ตอนที่ 31
ตอนที่ 329
October 22, 2026
ตอนที่ 329 ตัวตนที่น่ากลัว “เจ้าอยากกินทันทีที่ตื่น เจ้าไม่คิดอย่างอื่นนอกจากกินเลยรึไง?” จางหยูไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี จางหยูส่ายหน้าและลูบเขาของ นาง ก่อนจะบอกกับโหวเทียนหมาง “ท่านโหว ข้าคงต้องรบกวนให้ ท่านทำอาหารให้กับนางด้วย” โหวเทียนหมางอ้ำอึ้ง “ได้ ได้” การเรียกของจางหยูเหมือนกับเคารพเขา ทำให้เขาตื่นเต้นจนถึงกับ ตัวสั่น ต้องรู้ก่อนว่าหลินจื้อเป่ ยและคนอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้ถูกจางหยู เรียกว่าท่านแบบนี้ จากจุดนี้โหวเทียนหมางก็ภูมิใจขึ้นมา หลินจื้อเป่ ยและคนอื่น ๆ มองโหวเทียนหมางด้วยสายตาอิจฉา เมื่อเห็นว่าโหวเทียนหมางรีบออกไป จางหยูก็ยิ้มและบอกกับเสี่ยว หร่าน “เด็กน้อย ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวเจ้าก็จะได้ของกิน” เซียวเหยียน โจวซินเอ๋อร์ และคนอื่น ๆ ต่างก็มองหน้ากัน เซียวเหยียน ถามขึ้นมาเบา ๆ “อาจารย์ ท่านบอกว่ามังกรโลหิตอ่อนแอไม่ใช่รึ ? แล้วทำไมข้าถึงมองระดับของเสี่ยวหร่านไม่ได้เลย ?” เมื่อได้ยินแบบนั้น โอวเสินเฟิงก็แสดงท่าทีสงสัยและเคร่งเครียดขึ้นมา “เจ้ามองนางไม่ออกเป็นเรื่องธรรมดาเพราะระดับการบ่มเพาะของ นาง…ขึ้นไปถึงขอบเขตตันซวนขั้นสูงแล้ว” “ขอบเขตตันซวนขั้นสูงรึ ?” เซียวเหยียนตะลึงไป “นี่….” ใช้เวลานานแค่ไหนกัน กว่าที่เสี่ยวหร่านจะขึ้นมาถึงขอบเขตตันซวน ได้ ? น่าเหลือเชื่อ ! ต้องรู้ก่อนว่าความเร็วในการบ่มเพาะของเขาเร็วจนน่าเหลือเชื่อ หาก มองทั้งทวีปป่ าแล้ว ไม่มีใครทัดเทียมกับเขาได้แต่หากเทียบกับ เสี่ยวหร่านแล้ว เขายังด้อยกว่ามาก “อันที่จริงข้าเองก็รู้สึกแปลก ๆ” โอวเสินเฟิงลังเลและคิ้วขมวด “เท่าที่ข้ารู้มา มังกรโลหิตนั้นเปราะบางและยากที่จะเติบโตได้ แม้ว่า จะเติบโตขึ้นมา แต่ก็อ่อนแออย่างมาก แม้แต่สัตว์อสูรทั่วไปก็ไม่ อาจจะยกมาเทียบได้ แต่มังกรโลหิตนี่….ไม่ใช่แค่อยู่ขอบเขตตัน ซวนขั้นสูง แต่ยังมีพลังที่น่ากลัวต่างจากมังกรโลหิตในข่าวลืออย่าง สิ้นเชิง เจ้าเห็นความเร็วนางหรือไม่? หากเอาก่อนฟื้นฟูพลังของข้า เทียบ ข้ากลัวว่าข้าคงตามไม่ทัน” โอวเสินเฟิงอยู่ขอบเขตหลิงซวนก่อนที่จะฟื้นฟูพลังกลับมา แต่เขาถึง กับพูดออกมาตรง ๆ ว่าเขาไม่อาจที่จะเทียบความเร็วกับเสี่ยวหร่าน ได้ ! โอวเสินเฟิงมองไปที่จางหยูและกระซิบออกมา “เจ้าสำนัก นี่มันเกิด เรื่องอะไรขึ้นกัน ? ข่าวลือเป็นของปลอมรึ ?” เซียวเหยียนและศิษย์คนอื่น ๆ รวมถึงหลินจื้อเป่ ย และคนอื่น ๆ ต่าง ก็มองไปที่จางหยูด้วยความสงสัย“พูดให้แม่นยำแล้ว ครึ่งหนึ่งของข่าวลือเป็นความจริง อีกครึ่งนั้นโกหก” จางหยูยิ้มออกมา “มังกรโลหิตนั้นเปราะบางจริง และไม่ง่ายที่จะพัฒนาตัวเอง แต่มันไม่ได้หมายความว่ามังกรโลหิตนั้นอ่อนแอในทางกลับกันแล้ว พลังของมังกรโลหิตนั้นน่ากลัวกว่าที่พวกเจ้าคิด! มันไม่เกินไปที่จะบอกว่ามังกรสมมุติเทพด้อยกว่ามังกรโลหิตอย่างมาก”เมื่อได้ยินแบบนั้นโอวเสินเฟิงก็สงสัยขึ้นมา “จริงรึ ?”