ตอนที่ 74
ตอนที่ 372 ครึ่งเดือน
October 22, 2026
ตอนที่ 372 ครึ่งเดือน แม้ว่าพลังของค่ายกลนี้จะมีจำกัด แต่บทบาทของมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย อย่างน้อยคนทั่วไปก็ไม่อาจที่จะทลายการป้องกันของมันได้ หาก ต้องการทำลายการป้องกันของภูเขาทั้งลูก อย่างน้อยต้องมีระดับการ บ่มเพาะที่ขอบเขตตันซวน แต่เขตตงโจวนี้มีคนที่อยู่ขอบเขตตันซวน มากแค่ไหนกัน? นี่ไม่ต้องพูดถึงเขตตงโจวเลย จำนวนผู้ที่อยู่ขอบเขต ตันซวนทั่วทั้งอาณาจักรก็มีไม่เกิน 100 คน ! ที่สำคัญกว่านั้นคือ ค่ายกลนี้ไม่ใช่แค่ป้องกันตัวเองได้ แต่ยังเป็นตัว ส่งสัญญาณได้ด้วย ! ค่ายกลนี้มีความหมายบอกถึงอาณาเขตของสำนักคังเฉียง คนนอกไม่ อนุญาตให้เข้ามาที่นี่ได้ มันก็เหมือนกับชายแดน คนที่มีสมองก็พอจะ รู้ได้ว่า ไม่อาจจะสร้างความวุ่นวายขึ้นมาที่นี่ได้ ถ้าหากฝ่าฝืนมันก็ เท่ากับเป็นการหาเรื่องสำนักคังเฉียง ใครกันที่จะรับผลลัพธ์ที่จะ ตามมาได้ไหว? จากนี้ภูเขาทั้งลูกได้แยกตัวออกจากโลกภายนอก และสำนักคังเฉียงก็ ได้หายไปจากสายตาของผู้คน จนกลายเป็นดินแดนศักด์ิสิทธ์ิที่แท้จริง “ค่ายกลทำงานแล้วรึ?” ในสำนักคังเฉียง ร่างเจ้าสำนักรู้สึกได้ว่า สภาพแวดล้อมนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เขาอดไม่ได้ที่จะมอง ไปยังด้านนอกภูเขา เขาได้บอกกับผังหลงให้กลับไปที่หอพักเพื่อบ่ม เพาะด้วยตัวเอง ส่วนเขานั้นบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อมุ่งหน้าไปหา เฟิงซวน หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ร่างเจ้าสำนักก็ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าเฟิง ซวน “ไม่เลวเลยนี่ ผู้ช่วยเฟิงซวนท่านทำได้ดี” เฟิงซวนรีบทำความเคารพทันที “เจ้าสำนัก !” “นี่คือการทดสอบรึ?” เจ้าสำนักถามด้วยความสงสัย เฟิงซวนพยักหน้า “ข้าแค่ทดสอบค่ายกลป้องกัน มันสามารถกันการ โจมตีของพวกที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตตันซวนได้ มันส่งผลดีหลายอย่าง การรวบรวมหลิงซี่โดยรอบก็พัฒนาขึ้นมา แต่โชคร้ายที่ค่ายกลนั้น สามารถต้านทานได้แค่พวกขอบเขตว่อซวนขั้นสูง ตราบใดที่มีระดับ การบ่มเพาะที่สูงกว่านั้น พวกเขาก็สามารถมองข้ามภาพลวงตาและ ขึ้นมายังยอดเขาแห่งนี้ได้” เจ้าสำนักยิ้มออกมาอย่างพอใจ “ค่ายกลขั้น 4 มีพลังที่ร้ายกาจเช่นนี้ ก็ถือว่าดีมากแล้ว” หากต้องการกางค่ายกลให้ครอบคลุมภูเขาทั้งลูก และมีพลังที่แข็งแกร่ง งั้นค่ายกลนั่นก็ต้องอยู่ขั้นที่ 6 เฟิงซวนเป็นแค่ปรมาจารย์วางค่ายกล 4 ดาว เขาสามารถใช้ค่ายกล สูงสุดได้แค่ขั้น 4 ยังไงซะด้วยพลังของมันในตอนนี้ ก็ถือว่าดีแล้ว การจะขอไปมากกว่านี้คงเป็นเรื่องยากสำหรับเฟิงซวน “พูดไปแล้วเพราะได้ความเชื่อใจจากเจ้าสำนักต่างหาก” เฟิงชวนพูด ขึ้น ความสามารถของข้ามีจำกัด มันเป็นไปไม่ได้ที่จะกางค่ายกลที่ เจ้าสำนักพอใจได้” “ผู้ช่วยเฟิงซวนท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว ทุกวันนี้มีผู้มีพรสวรรค์ มากมายในสำนัก ท่านไม่กลัวการทำงานหนัก ท่านอาสากางค่ายกล ให้กับสำนัก มันเป็นผลงานครั้งใหญ่ ไม่มีใครมองข้ามความดีความ ชอบของท่านได้” เจ้าสำนักยิ้มออกมา “เอาล่ะ ผู้ช่วยเฟิงซวนทำงาน หนักมานาน รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”“เจ้าสำนักข้าขอตัว !” เฟิงซวนไม่มัวลังเลสำหรับเขาแล้วการกางค่ายกลไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ มันใช้พลังของเขาไปอย่างมากหลังจากที่ส่งเฟิงซวนเสร็จ เจ้าสำนักก็ได้ทำการทดสอบค่ายกล หลังจากที่เข้าใจการทางานของค่ายกลแล้ว เขาก็ได้กลับไปยังบ้านพักของตัวเองทันทีที่กลับมา เจ้าสำนักก็เห็นว่าอู่ซินซินนั่งเล่นอยู่ในสวน เขาส่ายหน้าออกมา “เจ้าหนูน้อยสองตัวนี้ ไม่คิดกังวลอะไรเลย!” อ้าวเสี่ยวหร่านไม่ได้ฉลาดนัก นางไม่ต่างจากเด็กน้อยทั่วไป นางแค่เล่นสนุกก็พอใจแล้ว แต่อู่ซินซินไม่ใช่เด็กแล้ว หากเทียบกับหลินหมิงแล้วนางอ่อนกว่าแค่ปีเดียว แต่นิสัยของนางยังคงเหมือนเด็กเล็ก นางไม่ค่อยได้ใช้เวลากับการบ่มเพาะมากนัก“หากเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานหลินหมิงคงตามนางทัน” เจ้าสำนักถอนหายใจออกมาพรสวรรค์ของอู่ซินซิน หากดูทั้งชั้นเรียนแล้วนางก็อยู่อันดับต้น ๆแม้ว่านางจะไม่ใช่อัจฉริยะที่โดดเด่น แต่ก็ใช่ว่าจะแย่ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่รู้ค่าของพรสวรรค์ที่ตนมี นางเหมือนจะไม่สนใจ บางทีนางอาจจะตระหนักถึงความสำคัญของมันได้ ก็ตอนที่นางมีประสบการณ์แบบเดียวกับเซียวเหยียนและหนิวซิงไห่จางหยูและเจ้าสำนักในตอนนี้อยากจะดุนางอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งพวกเขาก็ไม่อาจจะพูดมันออกมาได้อู่ซินซินเป็นศิษย์รุ่นแรก ๆ ของสำนักคังเฉียง นางเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของจางหยู ในใจจางหยูแล้วนางมีฐานะที่สูงส่งกว่าศิษย์คนอื่น ๆแม้ว่าจางหยูจะไม่เคยพูดมันออกมา และไม่ได้สนใจอู่ซินซินเป็นพิเศษแต่จางหยูก็เป็นห่วงนางมากกว่าคนอื่น ๆ และไม่อาจจะดุนางได้“ช่างเถอะเมื่อนางชอบเล่น ก็ให้นางเล่นไป เรื่องสำคัญคือการบ่มเพาะอ้าวเสี่ยวหร่าน” เจ้าสำนักตะโกนออกมาในใจ “ข้าจะช่วยหาทางพัฒนาระดับการบ่มเพาะของนางในอนาคต”อ้าวเสี่ยวหร่านกับอู่ซินซินเล่นกันอยู่ด้านนอก ตอนนี้ผังหลงก็กลับไปที่หอพักแล้ว เป็นธรรมดาที่เขาไม่อาจจะปล่อยเวลาที่มีค่าให้เสียเปล่าได้ ภายในสวนแห่งนั้น ร่างของเขาได้มุ่งหน้าไปที่ป่ าด้านหลัง แค่ไม่กี่อึดใจเขาก็ปรากฏตัวขึ้นในป่ าทึบมันคือที่ที่จางหยุใช้บ่มเพาะ ตอนที่ระดับการบ่มเพาะของจางหยูสูงขึ้นเรื่อย ๆ ที่นี่ก็ไม่เหมาะจะเป็นที่บ่มเพาะสำหรับจางหยูอีกต่อไปตอนนี้มันคือที่ของเจ้าสำนักปัง!ทันทีที่เจ้าสำนักไปถึงที่นั่น ปราณก็ถูกดูดเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับระดับการบ่มเพาะของเจ้าสำนักที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วขอบเขตหลิงซวนขั้นสูง!บ่มเพาะมาได้ครึ่งเดือน แม้ว่าต้องไปสอนถังหลง, จัดการเรื่องราวต่าง ๆ ของสำนัก แต่ระดับการบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นมาถึงขอบเขตหลิงซวนขั้นสูงได้ หากครั้งนี้ไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เขาคงทะลวงผ่านขึ้นไปยังขอบเขตหลี่ซวนได้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระดับการบ่มเพาะของเจ้าสำนักเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยบางครั้งจะมีแรงกดดันที่น่ากลัวแผ่ออกมาจากตัวเขา วังวนในร่างกายตอนนี้ราวกับได้รับอิสระจากกรอบที่จำกัดมันไว้