ตอนที่ 320
ตอนที่ 1774 : เสี่ยวเสียก่อเรื่อง
October 22, 2026
หากไม่ใช่เพราะเขตหวงห้ามต้องมีต้นไม้โกลาหลประจำการ จางหยูคงไม่คิดจะปล่อยอีกฝ่ายไป นี่ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของต้นไม้เลย บทบาทของมันเพียงอย่างเดียวก็มีเหตุผลเป็นร้อยๆข้อที่จางหยูอยากจะให้มันอยู่ต่อ น่าเสียดายที่จางหยูไม่หน้าด้านพอ หากเขาเห็นแก่ตัวและไม่สนใจการอยู่รอดของโกลาหล เขาก็สามารถบังคับให้ต้นไม้อยู่นี่ต่อ “เดิมทีข้าก็คิดว่าบรรพชนกระดูกนั้นแข็งแกร่งและอยู่มานานที่สุด แต่ไม่คิดเลยว่าต้นไม้จะน่ากลัวกว่า” จางหยูอดไม่ได้ที่จะทึ่งกับความแข็งแกร่งของต้นไม้โกลาหล แม้ว่าบรรพชนกระดูกจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่แกร่งเพียงพอจนมองราชาคนอื่นๆไม่มีค่า แต่ต้นไม้นี้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะมองข้ามทุกคนไป มันมีความต่างระหว่างทั้งสองอย่างมาก ต้นไม้โกลาหลนั้นแกร่งเกินกว่าราชา มันได้ขึ้นไปยังขอบเขตที่สูงกว่า ! ในขอบเขตนี้จางหยูไม่รู้ว่ามันคือขอบเขตระหว่างราชาและจ้าวโกลาหลรึไม่ ? “ ไม่รู้ว่าจิตในสุสานกับต้นไม้นี้ใครจะเหนือกว่ากัน ?” จางหยูคิดถึงจิตลึกลับในสุสาน ฝ่ายหนึ่งควบคุมปราณสุสานได้ อีกฝ่ายควบคุมพลังโกลาหลในเขตหวงห้ามได้ ทั้งสองเป็นตัวตนที่บดขยี้ราชาได้ เมื่อคิดถึงจิตในสุสาน จางหยูก็แสดงสีหน้าหนักใจออกมา “ หากความแข็งแกร่งของจิตนั้นทัดเทียมกับต้นไม้โกลาหล…แผนการสำรวจสุสานก็คงต้องเลื่อนออกไปก่อน” ก่อนหน้านี้จางหยูรู้แค่ว่าจิตสุสานนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แต่แกร่งแค่ไหนนั้นเขาไม่รู้ ในมุมมองของเขาแล้วจิตสุสานแกร่งกว่าราชาคนอื่นๆ ความแข็งแกร่งแบบนั้นแม้ว่าจะเป็นภัยต่อจางหยู แต่ตราบใดที่จางหยูระวังตัวมากพอ เขาก็มั่นใจว่าจะหนีออกมาได้ แต่หลังจากรู้ความแข็งแกร่งของต้นไม้โกลาหล จางหยูก็เปลี่ยนความคิด ความแข็งแกร่งของจิตสุสานนั้นต้องมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้ แม้แต่ต้นไม้โกลาหลก็ยากที่จะเผชิญหน้ากับมันได้ ! ต้นไม้โกลาหลแข็งแกร่งแค่ไหน ? ควบคุมพลังโกลาหลในเขตหวงห้ามได้ พลังแบบนี้แค่คิดก็ขนลุกแล้วแต่ต้นไม้โกลาหลกลับไม่อาจจะทำอะไรบอลโลหิตได้เลย มันไม่อาจจะต้านทานการกลืนกินพลังโกลาหลของบอลโลหิตได้ มันแสดงให้เห็นแล้วว่าบอลโลหิตนั้นน่ากลัวแค่ไหน ! แม้ว่าบอลโลหิตจะไม่แกร่งเท่ากับจิตสุสาน แต่ความอันตรายของมันก็แทนถึงความแข็งแกร่งของจิตสุสานได้ “ เราโชคดีที่หนีออกมาจากสุสานได้” จางหยูเกิดความกลัวในใจ “ ข้ากลัวว่าจิตสุสานคงไม่พอใจเรารึอาจจะมีบางอย่างยับยั้งมันเอาไว้จนไม่ได้มีอิสระ…ไม่งั้นแล้วคงไม่มีใครหนีรอดจากมันได้” จางหยูไม่สงสัยว่าหากจิตสุสานเอาจริงแล้ว แม้ว่าจะเป็นราชาแต่ก็ตายได้อย่างแน่นอน แม้แต่ต้นไม้โกลาหลก็ยังไม่อาจจะต้านทานมันได้เลย จิตนั้นน่ากลัวกว่าต้นไม้โกลาหลอย่างแน่นอน !