ตอนที่ 311
ตอนที่ 1765 : บรรพชนกระดูก
October 22, 2026
จางหยูและซุนเมิ่งได้ลงไปนั่งบนลานหิน เสี่ยวเสียและเสี่ยวหลิงเอ๋อร์นั่งอยู่บนไหล่ของจางหยู โดยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ หลังจากซุนเมิ่งนั่งลงแล้วนางก็เริ่มพูดขึ้นมา “ พลังกัดกร่อนของโกลาหลนั้นลดลงกว่าเดิมอีกร้อยล้านเท่า ระดับความถดถอยก็เริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นสีหน้าของทุกคนก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที แม้ว่าพลังกัดกร่อนจะไม่ดีต่อผู้คนโดยเฉพาะในเขตหวงห้ามที่แม้แต่ผู้ควบคุมขั้น 9 ก็ยังไม่กล้าจะแตะต้องมัน แต่พลังกัดกร่อนนี้แทนถึงพลังชีวิตของโกลาหล ยิ่งพลังกัดกร่อนแข็งแกร่งเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสนับสนุนให้โกลาหลอยู่ได้นานเท่านั้น ถ้าพลังกัดกร่อนของโกลาหลถือว่าเป็นพลังชนิด งั้นก็เรียกมันว่าพลังโกลาหลก็ได้ ดังนั้นความแข็งแกร่งและอ่อนแอของพลังโกลาหล ก็หมายถึงสภาพของโกลาหล เมื่อพลังโกลาหลลดลงอย่างต่อเนื่อง มันก็หมายความว่าสภาพของโกลาหลย่ำแย่มากขึ้นเรื่อยๆ และอัตราในการเสื่อมก็เพิ่มมากขึ้น “ ดูเหมือนว่าเราต้องเร่งมือแล้วล่ะ เราต้องพัฒนาโกลาหลนภาให้กลายเป็นโกลาหลโดยเร็วที่สุด ” ชายแก่หนวดขาวคนหนึ่งแสดงสีหน้าหนักใจออกมา “ หากการทำลายล้างเกิดขึ้น แต่โกลาหลนภายังไม่พัฒนา ตอนนั้นเราไม่มีที่ให้อยู่แน่ ” การสร้างโกลาหลจริงๆขึ้นมานั้นถือว่าเป็นงานที่ใช้เวลานานอย่างมาก จางหยูมองไปที่ชายคนนั้นสักพัก เขารู้สึกว่าตัวตนของชายแก่ผู้นี้น่ะโดดเด่น แม้ว่าจะเป็นราชากันทุกคนแต่ราชาคนอื่นๆดูจะเคารพชายแก่คนนี้มาก ความเคารพนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งรึฐานะแต่เป็นความเคารพที่บริสุทธิ์ ซุนเมิ่งแอบมองไปที่จางหยู เมื่อเห็นว่าจางหยูมองไปที่ชายแก่คนนั้น นางก็แนะนำทันที “ นี่คือคนที่ข้าเคยพูดกับท่านมาก่อน เขาคือคนที่เคยเข้าไปในสุสานและรอดกลับมา เขาเป็นหัวหน้าของ 9 บรรพชน เขาคือตัวตนที่เก่าแก่ที่สุดในโกลาหล เจ้าเรียกเขาว่า…บรรพชนกระดูกก็ได้ สำหรับชื่อจริงๆของเขาแล้ว ข้าเองก็ไม่รู้” “ บรรพชนกระดูกรึ ?” จางหยูรู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของชายคนนี้ไม่ธรรมดา เขาได้ถามขึ้น “ เขาแกร่งแค่ไหน ?”ซุนเมิ่งไม่คิดเลยว่าจางหยูจะถามเช่นนี้ออกมา นางคิดสักพักแล้วตอบกลับ “ แกร่งอย่างมาก !”เมื่อได้ยินแบบนั้นจางหยูก็สนใจขึ้นมา “แค่ไหนกัน ?”“ ปกติแล้วมันไม่ได้มีความแตกต่างที่ชัดเจน แต่เขาเข้าไปในสุสานสวรรค์และได้รับทักษะกลับมา” ซุนเมิ่งพูดขึ้น “ มันทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าราชาคนอื่นๆ แม้จะไม่รู้ว่ามากแค่ไหนแต่ก็ตัดสินได้ว่าเขาคนเดียวสามารถสู้กับราชา 3 คนได้โดยไม่มีปัญหา ” นางสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดต่อ “ เพราะเขากับราชาสามคนเคยประมือกันแล้ว ราชาสามคนไม่อาจจะทำอะไรเขาได้ ”จางหยูยักคิ้ว ความแข็งแกร่งของชายแก่ผู้นี้แทบจะทัดเทียมกับเขายิ่งกว่านั้นก็ไม่รู้ว่าชายคนนี้ปกปิดความแข็งแกร่งไว้เพียงใด หากเขาปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ งั้นความแข็งแกร่งที่แท้จริงอาจจะเหนือกว่าจางหยู“ นอกจากบรรพชนกระดูก แล้วมีราชาคนอื่นที่ได้ทักษะกลับมาไหม ?” จางหยูถามขึ้นมาซุนเมิ่งพยักหน้า “ มี”“ ใครกัน ?”“ นอกจากบรรพชนกระดูกแล้วก็ยังมีอีกสองคนที่เข้าไปในสุสานแล้วได้ทักษะกลับมา “ ซุนเมิ่งพูดขึ้น “ หนึ่งในนั้นคือปู่ของข้า เขาได้ทักษะเกี่ยวกับการโจมตีทางสติ อีกคนคือตัวข้าเองแต่โชคร้ายที่ข้าได้เรียนรู้ทักษะแยกร่างซึ่งถือว่าเป็นทักษะเสริม”“ ปู่เจ้าสู้กับราชาหลายคนไหวรึไม่ ?” จางหยูไม่กล้าดูถูกซุนเมิ่งส่ายหน้า “ แม้ปู่ข้าจะได้เรียนรู้ทักษะระดับสูงมา แต่มันไม่ได้ทรงพลังเท่ากับทักษะที่บรรพชนกระดูกได้มา ข้าได้ยินปู่บอกมาว่า อย่างมากเขาก็รับมือกับราชา 2 คนได้ แต่ก็ยังเสียเปรียบอยู่…”