ตอนที่ 125
ตอนที่ 423 ความไม่แน่นอน
October 22, 2026
ตอนที่ 423 ความไม่แน่นอน เมื่อได้ยินที่หยางเพ่ยอันชมศิษย์ของสำนักคังเฉียง โอวเสินเฟิงก็อด ไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขามีหน้าที่สั่งสอนศิษย์ที่เป็นมนุษย์ แต่กลับไม่ เคยได้รับคำชมใด ๆ มาก่อน ตอนนี้เมื่อเซียนอักษรอย่างหยางเพ่ยอัน ออกปากชม มันก็เป็นธรรมดาที่โอวเสินเฟิงจะยินดี เฉินกูยังคงใจเย็น แต่เขาก็ยังเผยรอยิ้มออกมาเล็กน้อย ตัดกับภาพ ลักษณ์ของตัวเอง แม้แต่หลินจื้อเป่ ย,หวงฟู่เชิงจื้อและคนอื่น ๆ ที่เป็นผู้ช่วยต่างก็พากัน ยิ้มออกมา “งั้นรึ ? เซียนอักษรคิดว่าพวกเขาดีงั้นรึ ?” จางหยูพูดขึ้นมาด้วยท่าที สนใจ “ท่านคิดว่าพวกเขาจะเทียบกับคนจากสำนัก 5-6 ดาวได้รึไม่ ?” แม้จางหยูจะมั่นใจใน ทักษะจี๋อู่แต่ศิษย์เหล่านี้เพิ่งเข้าร่วมสำนักมา ไม่นาน ระยะเวลาที่สั้นแบบนี้อาจจะเรียกพวกเขาได้ว่าศิษย์ที่เข้า ใหม่ได้เลย จางหยูเองก็สงสัยว่าศิษย์พวกนี้จะเป็นยังไงเมื่อเทียบกับ ศิษย์จากสำนัก 5-6 ดาว หยางเพ่ยอันได้ยินแบบนั้นก็ชะงัก เขาเริ่มทำการตรวจสอบเซียว เหยียนและคนอื่น ๆ อย่างถี่ถ้วน สายตาของเขากวาดผ่านเหล่าศิษย์ที่ เป็นมนุษย์…ศิษย์ทุกคนต่างก็เงยหน้าและยิ้มให้กับพวกเขา ราวกับ ว่าไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าตำแหน่งของเซียนอักษร ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อพวกเขาเลย ท่าทีของเหล่าศิษย์ทำให้หยางเพ่ยอันรู้สึกแปลก ๆ แต่จากนั้นเขาก็ พบสิ่งที่น่าทึ่งเข้า “อัจฉริยะ !” หยางเพ่ยอันไม่ลังเลที่จะชมออกมา เขาพูดขึ้นด้วยท่าที จริงใจ “หากดูจากระดับการบ่มเพาะในรุ่นของพวกเขาแล้ว ถือว่า พวกเขาหาตัวจับยาก แม้แต่ในสำนัก 6 ดาวก็ถือว่าเป็นศิษย์ที่ดี !” เขา พบว่าศิษย์ทุกคนไม่ได้มีอายุมากนัก และระดับการบ่มเพาะก็ไม่ได้ต่ำ เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเซียวเหยียน, อู่ซินซิน,โจวซินเอ๋อร์และ หลินหมิง เขายังรู้สึกทึ่งแม้ว่าหลินหมิงจะอ่อนแอก็ตาม ในเวลา เดียวกันอู่ซินซินและโจวซินเอ๋อร์นั้นแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย และคน ที่น่าที่งที่สุดคือเซียวเหยียน นี่คือเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่จะกลายเป็นยอด ฝีมือระดับสูงสุดในอนาคต ด้วยมุมมองของเขาแล้ว เขาต้องยอมรับว่าศิษย์เหล่านี้ แม้แต่คนที่แย่ ที่สุดก็ผ่านเกณฑ์เข้าสำนัก 6 ดาวได้ เห็นได้ว่าศิษย์ของสำนักคังเฉียง นั้นเหนือกว่าศิษย์สำนักอื่น ๆ คนที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นเซียวเหยียน แม้แต่เขาที่เป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดก็ยังอยากได้เด็กพวกนี้ สำหรับมังกรแดง, อินทรีย์ปีกฟ้าและสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ หยางเพ่ยอัน ไม่ได้รู้อะไรมากนัก แต่เขารู้สึกว่าพวกนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน “สำนัก 6 ดาวรึ ?” เมื่อเซียวเหยียนและคนอื่น ๆ ได้ยินแบบนั้น ก็พา กันตื่นเต้นขึ้นมาพร้อมกับเผยรอยยิ้มไม่มีใครรู้เรื่องพรสวรรค์ของตนเองดีกว่าตัวพวกเขาเองได้ หากไม่ได้อยู่ที่สำนักคังเฉียง พวกเขาจะประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้รึ ?