ตอนที่ 374
ตอนที่ 1828 : จ้าวโกลาหล
October 22, 2026
ผู้ควบคุมและกุยหยวนเหล่านี้มีค่าต่อทั้งจางหยูและไห่อู่เซิง พวกนี้คือทรัพยากรที่มีค่า บทบาทของพวกนี้ไม่อาจจะมองข้ามได้ แต่จางหยูและไห่อู่เซิงนั้นใช้คนละวิธีกัน เป้าหมายของไห่อู่เซิงคือการกลืนกินพวกนี้เพื่อขึ้นเป็นจ้าวโกลาหล เมื่อโกลาหลนภากลายเป็นโกลาหลแล้ว เขาก็จะได้ขึ้นเป็นจ้าวโกลาหลจริงๆ วิธีนี้เรียบง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุด แต่วิธีของจางหยูนั้นซับซ้อนกว่า เขาจะใช้ผู้ควบคุมและกุยหยวนเหล่านี้เข้าไปในโลกตันเถียน เมื่อมีพวกนี้อยู่จะเป็นการเร่งการพัฒนาของโลกตันเถียนขึ้นจากเดิมหลายเท่า ในทางกลับกันวิธีของไห่อู่เซิงนั้นอันตรายกว่าแต่ก็รวดเร็วกว่า แต่วิธีของจางหยูนั้นปลอดภัย แม้ว่าจะช้ากว่าเล็กน้อยก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอันตรายใดๆแอบแฝงอยู่งั้นก็ควรสร้างรากฐานให้มั่นคง แต่ละคนต่างก็มองคนกลุ่มนี้ต่างกันออกไป ไห่อู่เซิงมองคนเหล่านี้เป็นอาหารซึ่งพวกนี้ต้องตายหากไม่ร่วมมือกับไห่อู่เซิง ยังไงซะก็ไม่มีใครต้องการใช้ชีวิตตัวเองอย่างไร้ค่าแบบนั้น … แม้ว่าจางหยูจะคอยปกป้องสุสานและไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยู่เฉยๆ ในทางกลับกันแล้วจางหยูได้แต่งเรื่องใหม่ขึ้นมาและทำการปรับเรื่องในหัวของเขาเพื่อสร้างโลกขึ้นมา ก่อนจะส่งหนังสือไปให้กับจางลู่เพื่อคอยเล่าเรื่องให้ศิษย์และอาจารย์ฟังทุกๆวันพร้อมกับโลกใหม่ที่กำเนิดขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไปโลกในตันเถียนของจางหยูก็เพิ่มมากขึ้น จำนวนมันยังเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ในพริบตาก็ผ่านไป 3 ปี จำนวนโลกที่เกิดใหม่นั้นมากเกินพันใบ เมื่อรวมกับโลกเดิมแล้ว โลกด้านในนั้นมีเกือบ 1,500 ใบ จางลู่ได้ทำการเปิดช่องทางสู่โลกเหล่านั้นเพื่อที่พวกเขาจะเดินทางไปมาหากันได้ โลกที่อ่อนแอนั้นใช้เป็นทางผ่านเพื่อไปยังโลกระดับสูง โลกระดับสูงก็ต้องเดินทางไปยังโลกระดับต่ำก่อนเพื่อที่จะเดินทางไปยังโลกอื่น สามปีก่อนการปรากฏตัวของไห่อู่เซิง ทำให้ความคิดฟุ้งซ่านของผู้คนในโกลาหลได้หยุดลง พวกเขารับรู้ได้ถึงอันตราย พวกที่เคยสงสัยว่าจางหยูร่วมมือกับวิหารอวี๋ฮุ่นต่างก็มารวมตัวกันที่โลกป่า จางลู่จะคอยสร้างรูหนอนขึ้นเพื่อส่งพวกนั้นเข้าไปในโลกตันเถียน ด้วยผู้คนที่แห่กันมานี้ โลกตันเถียนก็เติบโตขึ้นเร็วกว่าเดิมอีกไม่ใช่แค่โลกขั้น 6 โลกขั้น 7 และ 8 รวมถึงโลกขั้น 9 ก็ยังพัฒนาได้เร็วกว่าเดิม ผลสุดท้าย…ซุนเหยียน, เสี่ยวเสียและซุนวูก็แข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ จางหยูนั่งอยู่ในสุสานถึง 5 ปีตอนนั้นโลกผังหลงก็ได้ยกระดับขึ้นเป็นโลกขั้นที่ 9 ได้สำเร็จ !จางหยูที่นั่งแต่งเรื่องอยู่นั้นกลับรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในโลกตันเถียนรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของจิตผู้สร้าง เขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นโลกผังหลงได้กลายเป็นโลกขั้น 9 แล้ว ด้านนอกโลกมีบรรพกาลก่อตัวขึ้นมาจางหยูรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าจิตผู้สร้างเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก มันราวกับผู้ควบคุมขั้น 9 ขึ้นไปถึงระดับร้อยรึอาจจะมากกว่านั้นก่อนที่จางหยูจะปรับตัวกับพลังใหม่ได้ก็เกิดพลังปะทุขึ้นมาอีก จิตผู้สร้างของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มันราวกับโลกตันเถียนได้ยกระดับตัวเองขึ้นมา แค่ไม่กี่อึดใจก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว“ นี่มัน…” แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวจางหยูแผ่ไปทั่วทุกทิศทาง ตอนนั้นทั้งสุสานเอ่อล้นไปด้วยพลังของจางหยู ราวกับเขาเป็นเทพสูงสุดของที่นี่เสี่ยวเสียที่กำลังกินปราณสุสานอยู่นั้นรับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันน่ากลัวนี้ ตัวของมันสั่นไหวด้วยความกลัวร่างของจางหยูค่อยๆลอยขึ้นไปยืนอยู่บนท้องฟ้าและแผ่แรงกดดันออกมาราวกับระลอกน้ำที่กระจายออกไปทั่ว ตัวของเขาทอแสงอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา แรงกดดันนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กจ้อย“ นี่คือจ้าวโกลาหลรึ ?” การทะลวงผ่านนี้ทำให้จิตของจางหยูแข็งแกร่งอย่างมาก มันราวกับป้อมปราการ แม้ว่าร่างกายและวิญญาณจะถูกกำจัดไป แม้ว่าจิตผู้สร้างจะพังลงไปแต่เขาจะยังเป็นอมตะอยู่เสี่ยวเสียมองร่างบนท้องฟ้าที่แผ่แสงสว่างออกมาไม่สิ้นสุดด้วยความเคารพเสี่ยวเสียไม่กล้ามองไปที่จางหยูโดยตรงราวกับว่าการกระทำนั้นจะเป็นการดูหมิ่นเทพ แข็งแกร่งจริงๆ !ภายใต้แรงกดดันนี้เสี่ยวเสียรู้สึกราวกับเป็นมด ต่อหน้าแรงกดดันนี้มันไม่อาจจะต้านทานได้เลยนี่คือความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นเพียงพอที่จะบดขยี้มันได้ !