ตอนที่ 338
ตอนที่ 1792 : ความสับสน
October 22, 2026
จางลู่ส่ายหน้า สิ่งที่เขาอยากรู้นั้นเขาได้รู้หมดแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ความจริงแต่ก็ไม่น่าจะห่างจากความจริงเท่าไหร่ “ ขอบคุณที่ชี้แนะ” จางลู่พูดขึ้น “ งั้นข้าขอตัวก่อน ” “ ช้าก่อน” บรรพชนกระดูกตะโกนขึ้นมา “ มีอะไรรึ ?” จางลู่ชะงักไป “ ข้าสงสัยว่าเจ้าจะช่วยข้าได้รึไม่ ?” “ เรื่องอะไรกัน ?” “ ช่วยข้าสร้างโกลาหล เมื่อเจ้าขึ้นไปถึงขอบเขตกึ่งจ้าวโกลาหล หากเจ้าเต็มใจช่วย มันก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างโกลาหลขึ้นมาอย่างมาก บางที…ด้วยความช่วยเหลือของจางหยูแล้ว มันอาจจะไม่จำเป็นต้องเสียโกลาหลไป” แม้ว่ากึ่งจ้าวโกลาหลจะยังห่างจากจ้าวโกลาหลแต่ก็มีความสามารถพิเศษของจ้าวโกลาหลอยู่ การมีกึ่งจ้าวโกลาหลช่วยในการสร้างโกลาหลนั้นแน่นอนว่าจะต้องช่วยได้อย่างมาก จางลู่ถามจางหยู เมื่อได้ยินข้อความที่จางหยูตอบกลับ เขาก็มองไปที่บรรพชนกระดูกแล้วส่ายหน้า “ ขอโทษด้วย ข้าไม่อาจจะช่วยเจ้าได้” บรรพชนกระดูกชะงักไป “ ทำไมกัน ? หากเจ้าช่วยข้าสร้างโกลาหลก็ถือว่าเป็นเรื่องดี…เจ้าอาจจะกระจ่างขึ้นและกลายเป็นจ้าวโกลาหลจริงๆ มันมีแต่ได้กับได้ ทำไมถึงปฏิเสธ ?” เขาพูดมามากแบบนี้ก็เพื่อให้จางหยูสนใจ หากจางหยูไม่ตกลง งั้นที่เขาพูดมามากมายแบบนี้จะไม่ไร้ค่ารึ ? บรรพชนกระดูกคิ้วขมวด เขาไม่อาจจะเข้าใจ ชัดแล้วว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ แต่ทำไมจางหยูถึงได้ปฏิเสธ ? “ เรายังไม่เข้าใจบางอย่างรึอาจจะบอกว่าเรายังไม่มั่นใจก็ได้” จางลู่พูดขึ้นมา “ เมื่อเรามั่นใจแล้ว เราจะพิจารณาว่าควรจะช่วยเจ้ารึไม่” นี่คือคำพูดของจางหยู ยังไงซะเรื่องแบบนี้ก็มีแค่จางหยูที่ตัดสินใจได้ “ เรื่องอะไรกัน ? เจ้าถามข้ามาได้เลย มีไม่กี่เรื่องที่ข้าไม่รู้” บรรพชนกระดูกพูดขึ้น จางลู่ส่ายหน้า “ ข้าไม่อาจจะเปิดเผยได้ ” จริงๆแล้วสิ่งเดียวที่จางหยูไม่มั่นใจในตอนนี้ก็คือบรรพชนกระดูกนั้นเชื่อใจได้รึไม่ จนกว่าจะตัดสินได้ว่าบรรพชนกระดูกไม่ได้เป็นภัย งั้นจางหยูก็ไม่คิดที่จะเสี่ยงเชื่อใจบรรพชนกระดูก แต่คำพูดนี้ไม่อาจจะพูดออกมาได้ เมื่อเห็นท่าทีของจางลู่ที่แน่วแน่แล้ว บรรพชนกระดูกก็จนปัญญา “ดูเหมือนว่าเจ้าจะสงสัยในตัวข้า” จางลู่ยังไม่ทันได้เปิดปากพูด บรรพชนกระดูกก็โบกมือ “ เจ้าไปได้แล้ว เรื่องที่ข้าพูดไปนั้นเจ้าค่อยกลับไปคิด เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง”เขาค่อนข้างตรงไปตรงมา“ งั้นก็ลาก่อน” จางลู่ไม่ได้อธิบายอะไรต่อเพราะบรรพชนกระดูกพูดถูก“ หวังว่าเราจะได้พบกันอีก” ท่าทีของบรรพชนกระดูกนั้นยังเป็นมิตรดังเดิม“ ใช่สิ เมื่อเจ้าเป็นร่างแยกของจ้าวโกลาหล งั้นเจ้าคำนวณได้รึไม่ว่าโกลาหลจะทนได้นานแค่ไหน ?” จางลู่ถามขึ้นมา ก่อนที่จะจากไป“ มันอาจจะเหลืออีกไม่กี่ล้านปี” บรรพชนกระดูกเงียบไปก่อนจะพูดต่อ “ไม่กี่ล้านปีนี้สำหรับคนทั่วไปแล้วอาจจะเป็นเวลาที่ยาวนาน แม้แต่ผู้ควบคุมขั้นที่ 9 ก็ยังถือว่านาน แต่สำหรับโกลาหลแล้ว…มันไม่ได้นานเลย นั่นเป็นเหตุผลที่ข้ากังวล”มันยากเกินไปที่จะพัฒนาโกลาหลนภาให้กลายเป็นโกลาหลที่แท้จริงได้ในเวลาแค่ไม่กี่ล้านปี !บรรพชนกระดูกไม่แน่ใจว่าจะทำได้“ ไม่กี่ล้านปี…” จางลู่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “ เข้าใจแล้ว”เมื่อพูดจบ จางลู่ก็ได้ออกจากที่นั่นและหายไปทันทีเมื่อเห็นจางลู่หายตัวไป บรรพชนกระดูกก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า “เด็กน้อยนี่ระวังตัวจริงๆ ”…ที่บรรพกาลจางลู่ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงข้ามจางหยู“ บรรพชนกระดูกเชื่อถือได้รึไม่ ? ” จางหยูถามขึ้นมาราวกับถามตัวเองจางลู่เงียบไปชั่วครู่แล้วพูดขึ้นมาว่า “ ข้าคิดว่าเขาน่าเชื่อถือกว่าจิตมรณะ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเขาปิดบังบางอย่างเอาไว้ ” ยิ่งบรรพชนกระดูกตรงไปตรงมาเท่าไหร่ จางลู่ก็รู้สึกว่าบรรพชนกระดูกมีปัญหา“ เจ้าคิดว่าเขาคือร่างแยกของจ้าวโกลาหลรึไม่ ?” จางหยูถามขึ้นมาอีกครั้ง“ เขาไม่น่าจะโกหกเรื่องนี้ ” จางลู่คิดและพูดขึ้นมา “ หากไม่ใช่ร่างแยกของจ้าวโกลาหล เขาจะเชี่ยวชาญกฎวิวรณ์ได้ยังไง ? ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็รู้ด้วยว่าจ้าวโกลาหลตายยังไง ถึงจะฟังดูเกินจริงก็เถอะ แต่ยิ่งเกินจริงเท่าไหร่ก็ยิ่งใกล้เคียงกับความจริงเท่านั้น “เมื่อพูดถึงตรงนี้จางลู่ก็พูดต่อว่า “ แต่ก็ยังตัดสินไม่ได้อยู่ดีเพราะไม่มีหลักฐาน ใครจะไปรู้ว่าเขากับจิตมรณะใครกันที่โกหก ?”ตามที่จิตมรณะพูดมานั้นบรรพชนกระดูกคือคนทรยศ ตามที่บรรพชนกระดูกบอกมาจิตมรณะคือตัวแทนแห่งการทำลายล้างและความตายตอนนี้ตัดสินได้ว่าจิตมรณะนั้นไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด นอกจากนี้จางลู่ก็ได้ฉีกหน้ามันไปแล้ว คำพูดที่เหลือก็ไม่รู้ว่ามีความจริงอยู่เท่าไหร่ ส่วนบรรพชนกระดูกนั้นจางลู่ไม่อาจจะหาช่องโหว่ได้ เขาได้แต่พึ่งสัญชาตญาณในการตัดสิน