ตอนที่ 102
ตอนที่ 400 ราชินี
October 22, 2026
ตอนที่ 400 ราชินี “ช้าก่อน เจ้าหมายความว่ายังไง !” สีหน้าของเซียนค่ายกลเปลี่ยนไป และตะโกนถามขึ้นมา “เจ้าหาพวกนั้นเจอแล้วรึ ?” “ฮาฮา…เจ้าลองเดาดูสิ !” เสียงหัวเราะของเฉินกูนี้เหมือนจะดังก้อง ไปทั่วทั้งโลก เขาเข้าใจความแข็งแกร่งที่ตัวเองมี พูดกันตามตรง พวกระดับสูงสุด ของเผ่ามนุษย์ทั้งสี่นั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่ทุกครั้งที่เขาเผชิญหน้า กับพวกระดับสูงสุดของเผ่ามนุษย์ทั้งสี่คนนั่น เขาก็ไม่กล้าที่จะลงมือ ท้าทายพวกมัน เรื่องนี้จะไม่ให้เขารู้สึกอึดอัดใจได้อย่างไร แต่ตอนนี้ด้วยการที่มีจางหยูอยู่ด้วย ในที่สุดเขาก็เลิกกังวลภัยจากทั้ง สี่คนนั่นได้ ! เขารู้สึกดีกับการได้มาเป็นตัวแทนส่งข้อความให้กับจางหยู “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ! มันผ่านมากี่วันกัน ? สัตว์อสูรพบพวก สุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิเร็วแบบนี้ได้ยังไง !” เซียนค่ายกลไม่อาจจะยอมรับความจริงข้อนี้ได้ มนุษย์กับสัตว์อสูร ลงมือแทบจะพร้อมกัน แต่ทำไมพวกสัตว์อสูรถึงได้หาตัวสุดยอด สัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิได้เร็วกว่า ? บางสิ่งมันยากที่จะเชื่อได้ แต่คำพูดของเฉินกูก็ทำให้เขาสงสัยว่าพวก สัตว์อสูรนั้นหาตัวพวกสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิเจอจริง ๆ หรือเปล่า โชคร้ายที่เฉินกูไม่ได้ตอบคำถามเขา เพราะเฉินกูได้ออกจากที่นั่นไป แล้ว สีหน้าของเซียนค่ายกลบิดเบี้ยวไป “หากราชาสัตว์อสูรเจอพวกสุด ยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิจริง ๆ มันก็เป็นปัญหา !” “นี่คือการขู่ หรือว่าเขาหาพวกนั้นเจอจริง ๆ ?” เซียนค่ายกลสีหน้า หม่นไป ตอนนี้ในหัวเขามีแต่ความสับสน หากเทียบกับเจ้าสำนัก ลึกลับนั่นแล้ว เขาสนใจพวกสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิมากกว่า ยังไงซะมันก็ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว แต่กลับมีเป็นกลุ่ม ! สุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิกว่า 16 ตัว หากเติบโตเต็มที่ งั้นมนุษย์ก็ คงจบสิ้น ! ในทางกลับกันแล้ว เจ้าสำนักลึกลับผู้นั้น แม้ว่าจะมีพลังอันน่ากลัว แต่กลับไม่ได้ทำอะไรให้กับมนุษย์เลย “ดูเหมือนว่าข้าต้องไปยังภูเขาที่ว่า!” สักพักเขาก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับพึมพำ “เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือข้าต้องรู้ท่าทีของเจ้าสำนัก ที่ว่า มันจะดีกว่าหากจะกล่อมให้เขามาร่วมมือกับเรา…” คนที่สั่งการราชาสัตว์อสูรได้ มันยากที่จะคิดได้ว่าเขาน่ากลัวแค่ไหน หากดึงคนแบบนั้นเข้าร่วมกับฝั่งมนุษย์ได้ งั้นภัยจากสัตว์อสูรก็จะ หายไปทันที ในเวลาเดียวกัน อ้าวอู่เหยียนที่ซ่อนตัวอยู่ไกลออกไป ก็แสดงสีหน้า ตกตะลึงออกมา “สัตว์อสูรพบตัวเหล่าสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิเร็วแบบนี้เลยรึ?” เขาก็เหมือนกับเซียนค่ายกล เขาเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน อ้าวอู่เหยียนไม่ได้สนใจเหล่าสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิเท่าไหร่นักแต่หากมันเติบโตขึ้นมาเป็นกลุ่มจำนวนมาก งั้นมันก็ต้องเกิดปัญหาตามมา