ตอนที่ 434
ตอนที่ 1889 : ความแค้นครั้งใหม่
October 22, 2026
ตอนนั้นเก่อเย่ก็ได้กลับไป จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้พบกับจางหยูเลย การตรวจสอบทีมคังเฉียงได้จบลงแล้ว เขาไม่อยากจะกลับ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ แค่ร่างแยกสามคนกับเจ้าสำนักสาขาก็ทำให้เขาหมดสภาพแล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงจางหยูเลย เดาว่าแม้ว่าเขาจะมีโอกาสได้พบกับจางหยูจริงๆ แต่ก็คงไม่มีความกล้ามากพอที่จะเผชิญหน้า เก่อเย่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อออกจากโกลาหลหินมา เมื่อรับรู้ได้ถึงจิตที่อ่อนแอของตน เก่อเย่ก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมา ใครจะไปคิดว่าการเดินทางมาตรวจสอบครั้งนี้ เกือบจะทำให้เขาต้องมาตายที่นี่ หากไม่ใช่เพราะคนของสำนักคังเฉียงไม่อยากจะฆ่าเขา เกรงว่าเขาคงไม่อาจจะรอดจากที่นั่นได้ ! เมื่อคิดถึงกลุ่ม ‘ นักเลง ’ พวกนั้น เก่อเย่ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น สายตาของเขาเริ่มแสดงท่าทีลนลานออกมาอีกครั้ง นี่คือความโหดร้ายและเรื่องราวที่ไม่อาจจะลืมเลือนได้ของแม่ทัพ เขาจะไม่มีทางลืมมันไปได้ตลอดชีวิต ! ประสบการณ์ครั้งนี้คงกลายเป็นแผลในใจของเขาอย่างไม่มีทางจะลบเลือน ! …. “ ปล่อยเขาไปรึ ?” เจ้าสำนักมองจางลู่ “ ดูเหมือนว่าเราจะสู้กันได้ดีอยู่นิ ?” จางลู่พูดขึ้น “ เขาเป็นคนของซื่อเซียว อย่างมากเราก็ทำได้แค่อัดเขา หากต้องการจะฆ่าเขาจริงๆแล้ว ซื่อเซียวคงไม่มีทางยอมแน่..” ความว่างเปล่าได้พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ ชายคนนี้ไม่ได้แสดงท่าทีต่อเราดีนัก มันแสดงให้เห็นถึงท่าทีของซื่อเซียวได้ ดูเหมือนว่าเราต้องเพิ่มการป้องกันมากกว่าเก่า “ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นร่างแยกของจางหยู แต่พวกเขาต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง หากตายไปแล้วก็เท่ากับตายจริงๆ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่อยากจะฉีกหน้าซื่อเซียว อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเขาจะรับมือกับซื่อเซียวได้บ้าง และที่สำคัญที่สุดคือพวกเขายังอยากจะไปยังเขตซื่อเซียวเพื่อหาเงิน หากผิดใจกับซื่อเซียวเกินไป นี่ไม่ต้องพูดถึงลูกปัดดั้งเดิมเลย เดาว่าทันทีที่พวกเขาเข้าไปในเขตซื่อเซียว พวกเขาคงโดนซื่อเซียวแก้แค้น“ โชคดีที่ร่างหลักได้สร้างชื่อเสียงก่อนจะออกจากเขตซื่อเซียวมา ” ความว่างเปล่าพูดขึ้น “ ไม่งั้นแล้วซื่อเซียวอาจจะลงมือกับเราหนักกว่านี้ก็ได้…” ตอนนี้จางหยูยังเก็บตัวอยู่ แม้ว่าซื่อเซียวจะไม่ได้เป็นมิตรกับสำนักคังเฉียง แต่ก็น่าจะไว้หน้ากันบ้าง เขาคงไม่กล้าจะทำอะไรตามใจ“ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมท่าทีของซื่อเซียวถึงได้ดูไม่เป็นมิตรแบบนี้ เราเป็นคนฝั่งเผ่าชีวิตไม่ใช่รึไง ?” เจ้าสำนักถามขึ้นมาจางลู่ส่ายหน้า “ มันค่อนข้างแปลก ตามเหตุผลแล้ว แม้ว่าซื่อเซียวจะไม่ได้เป็นมิตรกับเรา แต่ก็ไม่น่าจะเกลียดเรา…”แน่นอนพวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซื่อเซียว ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงเข้าใจว่าทำไมซื่อเซียวถึงได้รู้สึกแย่กับสำนักคังเฉียงยังไงซะ จางหยูก็เป็นคนป้ายความผิดให้กับซื่อเซียว“ เราจะไปยังเขตซื่อเซียวดีรึไม่ ?” เจ้าสำนักลังเลและถามขึ้นมาจางลู่พึมพำออกมา “ รอไปก่อน รอดูว่าซื่อเซียวจะมีท่าทีอย่างไร ”หากซื่อเซียวตัดสินใจเป็นศัตรูกับสำนักคังเฉียง งั้นแม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ก็ไม่กล้าจะเข้าไปในเขตซื่อเซียว ซื่อเซียวสามารถฆ่าพวกเขาได้ในพริบตา หรือต่อให้ไม่โดนซื่อเซียวกักขังเอาไว้ และออกมายังทะเลโกลาหลได้ แต่พวกเขาก็เดาว่า พวกเขาคงไม่อาจจะหนีพ้นความตายไปได้ช่องว่างระหว่างจักรพรรดิกับแม่ทัพนั้นมีมากเกินไป แม้แต่แม่ทัพชั้นนำก็ไม่อาจจะต้านทานจักรพรรดิได้ นี่ไม่ต้องนับพวกเขาเลยท่าทีของซื่อเซียวนั้นสำคัญกับสำนักคังเฉียงอย่างมากมันจะบ่งบอกได้ว่าสำนักคังเฉียงจะทำยังไงต่อไป…ในอีกด้านเก่อเย่ที่สภาพจิตอ่อนแอก็ได้กลับมายังเขตซื่อเซียวแล้วจ้าวโกลาหลที่ดูแลหมู่บ้านเสี่ยวอันรวมถึงคนจากกองกำลังต่างๆล้วนได้ข่าวการกลับมาของเก่อเย่ลั่วเกาได้เข้าไปต้อนรับเก่อเย่ และถามถึงสถานการณ์แต่เก่อเย่กลับสีหน้าหม่นหมองอยู่ตลอดเขาไม่พูดถึงเรื่องทีมคังเฉียงแม้แต่น้อย เขาทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องต้องห้าม