ตอนที่ 58
ตอนที่ 356 ช่วงเวลาสำคัญ (I)
October 22, 2026
ตอนที่ 356 ช่วงเวลาสำคัญ (I) ทุกคนพากันตื่นเต้น ฉินเหลียนเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน ยังไงซะหลังจาก ที่รับทหารพวกนี้มา เขาก็จะมีกองทัพที่ประกอบไปด้วยผู้คนที่อยู่ ขอบเขตฉีซวนขั้นที่ 7 หรือสูงกว่านั้น มันเป็นกองกำลังที่น่ากลัวซึ่ง อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา เขาจะไม่ตื่นเต้นได้ยังไง? ด้วยกองทัพพวกนี้ เขาไม่ใช่เจ้าเมืองแค่ในนามอีกต่อไป ! “เฮ้อ” ฉันเหลียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ เขาได้บอก กับหลัวซง “เริ่มได้” หลัวชงพยักหน้าและให้ทหารออกไปเตรียมการทันที ก่อนหน้านี้ ฉินเหลียนได้เตรียมตัวสำหรับขั้นตอนในการรับสมัครทหารเอาไว้ แล้ว เขามั่นใจว่าเขาจะเลือกผู้ที่มีพรสวรรค์ตามแผนของเขาได้ หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ตอนที่หลัวซงก็พร้อมที่จะพูดก็มีร่างหนึ่ง กระโดดออกมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ปัง ร่างนั้นอยู่ไม่ห่างจากฉินเหลียนนัก พื้นดินใต้เท้าร่างนั้นกลายเป็น หลุม ตอนที่ฝุ่นซาลง ร่างของชายคนนั้นก็เผยออกมาอย่างช้า ๆ ฉินเหลียนคิ้วขมวด ชายคนนี้เขาเคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่แค่เคยเห็นแต่ เขายังรู้ด้วยว่าชายคนนี้เป็นใคร เย่ลั้วคนที่เคยเป็นหนึ่งในขยะของเมืองทะเลทราย เขาได้เข้าร่วมกับ สำนักคังเฉียง และกลายเป็นหนึ่งในศิษย์ของสำนักคังเฉียง “นายน้อยเย่” ฉินเหลียนแสดงท่าที่สุภาพออกมา เขาไม่อาจจะทำให้ คนจากสำนักทั้งเฉียงไม่พอใจได้ แม้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่เขาก็พัฒนาไปได้อย่างดี ฉินเหลียนไม่อาจจะทำตัวหยาบคายกับ เด็กคนนี้ได้ “ข้าไม่รู้ว่านายน้อยเย่มีเรื่องอะไรกัน?” เย่ลั้วมองไปที่ฉินเหลียนและพูดขึ้นมา “เจ้าสำนักสั่งให้ข้ามา” ฉินเหลียนแปลกใจขึ้นมา “เจ้าสำนักรึ ?” “เจ้าสำนักรู้ว่าท่านกำลังจะรับสมัครทหาร ดังนั้นจึงให้ข้ามาช่วย” เย่ลั้วสลดเล็กน้อย เขาอยากจะบ่มเพาะอยู่เงียบ ๆ เขาไม่ได้อยากจะ มายุ่งกับปัญหาต่าง ๆ แต่ศิษย์คนที่เหลือต่างก็ไม่รับงานนี้ จนทำให้ สีหน้าของเจ้าสำนักเปลี่ยนไปและเขาก็ต้องโดนบังคับให้ลงเขามา เพื่อช่วยงานที่นี่ ช่วยงาน? เย่ลั้วรู้สึกว่าเขาควรใช้เวลานี้ไปกับการบ่มเพาะจะดีกว่า “ระดับการบ่มเพาะของข้าน้อยกว่าหลินหมิง หากปล่อยผ่านไปหนึ่ง วันมันก็จะมากขึ้นกว่าเดิม” เย่ลั้วกดดันเป็นอย่างมาก “นี่ไม่ใช่แค่หลินหมิง แม้แต่เหมาฉางเฟิง, จางเหิงหยาง, เหยามู่หว่าน พวกนั้นก็จะก้าวข้ามข้า” ในบรรดาพวกเขา หลินหมิงมีระดับการบ่ม เพาะแข็งแกร่งที่สุด และคนที่เหลือรวมถึงเขาก็มีระดับที่ทัดเทียมกัน ระหว่างนี้ทุกคนทำการบ่มเพาะอย่างบ้าคลั่ง พยายามทะลวงผ่านขึ้น ไปขอบเขตวอชวนให้ได้เพื่อตามหลินหมิงให้ทัน แต่ช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เจ้าสานักกลับส่งเซาลงมาช่วยงาน เขาจะดีใจได้ยังไง?