ตอนที่ 101
ตอนที่ 399 คนทรยศของมนุษย์
October 22, 2026
ตอนที่ 399 คนทรยศของมนุษย์ อ้าวอู่เหยียนไม่เคยเห็นราชาสัตว์อสูรมาก่อน แต่เขาก็เคยได้ยินเรื่อง ของอีกฝ่ายจากราชามังกร ตามที่ราชามังกรบอกมา ราชาสัตว์อสูรคือสัตว์อสูรที่โดดเด่นที่สุด ในรอบหลายหมื่นปีที่ผ่านมา ตอนที่เขาทะลวงขึ้นมาอยู่ระดับสูงสุด ได้ เขาก็สามารถรับมือกับผู้โด่งดังที่สุดของมนุษย์ได้ ในอดีตนั้น ความแข็งแกร่งของราชาสัตว์อสูรพัฒนาขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง แม้ว่าจะ อ่อนแอกว่าราชามังกร แต่ก็ใช่ว่าจะอ่อนแอกว่ามากนัก หากราชามังกรไม่ได้มีการสืบทอดมาช่วย เขาก็สามารถชนะราชา สัตว์อสูรได้ แต่การต่อสู้นั้นต้องยากลำบากอย่างแน่นอน แม้แต่อ้าวอู่เหยียนที่ภาคภูมิใจในตัวเอง ก็ไม่กล้าบอกว่าตัวเองจะเทียบ ราชาสัตว์อสูรได้ เพราะเขารู้ดีว่าเขายังไม่ใช่คู่มือของราชาสัตว์อสูร ผู้ที่มีพลังทัดเทียมราชามังกรตอนที่ยังไม่ได้รับการสืบทอดได้ แล้ว องค์รัชทายาทมังกรจะไปเทียบได้รึ ? อ้าวอู่เหยียนคิดทบทวนและมองไปยังทั้งคู่ยังไงซะเขาก็เจอตัวเซียน ค่ายกลแล้ว แม้ว่าเขาต้องการจะประมือกับเซียนค่ายกล แต่เขาก็ไม่ได้ เร่งรีบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องการใช้โอกาสนี้ เพื่อตรวจสอบความ แข็งแกร่งของราชาสัตว์อสูร และดูว่าราชาสัตว์อสูรแข็งแกร่งเหมือน ที่ราชามังกรบอกไว้หรือไม่ หากราชาสัตว์อสูรอ่อนแอกว่าที่คิด เขา คงไม่สนใจจะประมือกับเซียนค่ายกล…เขาจะลองท้าทายราชาสัตว์ อสูรดู ด้านบนของหินก้อนใหญ่ อ้าวอู่เหยียนยับยั้งพลังของตัวเองเอาไว้ ด้วยสายตาและหูที่น่าเหลือเชื่อของเขา เขาจึงเห็นทั้งสองได้อย่าง ชัดเจน ตอนนั้นราชาสัตว์อสูรและเซียนค่ายกลมัวแต่สนใจกันเอง ดังนั้น พวกเขาจะมารู้ตัวได้ยังไงว่ามีบุคคลที่สามแอบดูอยู่ ? หากพวกเขาแผ่การรับรู้ออกไป มันก็ง่ายที่จะตรวจจับอ้าวอู่เหยียน ได้ แต่อ้าวอู่เหยียนยับยั้งพลังเอาไว้แล้ว หากไม่ตรวจสอบดี ๆ มันก็ ยากที่จะตรวจสอบได้ว่ามีผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งอย่างเขาอยู่ ยิ่งไป กว่านั้นพวกระดับสูงสุดของทวีปนี้ก็มีน้อย ราชาสัตว์อสูรและพวก ระดับสูงสุดของมนุษย์ทั้งสี่ต่างรู้จักกัน แม้ว่าจะเห็นอ้าวอู่เหยียน แต่ พวกนั้นคงไม่สนใจเท่าไหร่นัก แน่นอนนั่นคือสิ่งที่อ้าวอู่เหยียนคิดไปเอง ราชาสัตว์อสูรแข็งแกร่ง กว่าเขามาก เขาไม่ได้มั่นใจว่าจะหลบพันการตรวจจับของราชาสัตว์ อสูรได้ ในทางกลับกันแล้วหากเป็นเซียนค่ายกล อ้าวอู่เหยียนก็มั่นใจ อย่างมากว่าอีกฝ่ายจะมองไม่เห็นความแข็งแกร่งของเขาแม้ว่าจะยืน อยู่ตรงหน้ากัน แต่เซียนค่ายกลคงต้องใช้เวลาสามวันสามคืน แต่ถึง อย่างนั้นก็ยากที่จะมองพลังของเขาออก เหนืออากาศสูงขึ้นไป เซียนค่ายกลมองไปที่ราชาสัตว์อสูรด้วยท่าทีระวังตัว ก่อนจะพูด ขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ราชาสัตว์อสูร โลกมนุษย์นี้ไม่ใช่ที่ที่ เจ้าควรจะเข้ามา…” ตอนนั้นเซียนค่ายกลนึกหวาดกลัวนั้นมา ในฐานะที่ศัตรูแล้วเขากลัว เฉินกูเป็นอย่างมาก เพราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งเพียงใดนั้น เขารู้ดี เขาไม่ มีทางที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายได้โจมตี ราชราสัตว์อสูรแกร่งกว่าเขา หากเขาไม่ระวังตัวและโดนโจมตีเป้า ด้วยความที่แกร่งที่เฉินกูมีเซียนค่ายกลคงต้องบาดเจ็บหนัก !