ตอนที่ 115
ตอนที่ 413 เจ้าสำนักตัวจริงหรือตัวปลอม (II)
October 22, 2026
ตอนที่ 413 เจ้าสำนักตัวจริงหรือตัวปลอม (II) พวกเขาคิดกันว่าเจ้าสำนักสักคนต้องเป็นตัวปลอม และพวกเขาก็ไม่ รู้ตัวเลยตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ พวกเขาพากันใจสั่นแค่ไหน “เจ้าสำนักที่กินข้าวกับพวกเราหรือเจ้าสำนักที่อยู่กับอาจารย์อ้าวอู่ เหยียนและอาจารย์อ้าวเยว่ ใครกันแน่ที่เป็นตัวปลอม!” โอวเสินเฟิง พูดขึ้น มันมีเจ้าสำนักตัวปลอมอยู่แต่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย อู่ฉิงฉวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดขึ้นมา “ไปยังบ้านพักของเจ้า สำนัก !” “พวกท่านจะไปทำอะไรที่นั่น?” ซู่เหยียนแสดงสีหน้ากลัวออกมา “ถามเขาให้ชัดเจน ! จริงตัวจริงหรือไม่เราก็ต้องรู้คำตอบให้แน่ชัด!!” อู่ฉิงฉวนพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เราคงไม่อยากถูกเจ้าสำนักตัว ปลอมปั่นหัวกันใช่หรือไม่ ?” หากไม่อาจจะหาคำตอบได้ มันก็จะยังมีปัญหานี้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่งั้นแล้วพวกเขาคงนอนไม่หลับ ! คิดดูสิ หากอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าสำนักตัวปลอมแต่พวกเขา กลับไม่รู้ตัวเลย เรื่องนี้จะน่ากลัวแค่ไหนกัน ? “แต่หากเจ้าสำนักที่บ้านพักเป็นตัวปลอม เราจะทำยังไงกันดี?” โอว เสินเฟิงถามขึ้นมา เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนต่างก็พากันสับสน บางคนถึงกับลนลาน หากเจ้าสำนักที่อยู่ที่บ้านพักเป็นตัวปลอม งั้นเจ้าสำนักตัวจริงอยู่ที่ ไหนกัน ? มันถึงกับมีคำถามที่น่ากลัวกว่านั้นในหัวของพวกเขา หากเจ้าสำนัก ทั้งสองเป็นตัวปลอมล่ะ ? เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ทุกคนต่างก็พากันตัวสั่น หากเจ้าสำนักนี้เป็นตัวปลอม และมีความแข็งแกร่งที่ไม่อาจจะวัดได้ งั้นพวกเขาที่รู้ตัวตนของอีกฝ่ายคงถูกจัดการแน่ อู่ฉิงฉวนกลืนน้ำลายและพูดขึ้นมา “มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปหรอก ใช่ไหม?” เขาเองก็ลังเล ยังไงซะสิ่งที่ทุกคนกังวลก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล หากครั้ง นี้พวกเขารู้ความจริง และทำให้เจ้าสำนักตัวปลอมโกรธ บางทีพวก เขาอาจจะถูกฆ่าปิดปากก็ได้ “ข้าคิดว่ามันจะดีกว่าที่จะได้คำตอบ” อ้าวอู่เหยียนลังเลและพูดขึ้นมา “การยื้อปัญหานี้ต่อไปไม่มีอะไรดีขึ้นเลย” อู่ฉิงฉวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดขึ้น “อาจารย์อ้าวอู่เหยียนพูดถูก เรื่องนี้ไม่อาจจะมองข้ามได้ เพราะมันไม่ได้ส่งผลดีต่อทุกคน” โอวเสินเฟิง, ซู่เหยียนและคนอื่น ๆ มองหน้ากันก่อนจะพยักหน้า “ข้าเห็นด้วย” ตอนแรกพวกเขาคิดจะไปที่ห้องเรียน แต่เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง พวกเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายไปยังบ้านพักของจางหยูทุกคนต่างก็เดินออกไปด้วยความหนักใจไม่นานพวกเขาก็มาถึงหน้าประตูบ้านพัก“เคาะประตูสิ” อู่ฉิงฉวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ และบอกกับโอวเสินเฟิง“เจ้าก็เคาะสิ” โอวเสินเฟิงยื่นมือออกไปกำลังจะเคาะประตู แต่สุดท้ายก็ดึงมือกลับและยิ้มอย่างขมขื่นให้อู่ฉิงฉวน“พระเจ้า เจ้าเป็นร่างวิญญาณนะ! การที่คนอื่น ๆ กลัวนั้นพอเข้าใจได้แต่เจ้าจะกลัวอะไร ?” อู่ฉิงฉวนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีโอวเสินเฟิงกรอกตาใส่ “ใครบอกว่าผีกลัวบ้างไม่ได้ ?” เขาหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “และอย่าเรียกข้าว่าผี แม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต่างอะไรจากผี แต่ข้าคิดว่าควรเรียกข้าว่าร่างวิญญาณน่าจะเหมาะกว่า”“เฮ้อ พวกท่านพูดเรื่องอะไรกัน?” ซู่เหยียนถอนหายใจออกมา “รีบ ๆเคาะประตูได้แล้ว !”“ใครอยากจะเคาะก็เคาะ ข้าขอถอนตัว” โอวเสินเฟิงถอยกลับมาและมองไปยังซู่เหยียนกับคนอื่น ๆผู้คนมองหน้ากัน ใครบ้างที่จะไม่ปฏิเสธ ? พวกเขาอยากที่จะเคาะประตูนั่นแต่ไม่ได้มีความกล้ามากพอ มีแค่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเจ้าสำนักที่อยู่ในบ้านนั้นเป็นตัวจริงหรือไม่ ?“ซู่เหยียนเจ้าเคาะ” อู่ฉิงฉวนมองไปที่ซู่เหยียน“แค่ก แค่ก…” ซู่เหยียนไอแห้ง ๆ ออกมา “ช่วงนี้ขาข้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหล่าอู่ เจ้าเคาะเถอะ”ทุกคนต่างก็หันไปมองที่ซู่เหยียนขาไม่ดี? ข้อแก้ตัวนี้ฟังไม่ขึ้นเลย !ปากของอู่ฉิงฉวนบิดเบี้ยว สุดท้ายเขาก็ต้องมองไปที่อ้าวเยว่และอ้าวอู่เหยียน ก่อนจะพูดขึ้น “ถ้างั้น อาจารย์อ้าวเยว่ อาจารย์อ้าวอู่เหยียนพวกท่านเคาะดีหรือไม่?”ประตูแค่บานเดียวแต่กลับไม่มีใครกล้าแตะต้องมัน“ข้าเอง !” อ้าวอู่เหยียนอยากที่จะปฏิเสธ แต่เพราะเกียรติในฐานะองค์รัชทายาท ต่อหน้าคนมากมายแบบนี้เขาจะปฏิเสธได้ยังไง ?เขาค่อย ๆ ยกเท้าก้าวไปที่ปประตู เสียงเท้าของเขาเบาสนิท แต่มันเหมือนดังก้องจนทำให้ทุกคนใจสั่นระยะทางแค่ 3 ก้าว แต่เหมือนกับใช้เวลายาวนานเป็นร้อย ๆ ปีสำหรับอ้าวอู่เหยียนภายใต้สายตาของทุกคน อ้าวอู่เหยียนได้ยกมือขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่เกือบจะถึงประตู อยู่ ๆ เขาก็หยุดและหันกลับมามองทุกคน “ข้าจะเคาะแล้วนะ”อู่ฉิงฉวนและคนอื่น ๆ หัวใจแทบหยุดเต้น พวกเขาอยากจะด่าอ้าวอู่เหยียน แต่ไม่ได้มีความกล้ามากพอที่จะทำแบบนั้น