผิดชอบ1
September 30, 2026
เสียงเกือกม้าวิ่งกระทบพื้นและเสียงล้อของรถม้าที่กำลังขับเคลื่อนเหยียบดินเหยียบหินเป็นจังหวะโยกคลอน
ทำเอาหลิงเวยเริ่มมีสติขึ้นมาอีกคราพร้อมอาการปวดหัวและเจ็บหน่วงรุนแรงช่วงกลางลำตัว นางเป็นลมหมดสติไปหลายรอบหลังจากที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนให้ห้องพักนั้นแล้วเห็นตนเองอยู่ในสภาพไม่คาดฝัน
“อา...เจ็บ” หลิงเวยถึงกับหลุดอุทานออกมาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลเป็นทางยาวสายใหม่ทับถมคราบน้ำตาหลายสายก่อนหน้านี้ นางร้องไห้มาหลายครั้งแล้วตั้งแต่ตื่นลืมตาขึ้นมา
“ฟื้นแล้วหรือ” จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังพลันดังอยู่ข้างๆ กายกันพาเอาหลิงเวยถึงกับสะดุ้งเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มได้สติเด่นชัด
หลิงเวยยิ่งกะพริบตาปริบๆ เมื่อรับรู้ได้แล้วว่านางกำลังนั่งอยู่ภายในรถม้าคันหนึ่งและข้างกายกันก็เป็นบุรุษลึกลับร่างหนาที่นางเจอบนเตียงนอนนั่น
“ท่าน ท่าน ไยถึง...ฮึก...” หญิงสาวเอ่ยคำได้แค่นั้นพลันรู้สึกว่ามีก้อนปริศนาลูกใหญ่ขวางตันอยู่กลางลำคอ
นางมองชายหนุ่มร่างใหญ่ที่นั่งมาด้วยกันภายในรถม้าอย่างไม่เข้าใจอันใด เขากำลังนั่งกอดอกอยู่ข้างๆ นางและมองมาทางนางด้วยอาการโกรธกรุ่น สันกรามคร้ามแกร่งของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน สายตาเรียวคมของเขาก็เต็มไปด้วยไอสังหาร ใบหน้าของเขาถึงจะหล่อเหลาคมคายแต่รูปร่างใหญ่โตและแววตาขึงเครียดอย่างนั้นทำให้ความหล่อเหลาคล้ายกับเทพเซียนของเขาเสมือนถูกปีศาจกลืนกินไปจนหมดสิ้น
หลิงเวยยิ่งงงงันแต่กระนั้นนางก็แน่ใจว่าไม่เคยรู้จักกับชายผู้นี้และไม่เคยมีความแค้นอันใดต่อกัน ไยเขาถึงต้องทำกับนางอย่างนั้น ทำไมกัน!?
หญิงสาวเริ่มร้องไห้หนักๆ ออกมา น้ำตาของนางไหลเป็นทางยาวไม่หยุดราวกับเขื่อนกั้นทะเลสาบแตกทลาย
“ท่าน...ท่านขืนใจข้า” นางกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเจ็บปวดรวดร้าวที่สุดในชีวิต ทำเอาชายหนุ่มที่นั่งมาด้วยกันต้องคำรามออกมาเสียงดัง
“หยุดเล่นงิ้วเสียที!”
ประโยคอย่างนั้น น้ำเสียงอย่างนั้น ทำเอาหลิงเวยถึงกับสะดุ้งตกใจเฮือกใหญ่ ดวงตาพองโตเพ่งมองเขาผ่านน้ำตาชุ่มฉ่ำคล้ายม่านน้ำตก
อันใด!? ต้องเป็นนางมิใช่หรือไรที่ต้องโกรธจนอยากจะฆ่าเขา
“ท่าน...ท่าน...” หลิงเวยเริ่มละล่ำละลักทั้งน้ำตาหมายเรียกร้องความสูญเสียของตนที่เขาพรากไป แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะว่ากล่าวต่อคำสิ่งใด เสียงเกือกม้ากระทบพื้นพลันเงียบลงรถม้าพลันจอดนิ่ง
บุรุษร่างหนาใบหน้าหล่อเหลาสายตาดุดันเหี้ยมเกรียมก็ลุกออกไปจากรถม้าโดยไม่หันหน้ามามองหลิงเวยแต่อย่างใด
เขาลุกออกจากรถม้าไปด้วยอาการฉุนเฉียวไม่แม้แต่จะเหลียวหลังมองนาง หรือรอรับร่างบางของนางให้ลงจากรถม้าแต่อย่างใด
หญิงสาวพยายามเรียกสติของตนอีกครู่หนึ่งจึงเริ่มขยับกายตามเขาออกมาจากรถม้าหวังจะด่าทอเขาสักหลายๆ คำ
แต่ทว่าความเจ็บแปลบช่วงกลางลำตัวพลันเล่นงาน นางถึงกับต้องนั่งลงเอื้อมฝ่ามือขึ้นกุมหน้าท้องอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วเรียวสวยต้องขมวดพันกันมุ่นสายตาคู่สวยพลันผงะเมื่อมองเห็นเบื้องหน้าของนางเป็นจวนของตระกูลหลิง
“คุณหนู โปรดลงมาเถิด” และตามด้วยเสียงของบ่าวชายผู้หนึ่งเอ่ยมาทางหลิงเวย
หลิงเวยลงจากรถม้าด้วยตนเองอย่างยากลำบากเพราะอาการเจ็บร้าวไปหมดตั้งแต่ศีรษะลงมา นางพยายามประคองเรือนร่างของตนเดินตามหลังของบ่าวชายผู้หนึ่งมาตามทางเมื่อบ่าวชายผู้นี้บอกกล่าวให้นางเดินตามเขามายังห้องโถงกลางเรือนพร้อมกับมีบ่าวชายอีกสามคนเดินตามหลังนางเพื่อคุมตัวนาง