ตอนที่ 496
ตอนที่ 1951 : เกราะบรรพกาล
October 22, 2026
ที่ทะเลบรรพกาล จางลู่และคนอื่นๆได้กลับมาจากทะเลโกลาหลและเริ่มเก็บตัวบ่มเพาะ จางหยูได้เรียกเหล่าอาจารย์และศิษย์มาและได้แจกจ่าย 10 ล้านล้านลูกปัดดั้งเดิมกับทุกคน ลูกปัดดั้งเดิมพวกนี้เพียงพอที่พวกเขาจะใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยได้ แม้ว่าจะบ่มเพาะกันไปถึงแม่ทัพขั้นสูงสุดก็ยังเพียงพอ จางหยูเก็บลูกปัดไว้แค่ล้านล้านลูก เผื่อในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ส่วนที่เหลือเขายกให้กับร่างแยกบ่มเพาะทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ลูกปัดดั้งเดิมถูกแจกให้กับศิษย์และอาจารย์ทั้งหมด ร่างแยกเหล่านี้จึงไม่ได้ลูกปัดดั้งเดิมไป พวกนี้จึงไม่อาจจะบ่มเพาะด้วยลูกปัดดั้งเดิมได้ ดังนั้นร่างแยกทั้งแปดแสนร่างจึงเป็นแค่นายพลเท่านั้น ในทางกลับกันแล้วศิษย์และอาจารย์ต่างก็ขึ้นเป็นแม่ทัพกันหมดแล้ว แต่ตอนนี้เมื่อมีลูปปัดดั้งเดิมกว่า 9 ล้านล้านลูก ร่างแยกบ่มเพาะก็จะได้ทะลวงผ่านอีกครั้ง ! ด้วยทรัพยากรมากมายแบบนี้ ร่างแยกบ่มเพาะถึงจะไม่อาจจะขึ้นเป็นแม่ทัพขั้นสูงสุด แต่ก็น่าจะไปถึงระดับเก่อเย่ ไม่ก็แกร่งกว่าเล็กน้อย นี่คือข้อดีของจ้าวบรรพกาล ทรัพยากรเท่ากันสามารถสร้างจ้าวบรรพกาที่แกร่งกว่าได้ พวกเขาสามารถดึงพลังของลูกปัดออกมาได้สูงสุด ในทางกลับกันแล้วการใช้ลูกปัดดั้งเดิมของจ้าวโกลาหลทั่วไปนั้น ใช้พลังของลูกปัดได้แค่น้อยนิดเท่านั้น จางหยูไม่รู้ว่าอะไรกันที่สร้างความต่างแบบนี้ขึ้นมา แต่สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นข้อดีของสำนักคังเฉียง ต่อมาสำนักคังเฉียงไม่ได้มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ร่างแยกของจางหยูรวมถึงศิษย์และอาจารย์ต่างก็พากันเก็บตัวบ่มเพาะ พวกเขาพากันดูดซับลูกปัดกันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งทะเลโกลาหลไม่มีใครได้เห็นเงาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นทีมคังเฉียงได้หายตัวไปอย่างสมบูรณ์ราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ในพริบตาก็ผ่านไปกว่าหมื่นปี เหล่าศิษย์และอาจารย์ยกระดับขึ้นมาอย่างน่าตกใจรวมถึงเย่ฟาน, หยวนเทียนจี และคนอื่นๆที่ห่างจากแม่ทัพขั้นสูงสุดเพียงก้าวเดียว จางลู่, ความว่างเปล่า และร่างแยกอื่นๆก็ไม่เลวนัก แม้แต่ร่างแยกบ่มเพาะก็ขึ้นมาเป็นแม่ทัพกันแล้วและยังพัฒนาตัวเองต่อไปอย่างต่อเนื่อง ซื่อเซียว, เย่าหยาง, หว่านเก่อและ อู่หมิง ยังคงทำตัวว่าง ทั้งสี่คนปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี พวกเขาพากันดื่มด่ำชีวิตอันสงบสุขหลายหมื่นปีที่ผ่านมานี้ทะเลบรรพกาลได้ขยายตัวขึ้นกว่าสิบเท่า พลังจิตของจางหยูมากกว่าเดิมถึงสิบเท่าแล้ว เส้นพลังจิตแต่ละอันของเขาอัดแน่นกันยิ่งกว่าเก่า มันมีพลังที่น่ากลัวกว่าเดิม หากต้องสู้กันตัวต่อตัวแล้วเขาก็มั่นใจว่าเขาจะเอาชนะจักรพรรดิได้อย่างง่ายดายแต่ถ้าหากจักรพรรดิหลายคนร่วมมือกันแล้ว จางหยูก็ไม่มั่นใจว่าจะจัดการได้แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่จางหยูก็ยังพอใจอย่างมาก ยังไงซะนี่ก็แค่ไม่กี่หมื่นปีแต่เขากลับก้าวหน้ามาเร็วเช่นนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วตอนแรกเขายังกลัวฉิวหวังอยู่ แต่ตอนนี้หากฉิวหวังกล้ามาหาเรื่องเขาถึงที่ เขาคงต้องเอาคืนนอกซะจากว่าจักรพรรดิเผ่าสวรรค์ทั้งห้าร่วมมือกันแล้ว งั้นเขาก็มั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างสบายจักรพรรดิเหมือนกันแต่เขาเหนือกว่าฉิวหวังอย่างมากในตอนนี้จางหยูยังคงส่งพลังใส่เกราะบรรพกาลพร้อมกับจับตาดูการเคลื่อนไหวของโลกภายนอก เขารอให้ฉิวหวังมาหา แต่ฉิวหวังก็ยังไม่มา ดังนั้นตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องกลับมาเพิ่มพลังให้กับเกราะบรรพกาล“ ถึงขีดจำกัดแล้ว” จางหยูรับรู้ได้ถึงเกราะในตันเถียน เขารู้สึกได้ว่าพลังของเกราะนั้นถึงขีดจำกัดแล้ว แม้ว่าจะใส่พลังเข้าไปอีกและทำให้พลังจิตและความแข็งแกร่งของเกราะเพิ่มขึ้นแต่ความเร็วในการพัฒนานั้นช้าลงกว่าเดิมมากจางหยูเอาเกราะออกมาพร้อมกับเอาหอกที่จางลู่และร่างแยกๆอื่นๆได้มาก่อนหน้านี้ออกมาด้วยเพื่อใช้ทดสอบความแข็งแกร่งของเกราะเขาตัดองค์ประกอบภายนอกทั้งหมดทิ้งหอกได้ฟาดเข้าใส่เกราะแต่ปลายหอกกลับแตกออกทิ้งรอยเล็กๆไว้ที่เกราะแทน