มังกรสมมุติเทพคือมังกรที่สูงส่งที่สุดในเผ่ามังกร ยกเว้นแค่มังกรบรรพกาลที่มีในเรื่องบังสวรรค์แล้ว ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนในโลกที่เทียบกับมังกรสมมุติเทพได้ แน่นอนใช่ว่าจะเหนือกว่าทุกอย่าง สัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิระดับสูงอย่างหมาป่ าละโมบ สัตว์อสูรกลืนสวรรค์จิ้งจอกเวทย์ เผิงปี กทองคำเองก็ใช่ว่าจะอ่อนแอกว่ามังกรสมมุติเทพแต่สัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิเหล่านั้นหายาก ในแต่ละยุคมันจะมีเพียงตัวเดียว สัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิไม่อาจจะมีเป็นกลุ่มได้ แม้แต่พวกลูกหลานก็ไม่อาจจะสืบทอดสายเลือดที่สมบูรณ์ได้ มังกรสมมุติเทพนั้นมีอยู่ทุกยุคสมัย และมันก็อยู่ระดับสูงสุดของเผ่ามังกรเพราะเหตุผลนี้ เผ่ามังกรจึงแข็งแกร่งเหนือผู้ใดมาตลอดหลายปี และนั่นทำให้มนุษย์กับสัตว์อสูรไม่กล้าไปหาเรื่องเผ่ามังกร“มังกรสมมุติเทพถือว่าเป็นราชวงศ์ของเผ่ามังกร มังกรโลหิตไม่น่าจะแข็งแกร่งกว่ามังกรสมมุติเทพไม่ใช่รึ?” หลินจื้อเป่ ยไม่เชื่อพวกเขาไม่เคยได้ยินข่าวลือมา และพวกเขาไม่รู้ว่าข่าวลือนั้นจริงหรือไม่ บางทีมังกรโลหิตอาจจะแข็งแกร่งจริง ๆ แต่การที่แข็งแกร่งกว่ามังกรสมมุติเทพนั้นพวกเขาไม่เชื่อ ยังไงซะนั่นก็คือมังกรสมมุติเทพ มังกรที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวตนที่สูงส่งที่สุดจากหมู่มนุษย์,สัตว์อสูรและมังกร ไม่งั้นแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่มังกรสมมุติเทพจะถือว่าเป็นราชวงศ์ของเผ่ามังกรมาหลายยุคสมัย“ไม่ใช่เช่นนั้น” จางหยูยิ้มออกมา “แต่มันเพราะผู้คนยังไม่รู้ถึงพลังของมังกรโลหิต แม้แต่มังกรโลหิตในอดีตก็ไม่รู้ถึงความสามารถของตัวเอง ในอดีตนั้นไม่เคยมีมังกรโลหิตที่เติบโตขึ้นมา นี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการที่จะแข็งแกร่งเลย…พวกนั้นหาทางเอาตัวรอดยังไม่ได้ด้วยซ้ำ”เขามองไปรอบ ๆ และพูดต่อ “ข้าแค่โชคดีที่ได้เจอกับเจ้าตัวน้อยนี่มันบังเอิญที่ข้ารู้ถึงความสามารถของมังกรโลหิต ดังนั้นข้าจึงไม่อาจจะทิ้งนางได้”โอวเสินเฟิงและคนอื่น ๆ ไม่คิดสงสัยในสิ่งที่จางหยูพูด พวกเขาแค่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าตกใจและน่าเหลือเชื่อก็เท่านั้น“เจ้าสำนัก มังกรโลหิตมีความสามารถพิเศษอะไร ?” เซียวเหยียนถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินคำถามนั้น คนที่เหลือต่างก็มองมาที่จางหยู แต่จางหยูไม่ได้ตอบคำถาม เขากลับส่ายหน้าแทน “มันมีความสามารถพิเศษของ