ตอนที่ 330
ตอนที่ 1784 : ตัวตนที่น่าทึ่ง ! ร่างแยกของจ้าวโกลาหล!
October 22, 2026
การที่จิตสุสานสวรรค์สวรรค์มองออกว่าเขาคือร่างแยกนั้น จางลู่ไม่ได้แปลกใจนัก แม้ว่าทักษะร่างแยกจะถูกส่งต่อมาให้จางหยู แต่คนที่ได้มันไปคือซุนเมิ่ง และนางก็ได้เรียนรู้มาจากสุสานแต่คนที่เชี่ยวชาญแก่นแท้ของทักษะนี้ก็มีแค่ซุนเมิ่งและจางหยู ส่วนหยวนฉิงนั้นแค่ระดับกลางๆเท่านั้น แม้แต่ซุนเมิ่งก็ยังไม่เชี่ยวชาญทักษะนี้และไม่อาจจะสร้างร่างที่สมบูรณ์ได้ “ เจ้าคือจิตสุสานสวรรค์รึ ?” จางลู่ยังระวังตัว จิตสุสานสวรรค์มีใบหน้าที่พร่ามัวแต่ก็ยังพอมองออกว่าเป็นร่างมนุษย์ เมื่อได้ยินที่จางลู่ถามมา จิตสุสานสวรรค์ก็ยิ้มออกมา “ ใจเย็นๆ หากข้าอยากจะจัดการเจ้าจริงๆ เจ้าคงตายไปแล้ว เจ้าอยู่ไม่รอดจนถึงตอนนี้หรอก ” มันยังใจเย็นอย่างมากมันดูมั่นใจไม่ได้แค่ขู่ จิตสุสานสวรรค์ได้ตอบคำถามของจางลู่ “ สุสานสวรรค์เป็นชื่อที่พวกผู้ควบคุมตั้งให้ แม้กระทั่งจิตสุสานสวรรค์ก็เป็นชื่อที่พวกเขาตั้งกันเอาเอง แต่เอาจริงๆแล้วเมื่อเทียบกับจิตสุสานสวรรค์ ข้าชอบชื่อจิตสวรรค์มากกว่า เจ้าเรียกข้าว่า…จิตสวรรค์ก็ได้ ” ชัดแล้วว่ามันไม่ชอบชื่อจิตสุสานสวรรค์ “ จิตสวรรค์รึ ? ” จางลู่คิดตาม “ เจ้าเกี่ยวข้องยังไงกับจ้าวโกลาหล ?” สุสานสวรรค์ถูกเรียกว่าสุสานของจ้าวโกลาหล จิตสุสานสวรรค์สามารถควบคุมสุสานทั้งหมดได้ หากจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจ้าวโกลาหลนั้น จางลู่ไม่เชื่อ แน่นอนสิ่งที่สำคัญคือ….จ้าวโกลาหลต้องมีตัวตนอยู่จริง “ ฮ่าฮ่า ข้ารู้ว่าเจ้าจะถามเรื่องนี้” จิตสวรรค์ยิ้มออกมา จางลู่คิ้วขมวด “ มีอะไรตลกกัน ?” จิตสวรรค์พูดขึ้นมา “ ข้าเกี่ยวข้องยังไงกับจ้าวโกลาหล ข้าจะบอกเจ้าในภายหลัง เป็นเจ้าต่างหาก เจ้ากล้าเข้าไปในวิหารกับข้ารึไม่ ?” “ เจ้าคิดว่าข้าโง่รึไง ?” จางลู่มองไปที่วิหาร มันเต็มไปด้วยปราณสุสานที่เพียงพอจะกลืนกินสติของเขา “ เจ้ากลัวว่าจะไม่รอด” จิตสวรรค์ยิ้มออกมา มันไม่ได้ทำอะไรแต่ปราณสุสานในวิหารกลับพุ่งเข้ามาในตัวมันอย่างบ้าคลั่ง แค่ไม่กี่อึดใจในวิหารก็ไม่มีปราณสุสานอยู่แล้ว มันราวกับว่ามันไม่มีปราณสุสานอยู่ตั้งแต่แรกจางลู่ยังไม่ทันได้พูดอะไร จิตสวรรค์ก็หันหลังกลับแล้วเดินไปที่ประตูวิหาร “ หากเจ้าอยากรู้ความจริงของสุสานแห่งนี้ก็มากับข้า”จางลู่ถามขึ้นมา “ แล้วปราณสุสานล่ะ ?”ไม่ใช่ว่ามันมีปราณสุสานอยู่รึ ?จางลู่ส่ายหน้าเรียกสติกลับมา เขามองไปยังพวกหุ่นเชิดที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินไปที่ประตูวิหาร แค่เดินมา 2-3 ก้าวเข้าก็เข้าไปในวิหารได้แล้วจิตสวรรค์เหมือนมั่นใจว่าจางลู่จะตามมา มันไม่ได้รีบเดินและไม่ได้หยุดรอจางลู่ไม่รู้ว่าจิตสวรรค์เอาความมั่นใจมาจากไหน เขาได้แต่เดินตามอย่างระวังตัว แม้จะรู้ว่ามันอาจจะมีอันตรายแต่เพื่อค้นหาความจริงของสุสาน เขาก็ต้องเสี่ยงจางลู่รู้สึกโล่งอก หุ่นเชิดทั้งหมดรรวมถึงพวกราชายังยืนรออยู่ที่ด้านนอกไม่ได้ตามเข้ามาด้วยไม่นานพวกเขาก็มาถึงใจกลางวิหารได้ มันมีเสาสีแดงก่ำ เสาแสงนี้ราวกับเชื่อมต่อโลกกับสวรรค์เอาไว้ ด้านบนเสาแสงมีปราณสุสานกระจายไปโดยรอบก่อตัวเป็นสุสาน มันราวกับว่าเสาแสงนี้อัดแน่นขึ้นจากปราณสุสานจิตสวรรค์หยุดอยู่ตรงหน้าเสาแสงและถามขึ้นมา “ เจ้ารู้รึไม่ว่านี่คืออะไร ?” จางลู่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเห็นเสาแสงนี้เขากลับนึกถึงเสาแสงที่ใจกลางลานหิน แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันและมีคลื่นพลังที่ต่างกันแต่มันกลับทำให้เขารู้สึกว่ามันคล้ายกัน ราวกับว่าทั้งสองคืออันเดียวกันเมื่อเห็นว่าจางลู่ไม่ตอบกลับ จิตสวรรค์ก็ไม่ได้ใส่ใจ มันได้พูดต่อ “นี่คือสถานที่ที่สำคัญที่สุดของสุสานสวรรค์…ลานแห่งวิวรณ์”“ ลานแห่งวิวรณ์?” จางลู่มองไปที่จิตสวรรค์ด้วยความสับสน“ บทบาทของมันคือการบูชายัญต่อสวรรค์ด้วยพลังสร้างนับอนันต์ เพื่อเปิดทางสวรรค์สู่นิพพาน “ จิตสวรรค์พูดขึ้นมา “ ทั้งสุสานนั้นอันที่จริงแล้วคือลานแห่งวิวรณ์ ลานแห่งวิวรณ์ขนาดยักษ์นี้ประกอบไปด้วยลานขนาดเล็ก กลาง ใหญ่และหลัก เมื่อนำลานทั้งหมดมารวมกันก็จะกลายเป็นลานแห่งวิวรณ์” จางลู่ถามขึ้นมา “ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?”“ เจ้าอยากรู้ความจริงของสุสานไม่ใช่รึ ? นี่แหละคือความจริงของมัน”