เมื่อคิดแบบนั้นจางหยูก็กลัวมากกว่าเดิมแต่ก็ยังดีใจ เขาดีใจที่เขายังไม่เข้าไปสำรวจสุสานตามแผนด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้แล้ว ต่อหน้าจิตสุสานนั้นเขาไม่ต่างอะไรจากมดเลย หากโดนจิตสุสานหมายหัว เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะมีโอกาสหนีกลับไปที่โลกตันเถียนรึไม่“ ต้นไม้โกลาหลและจิตสุสานน่ากลัวถึงขนาดนี้ แล้วจ้าวโกลาหลจะแข็งแกร่งแค่ไหนกัน ?” จางหยูไม่กล้าคิดจางหยูส่ายหน้า เขาไม่กล้าจะคิดต่อ ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยเท่านั้นต่อมา จางหยูก็เพ่งสมาธิไปกับการสร้างร่างแยก ตอนนี้คนภายนอกพากันเดินทางมาที่สำนักคังเฉียงมากขึ้นเรื่อยๆแม้แต่ผู้ควบคุมขั้น 9 ก็มี พวกนั้นต่างก็ทำตัวตามกฎที่สำนักคังเฉียงตั้งเอาไว้ แม้แต่ผู้ควบคุมขั้น 9 ก็ยังไม่กล้าสร้างปัญหา ยิ่งคนที่อ่อนแอเท่าไหร่ก็ยิ่งกลัวมากเท่านั้นศิษย์และอาจารย์ในสำนักต่างก็ขึ้นเป็นผู้นำขั้นที่ 8 กันหมดแล้วนอกจากนี้ศิษย์ของจางหยูก็ได้ขึ้นเป็นผู้ควบคุมขั้นที่ 9 แล้ว ทำให้สำนักคังเฉียงมีผู้ควบคุมขั้น 9 อีกกว่าสิบคนและยังเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ เดาว่าอีกไม่นานทั้งอาจารย์และศิษย์จะขึ้นไปถึงขั้นที่ 9 ได้ !โลกค่อยๆเติบโตขึ้นแล้วและสำนักคังเฉียงก็กลายเป็นจุดศูนย์กลาง !จ้านเทียนเกอ, เบเกิล, หลินเป่ยชานและคนอื่นๆแม้ว่าจะไม่ได้เข้าร่วมสำนักคังเฉียง แต่เพราะพวกนั้นรู้จักกับจางหยู จึงทำให้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องพวกนั้น แม้แต่พวกระดับร้อยเท่าก็ยังต้องสุภาพกับพวกนั้น หยวนเทียนจี,เย่ฟานและศิษย์คนอื่นๆถูกคนมากมายตามประจบ บอกได้ว่านี่เป็นฉากที่น่าแปลกใจอย่างมากวิหารอวี๋ฮุ่นในโลกป่าถูกสร้างขึ้นมาใหม่ มันทำให้วิหารนี้ใหญ่โตและหรูหรากว่าเก่า ผู้ดูแลได้ถูกเปลี่ยนคน มันเป็นคนระดับร้อยเท่าที่วิหารอวี๋ฮุ่นได้ส่งมาดูแลที่นี่แทนทั้งโกลาหลพากันจับตาดูการเคลื่อนไหวของสำนักคังเฉียงราวกับว่าสำนักคังเฉียงเป็นศูนย์กลางของโกลาหลอำนาจของพวกเขาถึงกับมากกว่าวิหารอวี๋ฮุ่นสำนักคังเฉียงได้ยกระดับทัดเทียมกับวิหารอวี๋ฮุ่นที่ลานของสำนัก หยวนเทียนจี, เย่ฟาน, อู่โม่และคนอื่นๆพากันมารวมตัวกัน“ อีกนานแค่ไหนที่อาจารย์จะออกมา ?” เซียวเหยียนถอนหายใจออกมา “ จ้านเทียนเกอและคนอื่นๆไปที่สุสานกับเขาได้ อาจารย์คงไม่รังเกียจที่จะพาพวกเราไปด้วยหรอกนะ ?”