ตอนที่ 73
ตอนที่ 371 กางค่ายกล
October 22, 2026
ตอนที่ 371 กางค่ายกล “พวกเจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง !” เย่ลั้วเริ่มน้ำตาไหล “เรื่องแบบนี้พวก เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างรึไง?” จางเหิงหยางพอใจกับความโชคร้ายของเพื่อน “เรื่องของชั้นเรียนเรา เราก็ควรรับผิดชอบ ทุกคนต่างก็คิดว่าเจ้าเหมาะสม เถียงไปก็ไม่มี ประโยชน์ ยอมรับซะเถอะเย่ลั้ว” เซียวเหยียนยิ้มและทำสีหน้าจริงจังออกมา “จางเหิงหยางเจ้าพูดแบบ นั้นกับเย่ลั้วได้ยังไงกัน?” “เอ่อ… “จางเหิงหยางพูดอะไรไม่ออก เย่ลั้วมองไปที่เซียวเหยียนด้วยสีหน้าแปลกใจ และคิดว่าข้อตกลง อาจจะเปลี่ยนไปด้วย จากนั้นเซียวเหยียนก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง “เย่ลั้วรู้ว่าเวลาของเรานั้นน้อย นิด และเราก็ต้องทุ่มเทไปกับการบ่มเพาะดังนั้นเขาจึงเสียสละตัวเอง เพื่อรับคำท้าจากฟางจู่ เขายอมมีชื่อเสียงก็เพื่อเรา เจ้าไม่เข้าใจ ความหวังดีของเย่ลั้วเลย ทำไมเจ้าถึงได้พูดกับเย่ลั้วเช่นนั้นได้?” เซียวเหยียนมองไปที่เย่ลั้วด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะพูดขึ้นมา “เย่ลั้ว เจ้าสบายใจได้ ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไงก็ตาม แต่ข้าก็เข้าใจความหวังดี ของเจ้า เจ้าแบกรับความกดดันเอาไว้ก็เพื่อพวกเรา เจ้าเป็นคนดีจริง ๆ ข้าเซียวเหยียนขอชื่นชมเจ้า!” เย่ลั้วตัวแข็งทื่อและมองไปที่เซียวเหยียน อู่โม่, เหลยเจี้ยนและคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้า และพูดชมออกมา “ใช่ เย่ลั้วเจ้าคือคนดีจริง ๆ เราขอชื่นชมเจ้า !” แม้แต่เซี่ยเฟิงที่ปกติจะไม่ค่อยพูดอะไรออกมา ก็ยังยกนิ้วให้กับเย่ลั้ว “ทำได้ดี !” “ขะ ข้า… “ เย่ลั้วพูดอะไรไม่ออก ตอนนี้เขาอยากจะร้องไห้ออกมา เซียวเหยียนตบไหล่เย่ลั้ว แล้วพูดขึ้นโดยไม่เปิดโอกาสให้เย่ลั้วได้พูด ต่อ “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เราเข้าใจว่าเจ้าคิดยังไง เราขอบคุณ ความหวังดีของเจ้า” เย่ลั้วหงุดหงิดจนอยากฆ่าตัวตาย “ขะ…ข้า” เย่ลั้วพูดขึ้นมา แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไร อู่โม่ก็ขัดขึ้น “น้องเย่ สิ่งที่เจ้าต้องการจะ บอกนั้น เราต่างก็เข้าใจ แต่เจ้าอย่าหักโหมเกินไป สิ่งที่เจ้าทุ่มทำเพื่อ ชั้นเรียนของพวกเรา เราทุกคนจะจดจำไว้” ทุ่มเทรี7? เย่ลั้วหน้าแดงก่ำ เขาจะรู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ? เขาไม่ได้คิดแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย! “ข้า ข้า” เย่ลั้วกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ถึงเขาพูดไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี พวกนี้มันงูพิษชัด ๆ ! พวกนี้จะเปิดโอกาสให้เขาได้พูดรึ? แม้แต่ประโยคสั้น ๆ ก็ยังทำไม่ได้ ! “เอาตามนี้ละกัน จากผลงานของเจ้า ข้าจะปรุงยาให้กับเจ้าทุกวัน คน อื่นคิดว่ายังไง? “อู่โม่เดินไปตรงหน้าเย่ลั้วและพูดขึ้นมา ทุกคนต่างก็จับจ้องมาที่เขา“ข้าก็ว่าดีเช่นกัน”“ข้าไม่เห็นแย้ง”“น่าจะเป็นตามนั้นแทบทุกคนต่างก็เห็นด้วยอู่โม่หันกลับมาบอกกับเยลั่ว “น้องเย่ เจ้าควรคิดดี ๆ ว่าเจ้าต้องการยาแบบไหน? หากต่ำกว่าขั้นที่ 3 ก็ไม่มีปัญหาอันใด ๆ”เมื่อได้ยินแบบนั้น เย่ลั้วก็คิดอะไรไม่ออก “ยาอะไรดีงั้นรึ?”“ไม่ต้องกังวล ค่อย ๆ คิด ไว้เจ้าคิดออกแล้วค่อยมาบอกข้าก็ได้” อู่โม่ตบไหล่เยลั้ว ก่อนจะมองไปยังผู้คนรอบ ๆตอนที่เย่ลั้วคิดอยู่นั้น ผู้คนต่างก็เริ่มออกจากห้องไปทีละคน ๆตอนที่เย่ลั้วรู้สึกตัว ห้องเรียนนั้นก็ว่างเปล่า ตอนนั้นเองเขาก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา “ข้าโดนหลอก !”ตอนแรกเขาคิดว่าจะปฏิเสธยังไง แต่ด้วยข้อเสนอจากอู่โม่ มันก็ทำให้เขาคิดว่าเขาต้องการยาแบบไหนแทนคำปฏิเสธที่เขาคิดจะพูดออกมานั้น ไม่มีโอกาสได้พูดออกมาอีกเพราะอู่โม่ผลลัพธ์นี้มันเกิดขึ้น เพราะข้อเสนอของเซียวเหยียนจนทุกคนออกจากห้องไปหมดแล้ว เย่ลั้วก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรด้วยซ้ำ“เฮ้อ !” เย่ลั้วโกรธจัดจนอยากจะกระอักเลือดออกมานี่คงเป็นเส้นทางที่ยาวไกลที่สุด สำหรับการบ่มเพาะของเขา!…การก่อสร้างเมืองใหม่ทำกันอย่างเต็มที่ แค่ 10 วัน ตึกหลักต่าง ๆ ก็ถูกสร้างขึ้นจนเสร็จ มีแค่บางที่ที่ต้องทำการซ่อมแซมและปรับปรุงยกตัวอย่างเช่น กำแพงของบางตึกที่ต้องใช้เวลาในการสลักภาพและตกแต่งลงไป ขยะจากการก่อสร้างถูกทิ้งไว้ในบ่อขยะ ซึ่งจะถูกขนออกไปนอกเมือง ตามสองฝั่งของท้องถนนต่างก็มีต้นไม้ปลูกเอาไว้เต็มไปหมดโดยทั่วไปแล้วเมืองทะเลทรายแห่งใหม่นี้ เสร็จสิ้นพร้อมเข้าอยู่อาศัยได้แล้วฉินเหลียนได้สั่งการให้ชาวเมืองย้ายเข้ามายังเมืองใหม่ได้ทันทีกระบวนการย้ายเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ได้วุ่นวายอะไร การย้ายที่อยู่นี้กินเวลาแค่ 3 วัน ชาวเมืองดั้งเดิมรวมไปถึงคนในหมู่บ้านรอบ ๆต่างก็เข้าไปพักในเมืองใหม่แห่งนี้ ตึก, ถนนและสิ่งก่อสร้างใหม่ ๆนี้ ทำให้ผู้คนพอใจกันอย่างมาก และเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองด้วยความคึกคักที่คฤหาสน์เจ้าเมือง“เจ้าแน่ใจนะว่าทำการย้ายมาเสร็จหมดแล้ว?” ฉินเหลียนมองไปที่กองเอกสารบนโต๊ะ และถามขึ้นมาหลัวซงตอบกลับด้วยความเคารพ “พลเมืองที่ลงทะเบียนได้ย้ายมาเสร็จหมดแล้ว ส่วนบนภูเขาจะมีคนนอกเหลืออยู่รึไม่ ข้าน้อยไม่ทราบ” ภูเขาลูกนี้มีขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้ถึงสิบล้านคน ชัดแล้วว่ามันยากที่จะตรวจสอบได้ที่ละจุด ๆ แม้ว่าทหารทั้งหมดที่เพิ่งรับ