ตอนที่ 483
ตอนที่ 1938 : วูหยาน
October 22, 2026
เก่อเย่ตายไปแล้ว ร่างกาย, วิญญาณและจิตของเขาโดนทำลายไปอย่างสมบูรณ์ พื้นดินพังราบเป็นหน้ากลองราวกับบ่งบอกถึงการต่อสู้อันดุเดือด ซุนเหมิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าราวกับมองผ่านกระแสเวลาแล้วพูดขึ้น “ บรรพชน เราแก้แค้นให้ท่านได้แล้ว” ผู้คนโดยรอบต่างก็ตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย เก่อเย่ที่มีพลังสูงส่งยากจะหาใครทัดเทียมได้ กลับตายไปในเวลาไม่นาน การตายของซุนเหลียนเชิงนั้นพวกเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่การได้เห็นการตายของเก่อเย่ตรงหน้านี้ทำให้พวกเขาต่างก็อึ้งไป แม่ทัพที่ไม่ใช่แค่จ้าวโกลาหลทั่วไป แต่กลับต้องมาตาย “ ข้าขอโทษด้วยอาจารย์ ข้าไม่อาจจะทำตามที่ท่านสั่งได้ …” ซุนเหมิงได้สติกลับมาก่อนจะบอกกับจางลู่และคนอื่นๆ จางลู่โบกมือและพูดขึ้นมา “ ไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่อาจจะคาดเดาได้ เก่อเย่ยอมตายแทนที่จะเข้าไปในวังวน หากเปลี่ยนเป็นเราแล้ว เราก็ไม่อาจจะทำอะไรได้เช่นกัน” คำพูดนี้ทำให้ซุนหยานและซุนวูโล่งอกขึ้นมา ตราบใดที่จางลู่และคนอื่นๆไม่ถือโทษพวกเขา พวกเขาก็พอใจแล้ว “ ลองค้นดู” จางลู่บอกกับเจ้าสำนักและร่างแยกอื่นๆ “ โถงกองทัพสังเกตการณ์พังราบไปหมดแล้ว มันจึงสะดวกกับการค้นหายิ่งกว่าเก่า” ต่อมาทุกคนก็พากันแผ่การรับรู้ออกไปเพื่อค้นหาว่ากล่องกระบี่นั้นอยู่ที่ไหน ส่วนที่สำคัญคือคลัง หากไม่พบกล่องกระบี่ในคลัง งั้นมันก็หมายความว่ากล่องกระบี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ผู้คนรอบๆได้แต่กลั้นหายใจและไม่กล้าพูดอะไรออกมา พวกเขาไม่กล้าถามว่าจางลู่หาอะไรอยู่ ซุนเหมิงค่อยๆทะยานลงมาที่พื้น นางจับดาบที่ปักอยู่ที่พื้นขึ้นมา ของชิ้นนี้คือสมบัติที่พวกเขาได้มา ส่วนจะทำยังไงกับมันนั้นนางยังไม่รู้ ผ่านไปสักพัก จางลู่และคนอื่นๆก็ค้นทั้งโถงกองทัพสังเกตการณ์เสร็จ แม้แต่พื้นที่โดยรอบก็โดนค้นเช่นกัน แต่ก็ยังไม่รับรู้ถึงตัวตนของกล่องกระบี่เลย “แปลก ทำไมกล่องกระบี่ไม่อยู่ในคลัง ?” จางลู่คิ้วขมวดและมองไปยังคนอื่นๆ “พวกเจ้ารับรู้ได้รึไม่ ?” ทุกคนพากันส่ายหน้า “ ข้าค้นหาทั่วแล้วแต่ก็ไม่เห็นกล่องกระบี่”นี่ไม่ต้องพูดถึงกล่องกระบี่เลย ของที่คล้ายกันพวกเขาก็ยังหาไม่พบ“ มันน่าจะอยู่ในคลัง” จางลู่คิ้วขมวด “เขาพกมันไว้กับตัวรึ ?”ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจจับมิติที่เก่อเย่สร้างขึ้นมา บางทีคงมีแค่จักรพรรดิเท่านั้นที่ทำได้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มั่นใจว่ากล่องกระบี่นั้นอยู่ในมิติแยกส่วนที่เก่อเย่สร้างขึ้นมารึไม่“ แล้วจะเอายังไงต่อ ?” เจ้าสำนักถามขึ้นมา“ เราไม่อาจจะทำอะไรต่อได้ เราต้องหาคนที่เกี่ยวข้องกับเก่อเย่” ความว่าเปล่าพูดขึ้น “ เมื่อเก่อเย่ซ่อนมันเอาไว้ เขาต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้แน่ มันไม่อาจจะปกปิดอะไรได้โดยสมบูรณ์ หากทำความผิดแล้วปกปิดมันได้ งั้นมันก็ไม่ใช่ความผิด”การไม่ก่อความผิดคือการปกปิดที่ดีที่สุดตอนนั้นเองเฒ่าเทียนจีก็พูดขึ้นมา “ความว่างเปล่า กล่องกระบี่นั่น เก่อเย่ไม่ได้พกมันติดตัวได้”ทุกคนพากันหันกลับไปมองเฒ่าเทียนจีก่อนจะพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “ ทำไมกัน ?”“ ความสำคัญของกล่องกระบี่นั้น เก่อเย่รู้ดีกว่าใคร เขาในฐานะแม่ทัพของกองทัพสังเกตการณ์อาจจะโดนซื่อเซียว เรียกตัวไปตอนไหนก็ได้ หากเขาพกมันกับตัว ด้วยความสามารถของซื่อเซียวแล้ว มันก็เสี่ยงที่จะเปิดเผยเรื่องกล่องกระบี่ และสำหรับคนที่ระวังตัวแบบเก่อเย่แล้ว เขาไม่อาจจะทำแบบนั้นแน่ หากเป็นข้า ข้าไม่มีทางพกของสำคัญแบบนั้นติดตัว ข้าไม่คิดจะรับความเสี่ยงแบบนั้นแน่…”ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นทุกคนก็เห็นว่ามันมีเหตุผลการวิเคราะห์ของเฒ่าเทียนจีสมเหตุสมผลอย่างมาก“ มันคงเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เราคาดไม่ถึง แต่เจ้ากลับคิดออก” จางลู่กล่าวชมออกมาเฒ่าเทียนจียิ้มออกมาแต่เขากลับทำท่าเหมือนไม่ได้ยินคำชม จางลู่มองไปรอบๆ “ งั้นทุกคนลองคิดดูว่าเก่อเย่จะเอากล่องกระบี่ไปซ่อนไว้ที่ไหน ?”โถงกองทัพสังเกตการณ์ไม่มี พวกเขาค้นหาแล้ว และมั่นใจอย่างมากแต่พวกเขาก็ไม่ค่อยรู้จักเก่อเย่เท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่อาจจะหาคำตอบที่ถูกต้องได้