ตอนที่ 352
ตอนที่ 1806 : ทายาทของจ้าวโกลาหล
October 22, 2026
เมื่อก้าวขึ้นมาถึงขอบเขตกึ่งจ้าวโกลาหล จางหยูก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ ตราบใดที่เขาปรับตัวได้ เขาก็จะขึ้นเป็นจ้าวโกลาหลจริงๆ “ น่าเสียดาย ที่มีจิตที่แข็งแกร่งแค่ดวงเดียวที่ควบคุมร่างบรรพกาลได้” จางหยูเสียดายขึ้นมา เขาอยากสร้างจ้าวบรรพกาลขึ้นมาอีก เขาอยากสร้างจ้าวบรรพกาลจำนวนมากขึ้นมา แต่ในสำนักนั้น คนที่แข็งแกร่งแบบนี้ได้มีแค่เขาเท่านั้น ไม่สิ มันน่าจะนับเสี่ยวเสียเข้าไปด้วย แต่เสี่ยวเสียก็ถือว่าเป็นกึ่งจ้าวโกลาหลแล้ว ความแข็งแกร่งของมันทัดเทียมกับกึ่งจ้าวโกลาหลได้ จางหยูคิดหาวิธีในการสร้างร่างแยกขึ้นมาเพิ่ม ในโลกตันเถียนนี้การสร้างร่างบรรพกาลขึ้นมานั้นจะทำให้เขาเหนื่อยอย่างมาก ผลลัพธ์ล้มเหลวมาหลายครั้ง เขาถึงกับแบ่งจิตออกไป แต่ก็ไม่อาจจะควบคุมร่างบรรพกาลได้ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปคือจิตของเขาไม่แข็งแกร่งเพียงพอ หากไม่ใช่จิตที่สมบูรณ์ของเขาก็ไม่สามารถควบคุมร่างบรรพกาลได้ ฉะนั้นแค่เศษเสี้ยวจิตก็ไม่อาจจะทำได้ แม้ว่าตอนนี้เขาจะก้าวขึ้นมาขอบเขตกึ่งจ้าวโกลาหลแล้ว แต่แค่เศษเสี้ยวจิตนั้นก็ไม่อาจจะควบคุมร่างบรรพกาลได้ แน่นอนร่างแยกของเขาพึ่งพาจิตผู้สร้างที่ไร้เทียมทานได้ แต่พวกนั้นจะอยู่ได้แค่ในบรรพกาล การออกจากโลกตันเถียนนั้นจะไม่ได้มีจิตผู้สร้างที่แข็งแกร่งดังเดิม การที่มีร่างแยกแบบนั้นจะเป็นประโยชน์อะไร ? “ แต่บรรพกาลที่โลกผนึกเทพยังขาดจ้าวบรรพกาล บางทีเราอาจจะพิจารณาเสี่ยวเสีย” จางหยูคิด “ จิตของเสี่ยวเสียนั้นแข็งแกร่งพอที่จะควบคุมร่างบรรพกาลได้” เมื่อคิดได้แบบนั้นจางหยูก็ได้ติดต่อหาจางลู่ทันที “ เจ้าไปที่สุสานสวรรค์และนำเสี่ยวเสียกลับมา” หากเสี่ยวเสียกลายเป็นจ้าวบรรพกาลได้งั้นปราณสุสานก็ไม่น่าสนใจอีกต่อไปแล้ว “ ข้าเพิ่งกลับมาจะให้ข้าไปอีกแล้วรึ ?” จางลู่สลด เขาต้องเดินทางไปยังสุสานอีกครั้ง หลังจากที่จางลู่ออกเดินทาง จางหยูก็มองไปยังหุ่นเชิดนับแสนก่อนจะถามกับซุนเหยียนว่า “ เจ้าคิดว่าคนเหล่านี้มีใครพอที่จะควบคุมร่างบรรพกาลได้รึไม่ ?” แม้ว่าโลกตันเถียนในตอนนี้จะมีแค่บรรพกาลของโลกบรรพกาลและโลกผนึกเทพ แต่ด้วยการเติบโตของโลกต่างๆแล้ว อีกไม่นานมันก็จะพัฒนาเป็นโลกขั้นที่ 