หากเทียบกับสำนักคังเฉียงแล้ว สำนัก 5-6 ดาวนั้นดูไร้ค่าไปเลย !แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะพูดเรื่องนี้ออกไป สำนักคังเฉียงดีนั้นพวกเขารู้อยู่แล้ว มันไม่จำเป็นต้องให้โลกต้องมารู้เรื่องนี้“เจ้าสำนัก ข้าพูดอะไรผิดไปรึ?” เมื่อเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ ของเหล่าศิษย์ หยางเพ่ยอันก็รู้สึกแปลกขึ้นมา เขาอดไม่ได้ที่จะถามจางหยูจางหยูยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา โอวเสินเฟิงก็พูดขึ้นมาก่อน “เซียนอักษร ข้าคิดว่าท่านคงจะดูถูกคนของเรา” ตามที่โอวเสินเฟิงบอกมาอัจฉริยะของสำนัก 5-6 ดาวนั้นไม่อาจจะเทียบกับศิษย์สำนักคังเฉียงได้“หือ ? เจ้าพูดเช่นนั้นได้ยังไง ?” หยางเพ่ยอันสงสัยขึ้นมาลั่วซู่หยาง, ชุยเจี่ยนและหงจินเป่ า ต่างก็มองไปที่โอวเสินเฟิงด้วยความสงสัย“เซียนอักษรเห็นแค่ระดับการบ่มเพาะของพวกเขา แต่ท่านไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาที่แข็งแกร่งกว่าระดับการบ่มเพาะ” โอวเสินเฟิงคือคนที่ใกล้ชิดกับศิษย์ที่สุด เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้จักศิษย์ดีที่สุด ความแข็งแกร่งอันน่ากลัวนี้คือจุดเด่นของศิษย์สำนักคังเฉียงในทางกลับกันแล้ว ระดับการบ่มเพาะของพวกนี้ แม้ว่าจะสูงกว่าอัจฉริยะทั่วไปแต่มันก็ไม่ได้โดดเด่นกว่านัก ศิษย์พวกนี้แค่ดูสะดุดตากว่าเล็กน้อยเท่านั้น“แข็งแกร่งรึ ? เป็นแบบนั้นได้ยังไง?” หยางเพ่ยอันไม่เชื่อเขาคิดว่าโอวเสินเฟิงจะพูดบางอย่างที่น่าตกใจออกมาแต่ผลลัพธ์นี้ทำให้เขาผิดหวัง“เซี่ยเฟิง” โอวเสินเฟิงตะโกนเรียกเซี่ยเฟิงทันทีเซี่ยเฟิงลุกขึ้นยืนและถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “อาจารย์โอว มีอะไรรึ ?”โอวเสินเฟิงโบกมือและพูดขึ้น “นั่งลง”ตอนที่เซี่ยเฟิงนั่งลงนั้น โอวเสินเฟิงก็ได้บอกกับหยางเพ่ยอัน “เซี่ยเฟิงคือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด และมีความสามารถในการต่อสู้สูงกว่าคนอื่น อย่าดูถูกระดับการบ่มเพาะของเขา ถึงเขาอยู่แค่ขอบเขตว่อซวนขั้นสูง แต่พวกขอบเขตหลิงซวนขั้นต่ำก็ไม่อาจจะเป็นคู่มือของเขาได้” เซี่ยเฟิงอยู่ขอบเขตว่อซวนขั้นสูง ก่อนที่จะเข้าร่วมสำนักคังเฉียงและหลังจากที่บ่มเพาะทักษะจี๋อู่แล้ว ระดับการบ่มเพาะของเขาก็ลดลงมา และหลังจากที่บ่มเพาะมาได้สักระยะมันก็พัฒนาขึ้นมาถึงขอบเขตว่อซวนขั้นสูงและพลังในการต่อสู้ก็น่ากลัวกว่าในอดีต“เย่ลั้ว” โอวเสินเฟิงตะโกนเรียกอีกชื่อ“ขอรับ” เย่ลั้วลุกขึ้นยืน “อาจารย์โอว !”“นั่งลงได้” เมื่อเย่ลั้วนั่งลง โอวเสินเฟิงก็พูดกับหยางเพ่ยอันต่อ “เย่ลั้ว