ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 รับผิดชอบ2
September 30, 2026
ภายในห้องหับอันคับแคบที่ใช้เป็นที่ซุกหัวนอนของหลิงเวยมาตลอดหลายปีหลังจากที่มารดาตายจาก
บัดนี้กำลังมีบ่าวรับใช้เดินเข้าเดินออกกันอย่างคึกคักผิดกับเมื่อก่อนยิ่งนัก
เมื่อยามก่อนนั้นเรือนของนางมีบ่าวรับใช้เข้ามาก็จริงแต่ในเมื่อนางมิใช่บุตรีคนโปรดและไม่มีมารดาเป็นที่พึ่งพิง บ่าวรับใช้พวกนี้ก็เข้ามาแค่ให้รู้ว่าเข้ามาแล้ว และทำความสะอาดอะไรก็แค่ทำแบบขอไปทีทั้งยังมิได้มาทุกวัน
แต่ทว่ายามนี้หลังจากที่นางตัดสินใจหนีออกไปเมื่อวานและถูกนำตัวกลับมา นางก็มีบ่าวไพร่อยู่เต็มเรือน บ้างทำความสะอาด บ้างจัดเตรียมเครื่องหอม บางคนจัดเตรียมอาภรณ์ และหลายคนกำลังดูแลหลิงเวยอย่างประคบประหงมผิดจากกาลก่อนชัดเจน
แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยอยู่ในสายตาของใครอยู่ไปแบบไร้ตัวตนกระทั่งออกนอกเรือนยังไม่มีใครรู้ว่านางหายไป
แต่ทว่าในยามนี้แม้แต่ลุกขึ้นยืนยังมีคนมองแม้กระทั่งยามนอนยังคงมีบ่าวไพร่ตามติดมานอนคุมนางที่เตียง แล้วอย่างนี้นางจะหาโอกาสหนีอีกได้เยี่ยงไรกัน
ชีวิตของหนึ่งในภรรยาจากหลายๆ นางจากบุรุษหนึ่งเดียวเฉกเช่นมารดา นางคงหนีไม่พ้นใช่หรือไม่ บุตรที่นางให้กำเนิดจะต้องเกิดมามีโชคชะตาเดียวกันหรืออย่างไร
หลิงเวยได้แต่นั่งหลับตาเก็บข่มอารมณ์หลากหลายเป็นเพียงตุ๊กตาให้บรรดาบ่าวไพร่พากันจับตรึงประโคมเครื่องหอมบำรุงผิวพรรณอย่างยอมจำนน
พระราชวังแคว้นเฉินอันวิจิตรการตาและใหญ่โตโออ่าประดับประดาสิ่งมงคลสีเหลืองทองอร่ามสุดลูกหูลูกตารอบทิศทาง
ภายในศาลากลางอุทยานสวยงามที่ร่มรื่นท่ามกลางแมกไม้ของตำหนักเซียนกงแห่งอ๋องเฉินนามว่าหยางหลง
บุรุษหนุ่มใบหน้าคมคายรูปร่างสูงใหญ่สวมใส่อาภรณ์สีกรมท่าตามแบบฉบับชายชาติทหารทระนงองอาจกำลังนั่งจิบชาอยู่กับบุรุษหนุ่มอีกคนหนึ่งที่มีใบหน้ารูปงามผิวพรรณขาวเนียนสวมใส่อาภรณ์สีขาวนวลตามแบบฉบับชายสูงศักดิ์ผู้เป็นเจ้าของตำหนักแห่งนี้
ทั้งสองมีบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างลิบลับทั้งยังนั่งจิบชาอยู่ด้วยกันในอารมณ์ที่ห่างกันคนละชั้นอย่างสิ้นเชิง
“ข้าดีใจยิ่งนัก ที่แม่ทัพผู้เกรียงไกรและไม่เคยสนใจผูกสมัครรักใคร่กับสตรีนางใดกำลังจะได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที” บุรุษชุดขาวกล่าวจบก็ยกชาขึ้นตรงหน้าประหนึ่งว่ากำลังนั่งร่ำสุราอยู่กระนั้น เขายกยิ้มมุมปากด้วยมาดมากเสน่ห์พร้อมสายตาคมทอประกายล้อเลียน
“ฮึ! กระหม่อมพลาดเอง” ฟงชินหยางเจ้าของอาภรณ์สีเข้มที่นั่งจิบชาอยู่กับบุรุษชุดขาวส่งเสียงกดต่ำออกมาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมไม่สร่างซา
เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะถูกวางยาปลุกกำหนัดให้ร่วมรักกับสตรีนางนั้น กระทั่งมีคนจากตระกูลของนางเข้ามายืนรอเป็นพยานกดดันอย่างเข้มข้น
ช่างแยบยลร้ายกาจเสียจริง!
เฉินหยางหลงยังคงยกยิ้มชอบใจพลางเอ่ย “ตระกูลหลิงเป็นตระกูลใหญ่ ถึงแม้ว่าใต้เท้าหลิงจะเจ้าเล่ห์ไปสักหน่อย แต่ได้บุตรีของเขามาครอบครองนั่นนับว่าเป็นการดี ข้ายังไม่เห็นว่ามีอะไรเสียหาย”
ฟงชินหยางได้ฟังจึงหรี่ตามองบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าแล้วเอ่ยคำตามที่ใจคิด “กระหม่อมถูกลอบวางยา บุตรีของเขาช่างหน้าไม่อาย” เขาเริ่มเดือดดาลเมื่อเอ่ยถึงตรงนี้
สตรีอะไรกัน! ช่างทำตัวได้น่ารังเกียจยิ่งนัก
บุรุษโครงหน้างดงามเจ้าของตำหนักเซียนกงยังคงเอ่ยเย้า “หากเจ้ายังมิได้กลืนกินนางเข้าไปเต็มคำอย่างนั้นก็อาจจะพอปฏิเสธได้แต่นี่เจ้า...เฮ่อ!”
กล่าวจบก็ทำท่าถอนหายใจทั้งๆ ที่นัยน์ยังคงทอประกายสนุกสนาน
สหายของเขาผู้นี้ชนะศึกในสนามรบมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่กลับมาแพ้ทางสตรีตัวเล็กๆ เสียได้ มิรู้ว่าจะเห็นใจหรือขำขันดี
“ท่านกำลังเห็นใจกันใช่หรือไม่” ฟงชินหยางเสียงเข้มขึ้น ใบหน้าคมคายไม่มีแววล้อเล่นด้วยแต่อย่างใดเมื่อมองเห็นใบหน้าของสหายบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังขบขันตน น่าอายยิ่งนัก!
“เอาน่าๆ อาหยาง การมีเมียมิใช่เรื่องใหญ่ ข้าเองก็มีเมียอยู่หลายคน แต่ละค่ำคืนช่างสำราญ ไม่ดีตรงไหน ตัวข้าเองกำลังจะได้บุตรีงดงามของใต้เท้าหลิงที่ข้าแอบหลงรักมานอนกอดให้ชื่นใจ” เฉินหยางหลงเริ่มปลอบใจสหายอย่างจริงจังเมื่อเห็นสีหน้าดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆ ของอีกฝ่าย