“ไม่ต้องกังวลไป ข้ามาที่นี่เพื่อส่งข้อความให้กับเจ้า” เฉินกูพดขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ท่าทีของเขาดูเกียจคร้าน เขาไม่ได้สนใจอีกฝ่ายนอกซะจากว่าพวกระดับสูงสุดของมนุษย์ทั้งสี่จะร่วมมือกัน งั้นมันก็ไม่มีใครเป็นภัยต่อเขาได้ แน่นอนว่าเขาไม่อาจจะจัดการเซียนค่ายกลได้ในเวลาอันสั้น หากเซียนค่ายกลยื้อเขาเอาไว้ และรอจนกว่าอีกสามคนตามมาสมทน นั่นคงเป็นผลเสียต่อเขาเซียนค่ายกลคิ้วขมวด “ส่งข้อความรึ?”เขาไม่มีทางเชื่อเรื่องนี้ !สีหน้าที่เขาแสดงออกมา บ่งบอกแล้วว่าเขาไม่เชื่อในคำพูดของเฉินกูเฉินกูเป็นถึงราชาสัตว์อสูร เขาเป็นรองแค่ราชามังกร แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อว่าจะมีใครสั่งให้ราชาสัตว์อสูรมาส่งข้อความได้!“ไม่ต้องสงสัยไป ข้าได้รับคำสั่งมาจากเจ้าสำนัก เชิญเจ้าไปยังสำนักคังเฉียง” เฉินกูยิ้มออกมา “วันที่ 15 เดือน 7 ที่ยอดเขา เจ้าสำนักจะรอเจ้าอยู่!”เซียนค่ายกลหรี่ตาลง ในใจเขาเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา “เจ้าสำนักรึ?”เฉินกูเป็นใครกัน ?เขาเป็นถึงราชาสัตว์อสูร !คนที่เป็นรองแค่ราชามังกร !ตัวตนแบบนี้ กลับบอกว่าตัวเองมาส่งข้อความ มันยากที่จะคิดได้ว่าจะเกิดเรื่องแบบที่เฉินกูบอกมา!อ้าวอู่เหยียนที่ซ่อนตัวอยู่เองก็ตกตะลึง เขาเกือบหลุดการควบคุมพลังของตัวเอง ข่าวนี้เหมือนกับระเบิดสำหรับเขา มันน่าแปลกใจจริง ๆ !หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะถูกพบ อ้าวอู่เหยียนคงพุ่งเข้าไปหาเฉินกูและถามว่าเจ้าสำนักนั่นเป็นใครกัน !“เจ้าสำนักเป็นใครกัน?” คิ้วของเซียนค่ายกลขมวดเข้าหากัน เห็นได้ว่าเขาสงสัยว่าเจ้าสำนักที่เฉินกูพูดนั้นเป็นใคร เจ้าสำนักผู้นี้น่ากลัวยิ่งกว่าเฉินกู เมื่อคิดแบบนั้นถึงพวกเขาทั้งสี่จะร่วมมือกัน แต่ก็ไม่กล้าก่อเรื่องขึ้น หากนับรวมเฉินกูที่น่ากลัวนี่เข้าไป งั้นพวกระดับสูงทั้งสี่ของมนุษย์จะมีทางรอดรึ?อ้าวอู่เหยียนถึงกับชมเซียนค่ายกล คำถามที่เซียนค่ายกลถามขึ้นมานี้คือคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุดเมื่อได้ยินแบบนั้น เฉินกูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าไม่ต้องรู้ว่าเจ้าสำนักเป็นใคร เจ้าแค่ต้องรู้ว่า…เจ้าสำนักเป็นยอดฝีมือ ยอดฝีมือระดับสูง ในชีวิตข้าเฉินกู ไม่เคยรับใช้ใครมาก่อน ต่อให้เป็นราชามังกร ข้าก็ไม่คิดจะรับใช้ มีแค่เจ้าสำนักเท่านั้นที่ข้าจะยอมให้เขา!”เมื่อพูดจบสีหน้าของเฉินกูก็แสดงความเคารพออกมาเขาชื่นชมจางหยูจริง ๆ !หากไม่นับเรื่องความแข็งแกร่งที่จางหยูมี การสอนและความน่าเชื่อถือรวมถึงอุดมการณ์ของจางหยูนั้น ก็ทำให้เขาประทับใจอย่างมาก !ยิ่งกว่านั้นจิตใจและนิสัยของจางหยู ก็ยากจะหาใครในประวัติศาสตร์มาเทียบได้!ตอนที่มนุษย์, สัตว์อสูรและมังกรต่างก็มองอีกฝ่ายเป็นศัตรู แต่มุมมองของจางหยู กลับมองข้ามเรื่องพวกนั้นและคิดจะกำจัดความอคตินี้ออกไปให้ได้ ความคิดและมุมมองแบบนี้มีใครบ้างที่เทียบได้?เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินกู และได้ยินที่เขาพูดถึงเจ้าสำนัก ไม่ว่าจะเป็น