ตอนที่ 40
ตอนที่ 338 ความกังวลของเซี่ยเฟิง
October 22, 2026
ตอนที่ 338 ความกังวลของเซี่ยเฟิง ผู้บ่มเพาะจำนวนนับไม่ถ้วน ตื่นขึ้นเพราะการระเบิดพลังในครั้งนี้ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พวกเขาต่างก็ต้องตกตะลึงไปกับ ความผิดปกติบนท้องฟ้า พวกเขามองไม่เห็นร่างของจางหยู แต่พวกเขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า พลังนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว พลังนี้น่ากลัวจนทำให้พวกเขาใจ หล่นวูบ “นี่อะไรกัน ?” “สมบัติหายากรึ ?” “เทพรึ?” ไม่มีใครรู้ว่า สูงขึ้นไปกว่าหมื่นฟุตนั้นมีอะไร พวกที่ระดับการบ่ม เพาะต่ำนั้นได้แต่เงยหน้าขึ้นมอง พวกที่มีระดับการบ่มเพาะสูงต่างก็ มุ่งหน้าไปยังจุดที่มีแสงระเบิดออกมา แม้ว่าพวกเขาจะหวาดกลัวก็ ตาม แต่พวกเขาไม่อยากที่จะพลาดโอกาสแบบนี้ แต่ตอนที่เพิ่งบินขึ้นมาจากพื้น แสงที่ระเบิดออกมานั้นก็ดับลง การที่จางหยูขึ้นมาถึงขอบเขตตุ้นซวนได้ เช่นนั้นระยะการรับรู้จะ กว้างแค่ไหน ? ทั่วทั้งเขตตงโจว หรือแม้แต่เขตใกล้เคียงต่างก็อยู่ในการรับรู้ของเขา การกระทำของพวกผู้บ่มเพาะด้านล่างไม่อาจจะหลบหลีกการรับรู้ ของเขาไปได้ ตอนที่ผู้บ่มเพาะจำนวนมากมายบินขึ้นมา เขาก็ได้ ปกปิดพลังของตัวเองและเคลื่อนย้ายกลับไปยังสำนักคังเฉียง เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ผิดปกตินั้นหายไป ผู้บ่มเพาะนับไม่ถ้วนต่างก็ พากันถอนหายใจ ราวกับว่าพลาดโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิต …. “ท่านพี่” เมื่อเห็นว่าจางหยูกลับมาที่ห้องนอน อ้าวเสี่ยวหร่านก็พูดขึ้นด้วย ดวงตาที่เป็นประกาย จางหยูยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็เกิดลมพัดโหมมาที่บ้าน จากนั้นโอว เสินเฟิง,โหวเทียนหมาง,หลินจื้อเป่ ยและคนอื่น ๆ รวมไปถึงสัตว์ อสูรต่างก็พากันแห่เข้ามาที่นี่ แม้แต่พวกศิษย์มนุษย์ก็ยังมาที่นี่ด้วย พวกเขาต่างก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา “เจ้าตัวน้อย เจ้านอนไปก่อน” จางหยูลูบหัวอ้าวเสี่ยวหร่าน และยิ้ม ออกมา อ้าวเสี่ยวหร่านกระพริบตาและตอบกลับ “โอ้” นางเข้าไปที่เตียงของ นางและหลับตาลง ก่อนจะหลับไป เมื่อเห็นว่าอ้าวเสี่ยวหร่านหลับไปแล้ว จางหยูก็มองไปที่หน้าต่าง ก่อนที่จะหายตัวไป ที่ประตูบ้านจางหยูยืนนิ่งและเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า โอวเสินเฟิงและคนอื่น ๆ รีบลงมาที่พื้นหน้าประตูบ้านก่อนที่โอว เสินเฟิงจะพูดขึ้นมา “เจ้าสำนัก! มัน…”“ไม่ต้องลนลานไป !” จางหยูเผยรอยยิ้มออกมา “รอมากันครบแล้วค่อยพูดกันทีเดียว”ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันนั้น โหวเทียนหมาง, หลินจื้อเป่ ย, ไป่ หลิงและคนอื่น ๆ ก็มาถึงสักพักเซียวเหยียนและคนอื่น ๆ ก็มาถึง ตอนนั้นนอกจากเหลยอ้าวที่เฝ้าประตูสำนักแล้ว คนอื่น ๆ ของสำนักคังเฉียงต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ ทุกคนต่างก็มองมาที่จางหยู ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวล“ครบแล้วใช่รือไม่ ?” จางหยูมองไปรอบ ๆ เขาแปลกใจนิด ๆ เขาคิดไม่ถึงว่าทุกคนจะตื่นกลัวกับการระเบิดพลังในครั้งนี้มังกรแดงรีบถามขึ้นมาด้วยความกังวล “เจ้าสำนัก ตะกี้เกิดอะไรขึ้นกัน ? มีคนบุกโจมตีสำนักคังเฉียงรึ?”เหตุการณ์ผิดปกติเมื่อครู่นี้ อยู่ใกล้สำนักคังเฉียงมากที่สุด พวกเขาจึงพากันกังวลจางหยูอยากจะพูดบางอย่าง แต่อยู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความกังวลดังขึ้นมา “ท่านเซียน !”“เฮ้อ…” จางหยูแผ่การรับรู้ออกไป และพบกับร่างของโจวถิงและเซินถูเส้อพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่แห่กันมา เขาได้บอกกับพวกศิษย์มนุษย์ทันที“เซียวเหยียน พวกเจ้ากลับไปพักก่อน ไม่ต้องกังวลอะไร” หลังจากนั้นเขาก็บอกกับคนอื่น ๆ“คนที่เหลือมากับข้า”ต่อมาจางหยูก็นำกลุ่มคนเหล่านั้นเดินทางประตูสำนักหลังจากนั้นหลายสิบอึดใจ ร่างของพวกเขาก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูสำนัก ตอนนั้นมีคนมากมายที่ประตู ไม่ว่าจะเป็นโจวถิง, เชินถูเส้อและคนอื่น ๆ รวมไปถึงคนแปลกหน้า นอกจากเชินถูเส้อและเถิงกวงแล้ว คนอื่น ๆ อยู่ขอบเขตตันซวนกันหมดเมื่อทุกคนเห็นจางหยู พวกเขาต่างก็พากันสบายใจขึ้น พร้อมกับใจที่สงบลงอย่างรวดเร็ว“ข้ารู้ว่าทุกคนอยากถามอะไร” ร่างของจางหยูลอยขึ้นไปในอากาศ“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป เหตุการณ์เมื่อครู่นี้คือการที่พวกระดับสูงสุดได้พลั้งมือทำขึ้นมา เขามาหาข้าแต่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อทุกคน เขาไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนทุกคน ดังนั้นทุกคนสบายใจกันได้”ด้วยการที่จางหยูรับรองมาแบบนั้น พวกเขาก็ต่างพากันโล่งใจโอวเสินเฟิงตะลึงอึ้งไป “เจ้าสำนัก ท่านหมายความว่าเมื่อครู่นื้ คือฝีมือของพวกระดับสูงสุดรึ ?!”หลินจื้อเป่ ย โหวเทียนหมาง และคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปที่จางหยู“ใช่ เขาเป็นพวกระดับสูงจริง ๆ” จางหยูยิ้มออกมา “สำหรับชื่อของเขาแล้ว ข้าจำไม่ได้ ข้ารู้แค่ว่าเขาถูกเรียกว่า เซียนกระบี่พเนจร”มันได้เวลาที่จะทำให้ทุกคนรู้จัก เซียนกระบี่พเนจร