ตอนที่ 2
ตอนที่ 300
October 22, 2026
ตอนที่ 300 บังสวรรค์(II) หากเรียนไม่จบเซียวเหยียนและคนอื่น ๆ ก็คงต้องอยู่ในสำนักคังเฉียง ไปตลอดชีวิต ยังไงซะก็มีแค่ที่นี่เท่านั้น ที่พวกเขาจะได้กินอาหารที่ ทำขึ้นโดยปรมาจารย์กำหนดอาหาร 6 ดาว ซึ่งไม่อาจจะหาได้จาก ภายนอก เมื่อได้ยินคำตอบจากเซียวเหยียนกับคนอื่น ๆ จางหยูก็พยักหน้าด้วย ความพอใจ เขาเชื่อว่าศิษย์ของเขาจะไม่โกหกเพราะพวกนี้ได้ลงนาม ในสัญญานภาแล้ว แม้ว่าทุกคนอยากจะฟังเรื่องเล่าจากจางหยูต่อ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเร่ง ให้เขาเล่ามัน โชคดีที่จางหยูไม่มัวรีรอ หลังจากที่เตือนศิษย์ของตัวเองแล้ว เขาก็ พูดขึ้นต่อ “กลุ่มของเย่ฟ่ านได้เดินทางออกมาจากภูเขาลูกนั้น พวก เขาเดินออกมาจากดินแดนหวงห้าม ตอนนั้นเองก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด ขึ้น…พวกเขารู้สึกร้อนขึ้นมาราวกับว่าในร่างกายของพวกเขามีไฟ ลุกไหม้….” “เย่ฟ่ านและผังป๋ อได้กลายเป็นเด็กน้อยวัย 11 ปี พวกเขาได้กลับไป เป็นเด็ก แต่หลิวอี้ไม่ได้เปลี่ยนไป ส่วนจางซีหลิงกลับอายุ 20 ปี และ คนที่เหลือก็ได้เปลี่ยนเป็นคนแก่” เมื่อเล่าถึงส่วนนี้ แม้ว่าจางหยูจะไม่บอกเหตุผล แต่พวกเขาก็พอจะรู้ ถึงสาเหตุ “ผลไม้ เพราะผลไม้ลึกลับ !” ดวงตาของหลินจื้อเป่ ยเป็นประกาย ขึ้นมา “พวกเขาได้กินผลไม้ลึกลับเข้าไป พวกที่กลายเป็นคนแก่คือพวกที่ ไม่ได้กินผลไม้เข้าไป” ดูเหมือนว่าผลไม้ลึกลับนั่นจะไม่ธรรมดา มัน อาจจะมีพลังอย่างอื่นด้วย “แต่ทำไมพวกเขาถึงแก่ลง ?” ผู้คนพากันสับสน ตอนที่จางหยูพูดถึงคำสาป อยู่ ๆ ทุกคนก็ตระหนักได้พร้อมกับความ กลัวที่ก่อตัวขึ้นมาในใจ คำสาปแบบไหนกันที่มีพลังน่ากลัวแบบนั้น ที่สามารถทำให้คนหนุ่มเปลี่ยนเป็นคนแก่ได้ ? เขตหวงห้ามนี่ช่างน่ากลัวจริง ๆ ! “กลุ่มของเย่ฟ่ านได้เดินหน้าต่อไปยังวังอมตะ แต่ตอนที่ปีนเขาขึ้นไป พวกเขาก็พบว่าพวกเขายังมีเขาอีกลูกคั่นระหว่างวังอมตะอยู่ ไม่รู้ว่า ทำไมทั้ง ๆ ที่เดินหน้าต่อ แต่ระยะทางกลับไม่เปลี่ยนไปเลย” จางหยู พูดขึ้น ในหมู่ผู้คนมีคนหนึ่งได้พูดขึ้นมา “ข้ารู้แล้ว มันคือค่ายกล !” ชายคนนี้เป็นนักวางค่ายกล 2 ดาว “อาจจะเป็นค่ายกลเงาหรือค่ายกล ปริศนา มีแค่สองค่ายกลนี้เท่านั้นที่จะทำแบบนั้นได้” เมื่อพูดไปแล้วชายคนนี้ก็คิ้วขมวด “แต่การที่จะครอบคลุมภูเขาทั้ง ลูกนั้น ค่ายกลที่ต่ำกว่าขั้นที่ 3 คงจะเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ค่ายกลขั้นที่ 4 ก็อาจจะไม่พอ” ตอนที่หลินจื้อเป่ ยได้ยินแบบนั้น สายตาพวกเขาก็เปลี่ยนไป แต่เขาก็ ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเขาไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมาดี “ข้าไม่ใช่นักวางค่ายกล แต่ข้าก็มีเพื่อนที่เป็นปรมาจารย์วางค่ายกล ตามที่เพื่อนข้าบอกมานั้น ค่ายกลขั้นที่ 4 ยากจะครอบคลุมพื้นที่ที่ใหญ่แบบนั้นได้” อู่ฉิงฉวนคิดและพูดขึ้นมา “หากวางค่ายกลขั้นที่ 4ไว้สี่ทิศรอบภูเขา พลังในแต่ละส่วนอาจจะน้อยนิด การจะทำอย่างที่เจ้าสำนักบอกได้ คงต้องเป็นค่ายกลขั้น 5 หรือ 6”ค่ายกลขั้น 6 ?