ตอนที่ 263
ตอนที่ 1717 : โกลาหลล่มสลาย ?
October 22, 2026
หลินเป่ยชานและคนอื่นๆแปลกใจกันอย่างมาก ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะได้หินขั้นเทพมา หลินเป่ยชาน เกลดันและจงหรานรู้ดีว่าผลของหินแห่งการสร้างของจางหยูนั้นน่าทึ่งแค่ไหน การได้หินแบบนั้นมาพวกเขาจะไม่แปลกใจได้ยังไง ? คนที่เหลือไม่รู้อะไรมากแต่การได้รางวัลแบบนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาแปลกใจได้ “ ขอบคุณเจ้าสำนัก ! ” ทุกคนต่างก็พูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น จางหยูโบกมือ “พวกเจ้าสมควรได้รับ” จากนั้นเขาก็บอกกับทุกคน “ พวกเจ้าไปที่โลกป่ากันก่อน ข้าต้องใช้เวลาในการสร้างหินแห่งการสร้างระดับสูงและระดับทั่วไป ” …. หลังจากส่งทุกคนไปยังโลกป่าแล้ว จางหยูก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะตรวจสอบสมบัติทั้งสี่ แต่เขากับเรียกรวมตัวร่างแยกเพื่อทำการสร้างหินแห่งการสร้าง หินแห่งการสร้างขั้นเทพนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ หากจางหยูสร้างมันขึ้นมา แม้ว่าโลกตันเถียนจะมีการเร่งเวลาแต่ก็ยังต้องใช้เวลาจำนวนมาก ทางที่ดีที่สุดคือให้ร่างแยกร่างอื่นๆร่วมมือกันเพื่อย่นเวลาให้สั้นที่สุดและง่ายที่สุด ใช้เวลา 2-3 วัน จางหยูก็สร้างหินขั้นเทพระดับสูงได้สำเร็จ จากนั้นก็ใช้เวลาอีก 2-3 วันในการสร้างหินขั้นเทพทั่วไปขึ้นมา จางหยูสร้างหินขั้นเทพจำนวนมากขึ้นมาเพื่อเตรียมไว้ให้ศิษย์และอาจารย์ หินแห่งการสร้างขั้นเทพระดับสูงต้องใช้เวลานานในการสร้าง เขาไม่อาจจะแจกจ่ายให้กับทุกคนได้ แต่หินขั้นเทพทั่วไปนั้นไม่ใช่ปัญหาอะไร แน่นอนแม้ว่าจะเป็นหินขั้นเทพแต่เมื่อจางหยูเป็นคนสร้างขึ้นมา ผลของมันก็ดีกว่าหินขั้นเทพอื่นๆ แม้ว่าจะเทียบกับของราชาตะวันออกไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ามาก ไม่นานหลังจากนั้นจางหยูก็เดินทางไปยังโลกป่า เขาได้ให้หินขั้นเทพระดับสูงกับจ้านเทียนเกอ และให้หินขั้นเทพทั่วไปกับคนอื่นๆเพื่อที่พวกเขาจะไม่ได้กลับไปมือเปล่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้สมบติอะไรไปแต่พวกเขาก็ไม่ได้บ่นอะไรออกมายังไงซะการที่ได้หินขั้นเทพนี้ก็เกินความคาดหมายของพวกเขาไปแล้ว“ ข้าจะยังไม่ไปไหนในเวลาอันสั้น พวกเจ้าแยกย้ายกันก่อนหรือจะอยู่รอเดินทางไปพร้อมกับข้าก็ได้ ” จางหยูแจกจ่ายหินให้กับทุกคนและพูดขึ้นมาหลังจากบอกลาจ้านเทียนเกอและคนอื่นๆแล้ว จางหยูก็ไปพบจางเฮ่าหลัน ก่อนจะส่งหินขั้นเทพที่เหลือให้กับจางเฮ่าหลันเพื่อแบ่งมันกับคนในสำนัก ตอนนี้เขายังให้พ่อเก็บมันไว้ก่อน หากมีเหตุจำเป็นก็สามารถใช้มันเป็นค่าเงินสำหรับสำนักได้เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว จางหยูก็ได้กลับไปในโลกตันเถียนเขาได้มุ่งหน้าไปที่โลกบรรพกาล เขาได้เดินทางออกจากกำแพงโลกและเข้าสู่บรรพกาลในบรรพกาลนั้น จางหยูได้เอาสมบัติออกมาและมองมันอยู่สักพักพาหนะมิติมีบทบาทของมันชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้เดินทางรึหนีก็ถือว่าเป็นพาหนะที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าเมื่ออยู่ในมือของจางหยูแล้ว บทบาทของมันไม่ได้มีค่าอะไรมาก หากเจอกับศัตรูที่ไม่อาจจะรับมือได้ เขาก็สามารถหนีมายังโลกตันเถียนได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งพาหนะมิติเลยแม้แต่น้อยตราราชาตะวันออก จางหยูไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรรึไม่ เขาลองตรวจสอบและพบว่ามันมีข้อมูลจำนวนมาก รวมไปถึงข้อมูลของผู้ควบคุมขั้นที่ 9 คนหนึ่งโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยังมีชีวิตอยู่รึไม่ ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะยังภักดีต่อราชาตะวันออกรึไม่หรือว่ายกเลิกฐานะทาสของตนไปแล้ว ?แม้ว่าราชาตะวันออกจะมีตระกูล, ทาสและตำแหน่งของผู้ควบคุมขั้นที่ 9 แต่มันผ่านมา 1.3 ล้านปีแล้ว ข้อมูลคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ดังนั้นจางหยูจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะไปหาตระกูลหรือทาสเหล่านั้น แต่ผู้ควบคุมขั้นที่ 9 นั้นจางหยูหวังว่าจะจัดการธุระให้เสร็จสิ้นก่อน หากมีโอกาสเขาก็จะไปดึงตัวอีกฝ่ายมาจางหยูเก็บพาหนะมิติและตราไป ก่อนจะมองไปที่ต้นอ่อนและคัมภีร์สองอย่างนี้ทำให้เขาสนใจอย่างมาก !ตามที่ราชาตะวันออกบอกมา ต้นอ่อนได้แผ่พลังลึกลับออกมา การกัดกร่อนของโกลาหลทำให้มันพัฒนาขึ้น ในอีกความหมายคือต้นอ่อนนี้ไม่ได้เล็งไปที่โลกขั้นที่ 9 แต่เป็นทั้งโกลาหล