ตอนที่ 113
ตอนที่ 411 แนะนำตัว
October 22, 2026
ตอนที่ 411 แนะนำตัว เมื่อเห็นว่าสีหน้าของจางหยูหม่นลงเหมือนจะอารมณ์เสีย อ้าวอู่เหยียน ก็ปิดปากเงียบทันที แม้แต่อ้าวเยว่ก็ยังแสดงสีหน้าไม่มั่นใจออกมา และไม่กล้าที่จะหา เรื่องจางหยู ทั้งสองรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าจางหยูอารมณ์เสีย สีหน้าของเขาหม่น และดูน่ากลัว ท่าทีเป็นกันเองและใจดีก่อนหน้านี้หายไป มันทำให้ ผู้คนรู้สึกเหมือนกับภูเขาไฟที่เงียบสงบมานาน กลับมีลาวาระเบิด ออกมา จางหยูบินนำหน้าโดยที่มีสองคนบินตามมาติด ๆ บรรยากาศนี้แทบ ทำให้ทั้งสองไม่กล้าหายใจ ทั้งสองรู้สึกกดดันอย่างมาก หลังจากที่เข้ามาในเขตอาณาจักรโจว และรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ คุ้นเคย จางหยูถึงได้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ความกดดันที่เขาแผ่ออกมา ค่อย ๆ สลายไป มันทำให้อ้าวเยว่ถึงกับโล่งใจเพราะแรงกดดันที่นาง ได้รับนั้นลดลง ร่างของจางหยูได้หายไปอีกครั้ง ก่อนจะปรากฏตัวที่ด้านบนเมือง ทะเลทราย หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ ร่างของอ้าวเยว่และอ้าวอู่เหยียนก็ปรากฏขึ้น ทีละคน ๆ “ถึงแล้วรึ ?” เมื่อเห็นว่าจางหยูหยุด อ้าวอู่เหยียนก็อดไม่ได้ที่จะมอง ลงไปยังเมืองทะเลทราย ที่แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ แต่หากมองจาก ท้องฟ้าจะพบว่ามันมีขนาดเล็ก ใจกลางเมืองนี้มีภูเขาที่รายล้อมไป ด้วยหมอกขาว ภายใต้หมอกขาวนี้มีตึกอาคารต่าง ๆ ที่งดงาม “นี่คือ ภูเขาร้างที่ว่ารึ ?” อ้าวอู่เหยียนผิดหวังเล็กน้อย แม้ว่าเมืองทะเลทรายจะได้รับการขยับ ขยาย แต่มันก็ยังเล็กกว่าเมืองใหญ่ ๆ อย่างเมืองอู่อัน บางทีมันอาจจะ มีขนาดแค่ 1 ใน 5 ของเมืองอู่อันหรืออาจจะน้อยกว่านั้นอีก ภูเขาที่ อยู่ใจกลางเมืองไม่ได้ดูพิเศษอะไร มันต่างจากภูเขาที่เขาคิดภาพเอาไว้ มันยากที่จะคิดว่าสำนักคังเฉียงในตำนาน ตั้งอยู่บนยอดเขาลูกนี้และ มีผู้บ่มเพาะจำนวนเพียงไม่กี่คนอยู่บนยอดเขานี้ด้วย จางหยูไม่ได้สนใจอ้าวอู่เหยียน และเคลื่อนย้ายไปยังลานของสำนัก จากนั้นเขาก็ส่งข้อความหาโอวเสินเฟิงและคนอื่น ๆ ไม่นาน โอวเสินเฟิง, ซู่เหยียน, อู่ฉิงฉวนและคนอื่น ๆ ก็มารวมตัว กัน นอกจากเฉินกูแล้ว อาจารย์และผู้ช่วยทุกคนต่างก็มารวมตัวกัน ที่นี่ แม้แต่อู่ฉิงฉวนและโหวเทียนหมางก็ยังมาที่นี่ด้วย หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวกันที่ลาน พวกเขาก็หันไปสนใจอ้าวเยว่ และอ้าวอู่เหยียนกันทันที ต้องบอกก่อนว่า อ้าวเยว่และอ้าวอู่เหยียนนั้นโดดเด่น ซึ่งยากที่จะ มองข้ามพวกเขาได้ อ้าวอู่เหยียนเป็นองค์รัชทายาทของเผ่ามังกร เขาดูสูงส่งและสง่า แม้ว่าจะยังไม่เติบโตเต็มที่ก็ตาม อ้าวเยว่ไม่ต้องให้พูดอะไรมาก แค่หน้าตา, รูปร่าง ไม่ว่าจะเป็นด้าน ไหนก็อยู่ในระดับสูงสุด แม้ว่านางจะยืนนิ่ง ๆ แต่ก็ทำให้ผู้คนหลงใหลได้ เมื่ออยู่ต่อหน้านางแล้ว แม้แต่ซู่เหยียนที่อยู่ขอบเขตตุ้นซวนก็ยังรู้สึกร้อนรน นี่ยังนับคนอื่นอีกรึ ?