“บางทีข้าอาจจะเป็นคนสุดท้ายที่บ่มเพาะขึ้นไปถึงขอบเขตว่อชวนได้ในชั้นเรียนของเรา” เย่ลั้วเหมือนจะมองเห็นสีหน้าพอใจของเพื่อนในหัวตัวเอง และรู้สึกราวกับถูกเยาะเย้ยยิ่งคิดเท่าไหร่ยิ่งอึดอัดเท่านั้น !เขาไม่คิดว่าตัวเองจะตามหลินหมิงนั้น เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะตามเขียวเหยียนได้เห็นด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ต้องการเป็นคนสุดท้ายที่จะทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตวอชวนได้ เขาไม่อาจจะเสียหน้าได้“ช่วย? คะ แค่ก ฉินเหลียนกระแอมออกมา อันที่จริง ข้าเตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยหรือว่าเจ้าจะต้องมาตรวจสอบ?หากมีอะไรผิดพลาด งั้นเจ้าค่อยแนะนำดีหรือไม่?” เขาไม่คิดว่าเย่ลั้วจะช่วยอะไรเขาได้ ในทางกลับกันแล้วมันคงไม่แย่หากเย่ลั้วจะไม่มายุ่งเย่ลั้วส่ายหน้า “คงไม่ได้หรอก ข้ารับปากกับเจ้าสำนักเอาไว้แล้ว เป็นธรรมดาที่ข้าจะอยู่เฉยไม่ได้”เขาวางแผนว่าจะแสร้งทำเป็นช่วย และทำการบ่มเพาะ แต่เมื่อเขารู้สึกถึงหลิงชี่รอบตัวที่เบาบาง เขาจะบ่มเพาะได้ยังไงกัน ?หากเทียบกับที่สำนักคังเฉียงแล้ว หลิงชี่ที่นี่เบาบางกว่ามากมันเป็นการเสียเวลาชัด ๆ และสิ่งที่เขาให้ค่ามากที่สุดในตอนนี้ก็คือเวลา!อันที่จริงหลิงซี่ที่นี่ก็พอ ๆ กับหลิงชี่พื้นที่อื่น ๆ ของเมืองหรือพื้นที่ส่วนมากของอาณาจักรโจว มีแค่ที่เมืองหลวงและไม่กี่ที่ทางเหนือที่มีหลิงชี่สูงกว่าเล็กน้อยแต่ก็มีจำกัด เย่ลั้วรู้สึกว่าหลิงชี่พวกนี้เบาบางเพราะเขาชินกับหลิงชี่ที่อัดแน่นอยู่ที่สำนักคังเฉียงแล้วจากความหนาแน่นของที่นั่นแล้ว มันยากที่จะหาที่ที่มีหลิงชี่หนาแน่นแบบที่สำนักคังเฉียงได้ แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะสนใจหลิงชี่ที่นี่อย่างน่นอนเขากวาดตามองไปยังผู้คนตรงหน้าและรู้สึกอยากจะกลับขึ้นมา“คนมากแบบนี้จะไม่ยุ่งหรอกรึ?”ฉินเหลียนรู้สึกอายขึ้นมานิด ๆ “แต่…”เย่ลั้วโบกมือและเปิดปากพูด “เจ้าเมืองฉิน ท่านใช้เกณฑ์อะไรในการรับทหาร ? มีเกณฑ์อะไรเจาะจงหรือไม่?”ฉินเหลียนตอบกลับตามตรง “ตราบใดที่ข้ามเส้นนี้ไปได้ ไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนอย่างน้อยก็ควรแข็งแกร่งกว่าพวกขอบเขตฉีซวนขั้น 9ทั่ว ๆ ไป” การที่มีสำนักคังเฉียงคอยหนุนหลัง เขาสามารถเลือกคนได้ตามใจชอบ แต่พวกขอบเขตฉีซวนขั้น 9 ที่แข็งแกร่งนั้น เขายังไม่เคยเห็นเลยสักคนสำหรับความประพฤติแล้ว ฉินเหลียนหวังว่าคนที่ด้อยกว่าจะผ่านการทดสอบ แต่เรื่องนี้ไม่อาจจะตัดสินกันได้ด้วยการทดสอบแบบสุ่ม ๆ คนชั่วไม่ได้เขียนประกาศไว้บนหน้าตัวเองว่าเขาชั่วและไม่มีใครคิดว่าพวกนั้นชั่วร้าย แม้ว่าจะเป็นโจรที่ฆ่าคน แต่พวกนั้นก็ไม่คิดว่าตัวเองชั่ว พวกนั้นคิดว่าตัวเองโดนบังคับให้ทำ หรือไม่ก็คิดว่าเป็นการทำความดีในการปล้นคนรวยช่วยคนจนและกำจัดความ