ตอนที่ 491
ตอนที่ 1946 : การต่อสู้ในแก่นกำเนิด
October 22, 2026
เมื่อได้ยินคำพูดของจางลู่ ชายวัยกลางคนก็สีหน้าแข็งทื่อไป “ ผู้อาวุโส” ชายวัยกลางคนกังวลอย่างมาก “ ลูกปัดดั้งเดิม 15 ล้านลูกคือขีดจำกัดของเราแล้ว ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสจะคิดเห็นยังไง” เขาคิดว่าเหตุผลที่จางลู่ปฏิเสธก็เพราะลูกปัดนั้นน้อยเกินไป จางลู่มองไปที่ชายวัยกลางคนและส่ายหน้า “ เจ้าหาทางอื่นเถอะ เราไม่สนใจจะรับภารกิจนี้” ด้วยลูกปัดดั้งเดิม 20 ล้านล้านลูกแล้วใครกันจะมาสนใจกับลูกปัดแค่ 20 ล้านลูก ? อย่าพูดถึง 15 ล้านลูกเลย แม้ว่าจะมากกว่านี้สิบเท่าแต่พวกเขาก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย ชายวัยกลางคนยังไม่ทันได้ตอบกลับ จางลู่ก็หันกลับและเดินไปที่ลำแสง เจ้าสำนักและคนอื่นๆเองก็เดินตามไปติดๆ ทหารกองทัพเทียนลั่วและกองทัพสังเกตการณ์ต่างก็พากันหลีกทางให้ พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ภายใต้สายตาของทุกคน จางลู่และพวกก็ได้เดินเข้าไปในลำแสงอย่างช้าๆก่อนที่จะหายตัวไป …. เมื่อผ่านลำแสงเข้ามา ฉากโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างมาก มันราวกลับได้มายังทะเลโกลาหล ภาพฉายของโกลาหลแต่ละแห่งที่เชื่อมต่อกันรวมถึงพลังจิตมากมาย ทั้งหมดได้รวมตัวกันเป็นแก่นกำเนิด แก่นกำเนิดนี้ราวกับทะเลจำลองแทบไม่ต่างอะไรกันเลยแต่แค่เล็กกว่ามาก ภาพฉายโกลาหลแต่ละอันเหมือนกับของจำลองไม่ใช่โกลาหลจริงๆ “ มันดูคล้ายกับทะเลโกลาหลย่อส่วน” จางลู่ตรวจสอบรอบตัวแล้วพูดขึ้นมา ความว่างเปล่าพยักหน้า “แก่นกำเนิดนี้ดูเหมือนว่าจะมีการเชื่อมต่อพิเศษกับทะเลโกลาหล ” เจ้าสำนักพูดขึ้น “ มันมีพลังจิตที่แข็งแกร่ง !”โกลาหลแต่ละแห่งมีพลังจิตที่น่ากลัว ภาพฉายโกลาหลนับไม่ถ้วนนี้แทนถึงพลังจิตนับไม่ถ้วน หากเทียบกันแล้วแม้แต่พลังจิตของจักรพรรดิทั้งเก้ารวมกันก็ไม่ต่างอะไรจากหยดน้ำในทะเล พลังจิตที่นี่น่ากลัวกว่าของจักรพรรดิเป็นสิบเท่ารึมากกว่านั้นพลังจิตนี้ทั้งน่ากลัวและแทบมีไม่จำกัด มันยากจะคิดได้ว่าจะเป็นแบบใดหากพลังจิตเหล่านี้ระเบิดออกมาต่อหน้าพลังแบบนี้แล้วแม้แต่จักรพรรดิก็เหมือนจะไร้ค่า“ ไม่แปลกเลยที่แก่นกำเนิดจะอันตรายแบบนี้” เซียนกระบี่พเนจรพูดขึ้นมา “ แม้ว่าจะไม่อาจจะควบคุมพลังจิตเข้าทำร้ายผู้คนแต่แค่แรงกดดันเพียงอย่างเดียวแล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรับไหว เมื่อจ้าวโกลาหลทั่วไปเข้ามาในแก่นกำเนิด เดาว่าคงไม่อาจจะทนได้แม้แต่วินาทีเดียว ด้วยแรงกดดันนี้ตัวของพวกนั้นอาจจะระเบิดออกทันที”สุดท้ายเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมชายวัยกลางคนถึงได้ขอร้องให้พวกเขาคุ้มกันให้หากไม่มีใครคอยช่วย งั้นเดาว่าแม้แต่หัวหน้ากองระดับสูงก็ยากจะเดินทางได้ นี่ไม่ต้องนับจ้าวโกลาหลทั่วไปเลยแม้ว่าชายวัยกลางคนจะไม่ได้ตายเพราะพลังจิตที่นี่ แต่ก็ยากที่จะเดินทางได้ไกลนักโชคดีที่จางลู่และคนอื่นๆมีความแข็งแกร่งระดับนายพล จึงทนรับแรงกดดันนี้ได้ แม้ว่ามันจะทำให้พวกเขาอึดอัดแต่ก็ไม่ได้สร้างอันตรายมากนักความว่างเปล่าได้พูดขึ้น “ เดาว่าการจะทนรับแรงกดดันนี้ได้อย่างน้อยต้องมีความแข็งแกร่งระดับหัวหน้ากอง”ด้วยความแข็งแกร่งระดับหัวหน้ากองถึงจะทนรับแรงกดดันจากพลังจิตนี้ได้ไหว หากมีนายพลคอยช่วย งั้นหัวหน้ากองก็สามารถเดินทางผ่านแก่นกำเนิดได้ แต่หากเดินทางเพียงลำพังแล้ว งั้นอย่างน้อยก็ต้องมีความแข็งแกร่งระดับนายพลจางลู่ส่ายหน้าและพูดขึ้น “ รีบเดินทางกันเถอะ อยู่ที่นี่นานทำให้ข้าอึดอัด”ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังเขตเย่าหยางตามเส้นทางที่ซื่อเซียว ให้มาพวกเขารวดเร็วกันอย่างมาก พวกเขาเดินทางผ่านโกลาหลแต่ละแห่งได้ในพริบตา การเดินทางข้ามโกลาหลแต่ละแห่งนั้นควรจะกินเวลานานแต่ในแก่นกำเนิดนี้พวกเขาเดินทางผ่านโกลาหลเป็นล้านๆแห่งในพริบตาเดียวแต่หากเป็นในทะเลโกลาหลแล้วอาจจะใช้เวลาหลายร้อยปีรึพันปีด้วยความเร็วระดับนี้พวกเขาคงใช้เวลาแค่ 1-2 เดือนเท่านั้นก็สามารถไปถึงเขตเย่าหยางได้