สายตาของทุกคนดูเหม่อลอยจับจ้องไปยังสองคนนี้“ข้าเรียกพวกท่านมาก็เพื่อบอกพวกท่านเกี่ยวกับสองคนนี้ พวกเขาเป็นอาจารย์ของสำนักคังเฉียง” จางหยูมองไปที่อ้าวเยว่และอ้าวอู่เหยียน ก่อนจะแนะนำออกมา “นี่คือ อาจารย์อ้าวเยว่และอีกคนคืออาจารย์อ้าวอู่เหยียน จากนี้พวกท่านจะได้ร่วมงานกัน รู้จักกันไว้”ตอนที่พูดนั้น จางหยูเห็นว่าอ้าวเยว่หน้าซีดลง เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัย“ทำไมนางถึงอ่อนแอลงได้ ?”อ้าวเยว่หน้าซีดและลมหายใจอ่อนแรง ราวกับว่านางบาดเจ็บหนักจางหยูจำได้ว่าเขายังไม่ทันได้ทำอะไรนางเลยไม่ใช่รึไง ?“เด็กน้อย น้าเจ้าเป็นอะไรไป ?” จางหยูถามอ้าวอู่เหยียนด้วยการส่งข้อความอ้าวอู่เหยียนยิ้มและตอบกลับมา”ท่านน้าใช้พลังวิญญาณไปมากตอนที่สู้กับท่านที่เมืองอู่อัน รวมถึงยังใช้การเคลื่อนย้ายมาอย่างต่อเนื่องอันที่จริงแล้วท่านน้า …นิสัยของนางดูแข็งกร้าว แต่จริง ๆ แล้วข้างในนั้น ข้ากลัวว่ามันจะเปราะบาง แต่นางก็ไม่คิดที่จะให้ใครมาช่วยหรือเห็นใจ”จริง ๆ แล้วเขาอยากค้อนกลับไปว่า “ผู้อาวุโส ท่านจะรีบไปไหน หากไม่ใช่ว่าเพราะรีบตามท่านมา ท่านน้าจะมีสภาพแบบนี้ได้ยังไง ?”นี่ไม่ต้องพูดถึงอ้าวเยว่เลย แม้แต่อ้าวอู่เหยียนนั้นก็ยังอยู่ในสภาพแย่อย่างมากเพื่อที่จะตามจางหยูให้ทัน พวกเขาได้ทุ่มเทไปอย่างมาก ถึงจะแบบนั้นก็ยังตามหลังจางหยูอยู่ไกล หากจางหยูหยุดรอดูพวกเขาบ้างพวกเขาคงไม่มีสภาพเป็นเช่นนี้เคลื่อนย้ายพริบตาเหมือนกัน แต่ทักษะที่อ้าวเยว่กับอ้าวอู่เหยียนมีนั้นไม่อาจจะเทียบกับเคลื่อนย้ายพริบตาของจางหยูได้ !แม้ว่าในใจจะด่าออกมา แต่อ้าวอู่เหยียนก็ไม่กล้าที่จะด่าจางหยูออกมาตามที่ใจคิด ถึงในใจเขาจะบ่นแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าจะพูดมันออกมา“ผู้หญิงคนนี้” จางหยูมองไปที่อ้าวเยว่ และอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า“หยิ่งในศักด์ิศรีจริง ๆ”จางหยูเคยเจอกับผู้หญิงมาหลายคน แต่คนที่ดูเย่อหยิ่งแบบอ้าวเยว่นั้นไม่เคยมีมาก่อน ผู้หญิงคนนี้หยิ่งจนเข้าถึงกระดูก นางยอมตายดีกว่าต้องยอมแพ้ให้กับใคร นางเป็นคนที่น่าชื่นชมความแข็งแกร่งของอ้าวเยว่ จางหยูได้รับรู้ด้วยตัวเองมาแล้ว เขาต้องยอมรบว่านางแข็งแกร่งจริง ๆ ไม่ได้แย่กว่าราชามังกร การจะบอกว่านางคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดโลกก็คงไม่เกินไป ในโลกที่มีแต่ผู้บ่มเพาะผู้ชาย แต่อ้าวเยว่กลับก้าวขึ้นมาในระดับสูงสุดนี้ได้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่านางต้องทุ่มเทและผ่านความยากลำบากมามากแค่ไหน นางน่าชื่นชมจริง ๆจางหยูละลายตาและบอกกับโอวเสินเฟิง และคนอื่น ๆ “พวกท่านแนะนำตัวให้อาจารย์ใหม่ทั้งสองได้รู้จักสิ”โอวเสินเฟิง, ซู่เหยียน, อู่ฉิงฉวน และคนอื่น ๆ มองหน้ากัน ซู่เหยียน