คนที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็พากันกลืนน้ำลายปรมาจารย์วางค่ายกล 6 ดาวที่มีฐานะสูงส่งกว่าปรมาจารย์กำหนดอาหาร 6 ดาว แม้แต่พวกขอบเขตตุ้นซวนก็ไม่อาจจะยกตัวเหนือปรมาจารย์วางค่ายกล 6 ดาวเลย“แน่นอนว่าข้าแค่คาดเดา จะใช่หรือไม่นั้น ข้าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด” อู่ฉิงฉวนพูดขึ้นมาทุกคนต่างก็มองไปที่จางหยูและหวังว่าจางหยูจะอธิบายเรื่องนี้จางหยูเหมือนจะไม่เห็นสายตาของผู้คนที่มองมา และทำการเล่าเรื่องต่อ “ท้องฟ้า…สุดท้ายก็มืดลง ตอนที่กลุ่มของเย่ฟ่ านแทบจะสิ้นหวังอยู่ ๆ ท้องฟ้าก็มีแสงหลากสีปรากฏขึ้นมา แสงนี้ดูสะดุดตาอย่างมากสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันมีเงาอยู่ในสายรุ้งที่ลอยอยู่ในท้องฟ้าอยู่ด้วยเงานั้นได้บินมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว และตัดผ่านท้องฟ้ามาในเสี้ยวพริบตา”ตอนแรกทุกคนไม่ได้สนใจมากนัก การบินนั้นคือสิ่งที่หลายคนก็สามารถทำได้ตราบใดที่ขึ้นไปถึงขอบเขตตันซวนได้ เราก็สามารถบินได้ !มันมีพวกขอบเขตตันซวนหลายคน รวมไปถึงพวกขอบเขตหลิงซวนและหลี่ซวนอยู่ด้วยแต่สีหน้าของพวกเขากลับเคร่งเครียดขึ้นมา โดยเฉพาะกลุ่มของหลินจื้อเป่ ยที่มองหน้ากันด้วยสีหน้าตะลึง “ตามที่ท่านเซียนอธิบายแล้วความเร็วของชายผู้นี้…เร็วกว่าเรา ! เขาอยู่ขอบเขตตุ้นซวนงั้นรึ ?”แม้ว่าจะไม่ใช่ขอบเขตตุ้นซวน แต่แน่นอนว่าจะต้องอยู่ขอบเขตหลี่ซวนขั้นสูงเมื่อคิดแบบนั้น พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่อู่ฉิงฉวนอู่ฉิงฉวนพูดขึ้นมา “หากทุ่มสุดตัว ข้าอาจจะทำแบบนั้นได้”เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินจื้อเป่ ยและคนอื่น ๆ ก็พอจะตัดสินความแข็งแกร่งของชายในเรื่องได้ขอบเขตหลี่ซวนขั้นสูงไม่ก็ขอบเขตตุ้นซวน“ในสายรุ้งนั้นคือหญิงสาว นางมีร่างกายที่เพรียวบางและผิวที่เหมือนกับหยก…ร่างของนางส่องประกายแสงออกมา” ตอนที่จางหยูอธิบายนั้น ภาพลักษณ์ของนางฟ้าก็ปรากฏขึ้นมาในใจของผู้คนคนในกลุ่มหลินจื้อเป่ ยและคนของสำนักคังเฉียง ต่างก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังไป่ หลิง ยิ่งพวกเขาคิดเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าคนที่จางหยูได้พูดถึงนั้น เหมือนกับไป่ หลิง“พวกเจ้ามองข้าทำไม ?” เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาจากสัตว์อสูรต่าง ๆไป่ หลิงก็พูดขึ้นด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนทุกคนต่างก็พากันส่ายหน้า “ไม่มีอะไร”ทันใดนั้นพวกเขาก็เงยหน้าขึ้นมองจางหยู บางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ยังไงซะพวกเขาก็รู้ดีว่าร่างของไป่ หลิงนั้นคือจิ้งจอกพันหน้า ซึ่งเป็นสัตว์อสูรและเป็นเจ้าแห่งเขตมืด ไม่ใช่นางฟ้า