9 และให้กำเนิดบรรพกาลขึ้นมาจำนวนมาก บรรพกาลเหล่านั้นต้องการจ้าวบรรพกาลซุนเหยียนเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า “ มันมากเกินไป” เขาได้ตอบกลับ “ นี่ไม่พูดถึงพวกที่ต่ำกว่าขั้นที่ 9 นะ แม้แต่ราชาก็ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอ”หากฝืนทดลองแล้ว บางทีอาจจะทำให้จิตพวกนั้นถูกลบไปโดยร่างบรรพกาลที่แข็งแกร่ง “ จิตที่แข็งแกร่งเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของคน “ ซุนเหยียนอธิบาย “ จิตของราชานั้นแกร่งกว่าผู้ควบคุมทั่วไป แต่ยังห่างจากกึ่งจ้าวโกลาหล นอกซะจากว่าจะเป็นร่างแยกของจ้าวโกลาหลรึการเกิดใหม่ของกึ่งจ้าวโกลาหลเอง ไม่งั้นจิตก็ไม่อาจจะเข้ากับร่างบรรพกาลได้”แม้ว่าจางหยูจะเสียดายแต่เขาก็คาดไว้แล้ว เขาจึงไม่ได้ผิดหวังอะไร“ ต้องเป็นร่างแยกจ้าวโกลาหลรึกึ่งจ้าวโกลาหลเท่านั้นรึ ?” จางหยูถามขึ้นมา “ ไม่มีความเป็นไปได้อื่นเลยรึ ?”ซุนเหยียนคิดสักพักแล้วตอบกลับ “ มีข้อยกเว้นอยู่”“ ข้อยกเว้นอะไรกัน ?” จางหยูถามขึ้นมา“ สายเลือด !” ซุนเหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วตอบกลับ “ สายเลือดของจ้าวโกลาหล หรือจะบอกว่าทายาทของจ้าวโกลาหล หากคนเหล่านั้นมีระดับการบ่มเพาะที่สูงในระดับหนึ่ง ก็สามารถควบคุมร่างบรรพกาลได้ เพราะจิตของพวกเขาได้รับผลกระทบจากสายเลือด มันจึงแกร่งกว่าผู้ควบุคมคนอื่นในขอบเขตเดียวกัน”เมื่อได้ยินแบบนั้นจางหยูก็ไม่ได้ผิดหวัง “ สายเลือดนี้ต้องเป็นสายเลือดของจ้าวโกลาหลเท่านั้นรึ ? แล้วข้าจะไปหาจากที่ไหนกัน ?”คำพูดนี้ไม่ได้ทำให้อะไรต่างจากเดิมเลย“ ไม่ ” ซุนเหยียนพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ในโกลาหลแห่งนี้ ยังมีทายาทของจ้าวโกลาหลอยู่ ! ข้าเคยเห็นพวกเขามาแล้ว !”จางหยูแปลกใจ “ จริงรึ ?” ซุนเหยียนยังไม่ทันได้ตอบกลับ จางหยูก็พูดขึ้นต่อ “ ช้าก่อน เจ้าบอกว่า…พวกเขา ? หมายความว่ามีทายาทจ้าวโกลาหลมากกว่าหนึ่งคนรึ ?”ซุนเหยียนพยักหน้า “ อันที่จริงไม่ใช่แค่ข้า แต่ไห่อู่เซิงก็น่าจะรู้เรื่องนี้ เพราะเท่าที่ข้าจำได้ ข้าเหมือนจะเห็นทายาทของจ้าวโกลาหลเข้าร่วมกับโกลาหลนภาแล้ว ข้าสงสัยว่าไห่อู่เซิงตั้งใจจะกลืนกินสายเลือดของเขาเพื่อพัฒนาโกลาหลนภาขึ้นมา โอกาสสำเร็จมันจะสูงยิ่งขึ้น”