ตอนที่ 525
ตอนที่ 1980 : แม่ทัพสูงสุด 800,000 คน
October 22, 2026
จางหยูแสดงสีหน้าเย็นชาออกมา อุณหภูมิรอบตัวของเขาก็ลดลงไปจนหนาวถึงกระดูก ซื่อเซียวชะงักไปชั่วครู่ ไม่คิดเลยว่าจางหยูที่ยิ้มแย้มมาตลอดกลับเปลี่ยนท่าทีไปเช่นนี้ เขาไม่ทันๆได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย ซื่อเซียวหน้าแดง เขารู้สึกเสียหน้าอย่างมาก เขาอยากจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพอ ในตอนนั้นใจของเขาหล่นวูบ ที่นั่นเหมือนกับโดนแช่แข็งเอาไว้ หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเย่าหยางก็พูดขึ้นมาช้าๆเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบงันนี้ “ ซื่อเซียว หวังแค่จะรีบเปิดมิติของกล่องกระบี่ให้ได้เร็วๆ เขาไม่ได้คิดจะยึดกล่องกระบี่เอาไว้ สหายคังเฉียงอย่าโกรธไปเลย” คำพูดนี้เพื่อหาทางออกให้กับซื่อเซียว เพื่อไม่ให้ซื่อเซียวต้องอับอายเกินไป เมื่อเห็นเย่าหยางพูดขึ้นมา ซื่อเซียวก็มองเย่าหยางด้วยสายตาขอบคุณก่อนจะพูดขึ้น “ ข้าไม่ได้คิดอะไร บางทีข้าอาจจะพูดไม่ชัดเจนพอ สหายคังเฉียงอาจจะเข้าใจผิด ต้องขอโทษด้วย ข้าหวังว่าสหายคังเฉียงจะไม่ใส่ใจ” แม้ว่าในใจจะหงุดหงิดอย่างมากแต่เขาก็ได้แต่ต้องให้เกียรติจางหยู เขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเผ่าสวรรค์5 คนแทนที่จะต้องมาเป็นศัตรูกับจางหยู “ ใช่ ใช่ ซื่อเซียวพูดไม่คิด เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้าไม่พอใจ สหายคังเฉียงยกโทษให้เขาด้วย” เย่าหยางพูดขึ้นมา ตอนนั้นไม่มีใครกล้าขัดจางหยู คนที่สู้กับจักรพรรดิหลิงได้นั้นหากโจมตีพวกเขาจริงๆแล้วทั้งสามคงไม่อาจจะรับมือไหว หากเย่าหยางและเม่ยหมิงไม่สนิทกับซื่อเซียว พวกเขาคงไม่คิดจะเสี่ยงทำให้จางหยูไม่พอใจเพื่อซื่อเซียว “ แค่ครั้งนี้เท่านั้น ห้ามมีครั้งหน้าอีก” จางหยูพูดขึ้น “ ข้าไม่อยากได้ยินอะไรแบบนี้อีก” หลังจากนั้นไม่นานทั้งสามก็ต้องกลับไปด้วยความอับอาย จางหยูมองไปที่กล่องกระบี่ กล่องกระบี่ที่เปล่งแสงออกมาตะกี้ได้กลับไปสงบอีกครั้ง จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัย “ ให้พวกนั้นใส่พลังจิตเข้าไปจะทำให้เปิดมิติของกล่องกระบี่ได้จริงๆรึ ?” ตามเบาะแสที่มีแล้วจ้าวแห่งทะเลโกลาหลน่าจะเป็นบรรพชนของตระกูลซุน มันไม่น่าจะผิด หากจ้าวแห่งทะเลโกลาหลเป็นบรรพชนตระกูลซุนจริงๆ งั้นคนอื่นจะเปิดกล่องกระบี่ได้ยังไง ? ต้องบอกว่าฐานะของจักรพรรดิในใจจ้าวแห่งทะเลโกลาหลนั้นสูงกว่าตระกูลซุนนั้น จางหยูไม่อาจจะเชื่อได้ ไม่ว่าจักรพรรดิจะแกร่งแค่ไหนแต่ในสายตาของจ้าวแห่งทะเลโกลาหลแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากมดปลวกเลย จางหยูสังหรณ์ใจกว่าการถ่ายเทพลังจิตเข้าไปแบบนี้อาจจะไม่มีทางเปิดมิติของกล่องกระบี่ได้เขาคิดว่าวิธีนี้คงไม่ได้ผล !แต่มันก็เป็นแค่การคาดการณ์เท่านั้น จางหยูไม่มั่นใจว่าวิธีนี้จะไม่ได้ผลหรือๆไม่ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธทั้งสามคน มันจำเป็นต้องทำการทดสอบ มันถือว่าดีหากเปิดมิติของกล่องกระบี่ได้ หากทำไม่ได้ก็ไม่ได้เสียเวลาอะไร ยังไงซะก็ไม่ใช่ตัวเขาที่ต้องเสียพลังจิตไปสักพักจางหยูก็ส่ายหน้าก่อนจะกลับไปทำสมาธิอีกครั้ง….“ เจ้าบัดซบนั่น !” ในบรรพกาลแห่งหนึ่ง บรรพกาลกลับสั่นไหวพร้อมกับพายุที่ก่อตัวขึ้นมาหลังจากที่ระบายความโกรธได้สักพัก ซื่อเซียวก็ใจเย็นลงเล็กน้อยเย่าหยางมองไปที่ซื่อเซียว “ เราได้สิ่งที่เราต้องการแล้ว ทำไมเจ้าต้องไปขอเขาอีก ?” เม่ยหมิงเห็นด้วย “ โชคดีที่เขายังไว้หน้าเรา ไม่งั้นแล้วเราคงไม่มีโอกาสที่จะได้ทดสอบต่อ”เมื่อได้ยินแบบนั้นซื่อเซียวก็มองไปที่เย่าหยางและเม่ยหมิงด้วยท่าทีไม่พอใจ “ พวกเจ้าโทษข้ารึ ?”“ ข้าแค่พูด” เย่าหยางพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ ยังไงซะเราก็ลองเปิดมิติของกล่องกระบี่ตอนไหนก็ได้ ทำไมเราต้องเก็บกล่องกระบี่นั้นไว้กับตัวด้วย ? ยิ่งไปกว่านั้นคังเฉียงก็ไม่ได้โง่ เขาจะให้เราดูแลกล่องกระบี่ได้ยังไง ? ในอีกความหมายคือหากเจ้าแข็งแกร่งเพียงพอ เจ้าจะยอมมอบกล่องกระบี่ให้คนอื่นดูแลรึ ?”เม่ยหมิงพูดขึ้นมา “ หากกล่องกระบี่อยู่ในมือเรา เอาจริงๆแล้วข้าก็ไม่อาจจะรับรองได้ว่าข้าจะไม่ยึดมันไว้เพียงลำพังและนำมันกลับไปยังทะเลโกลาหล”แม้ว่าพวกเขาจะไม่อาจจะเดินทางไปทะเลโกลาหลกับทะเลบรรพกาลได้อย่างอิสระ แต่จิตของพวกเขาก็ยังเชื่อมต่อกับเขตของพวกเขาอยู่ พวกเขากลับไปยังเขตตัวเองตอนไหนก็ได้ที่ต้องการนอกซะจากว่าจ้าวแห่งทะเลบรรพกาลเข้ามายุ่งและผนึกทะเลบรรพกาลเอาไว้“ ข้าไม่ได้บอกว่าข้าจะต้องเก็บกล่องกระบี่เอาไว้…” เสียงของซื่อเซียวเริ่มเบาลงแต่เขาก็ยังยืนกรานดังเดิม “ แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการเช่นนั้น แต่เขาปฏิเสธก็พอแล้ว ทำไมเขาต้องหยามหน้าข้าด้วย !”หากไม่ใช่เพราะเย่าหยางพูดช่วยแล้วเขาอาจจะเสียหน้าจริงๆ