แม้ว่าราชามังกรจะไม่ได้พูดเรื่องนี้ แต่อ้าวอู่เหยียนก็รู้ดีว่าต้องหาทางกำจัดสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิ ไม่งั้นแล้วหากพวกมันเติบโตขึ้นมาได้ นี่ไม่ต้องนับมนุษย์เลย แม้แต่เผ่ามังกรที่แข็งแกร่ง ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยอยู่ได้เผ่ามังกรปกครองโลกนี้มาตั้งแต่แสนปีก่อน และการปรากฏตัวของกลุ่มสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิ ก็เป็นภัยต่อเผ่ามังกร ในฐานะองค์รัชทายาทของเผ่ามังกร อ้าวอู่เหยียนมีหน้าที่ต้องกำจัดภัยนี่ไม่มีใครต้องการให้สัตว์อสูรรุ่งโรจน์ ทั้งมนุษย์และเผ่ามังกร“ต้องหาทางกำจัดพวกสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิ!” อ้าวอู่เหยียนแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่ราชาสัตว์อสูรพูดถึง เป้าหมายที่ไป หนึ่งเพราะเจ้าสำนักลึกลับ เขาต้องการดูท่าทีของเจ้าสำนัก และสองคือเพราะเฉินกู ที่นั่นเขามีโอกาสมากมายที่จะตรวจสอบได้ว่า เหล่าสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิอยู่ที่ไหนสำหรับเซียนค่ายกลแล้ว อ้าวอู่เหยียนไม่ได้สนใจจะท้าสู้กับอีกฝ่ายอีก เขามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นต้องไปจัดการ เขาไม่อาจจะเสียเวลาไปกับเซียนค่ายกลได้อ้าวอู่เหยียนรู้สึกเสียดายขึ้นมา หากเขารู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เขาคงไม่มีทางเปิดเผยตัวตนของตัวเองที่สมาคมค่ายกล เขาจะแอบสืบข้อมูลทุกอย่าง เมื่อเขาเปิดเผยตัวตนไปแล้ว และเรื่องนี้ก็น่าจะไปถึงหูของเฉินกูแล้ว ซึ่งทำให้เฉินกูระวังตัวมากขึ้นไปอีกนี่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับอ้าวอู่เหยียน!“ข้าแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกันแน่!” อ้าวอู่เหยียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “หากข้าแข็งแกร่งเท่ากับท่านพ่อ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องระวังแบบนี้ ข้าคงไปจับตัวเฉินกู และถามถึงตำแหน่งของเหล่าสุดยอดสัตว์อสูรศักด์ิสิทธ์ิมาได้โดยตรง !”อ้าวอู่เหยียนแม้ว่าจะเย่อหยิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะเอาชนะเฉินกูได้ อ้าวอู่เหยียนยังคงอยู่นิ่งไม่ได้ขยับราวกับรูปปั้น จนกระทั่งร่องรอยการผันผวนของมิติหายไป พร้อมกับร่างของเซียนค่ายกลที่หายไปอ้าวอู่เหยียนถึงได้เดินออกมาจากหลังก้อนหิน เขาไม่ได้กลัวเซียนค่ายกลหากต้องสู้กันแบบ 1 ต่อ 1 โอกาสที่ชนะมีมากกว่าครึ่ง แต่เขาไม่ต้องการเปิดเผยตัวเอง โดยเฉพาะตอนนี้ เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า เขาแอบฟังบทสนทนาระหว่างราชาสัตว์อสูรและเซียนค่ายกลอ้าวอู่เหยียนคิดถึงสถานการณ์ของตัวเอง ก่อนจะคิ้วขมวด “ข้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 วันเพื่อฟื้นฟูพลังจิต” การตามหาตัวเซียนค่ายกลนี้ เขาใช้พลังจิตไปอย่างมาก ซึ่งไม่อาจจะฟื้นฟูขึ้นมาได้หมดในวันเดียว“วันที่ 15 เดือน 7 คือ…วันมะรืน” อ้าวอู่เหยียนคิด “เวลามันแทบจะไม่พอ ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ใช้เวลาที่มีในตอนนี้ฟื้นฟูพลังของตัวเองก่อน”ชัดแล้วว่าภูเขาแห่งนั้นเป็นที่อันตรายอย่างมาก ไม่ใช่แค่มีเจ้าสำนักที่