ตอนที่ 100
บทที่ 100 หลอมรวมธาตุความมืด และอย่าได้ประมาทอีกครั้ง!
October 22, 2026
บทที่ 100 หลอมรวมธาตุความมืด และอย่าได้ประมาทอีกครั้ง!
ทว่า…
เพียงแค่ฉู่โม่วเตรียมจะฝึกฝนต่อ
เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง สิ่งนั้นทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
ชายหนุ่มหันมองออกไปทางหน้าต่างที่ไร้ซึ่งวี่แววใด ๆ
ห้องฝึกซ้อมของเขานั้นตั้งอยู่ที่ชั้นสอง และเมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไป เขาจะสามารถพบกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ภายในสวนได้ ด้วยความที่เป็นต้นไม้พุ่มใหญ่ พุ่มด้านบนของมันจึงแผ่ขยายปกคลุมไปกว่าครึ่งสวนเลยทีเดียว
ขณะที่เขามองอยู่นั้น มันก็ไม่มีอะไรดูแปลกตาแม้แต่น้อย
แม้แต่ดวงตาของเขาก็ยังไม่สามารถตรวจจับถึงความผิดปกติได้
ทว่าด้วยจิตสัมผัส มันสามารถตรวจจับได้ชัดเจนว่ามีร่างหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้จากต้นไม้ต้นนั้น และชัดเจนด้วยว่าร่างนั้นกำลังมองมายังเขา
ตั้งแต่ที่ได้รับพลังแห่งห้วงมิติมา
สิ่งนี้ถือเป็นพลังติดตัวของฉู่โม่วไปแล้ว เพราะมันทำงานอยู่ตลอดเวลา คอยตรวจสอบและแจ้งเตือนถึงคลื่นพลังที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวฉู่โม่ว
เมื่อใครหรืออะไรก็ตามที่เข้ามาในระยะตรวจจับ เขาสามารถรับรู้ถึงมันได้ในทันที
และตอนนี้
ร่างที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่นั้นก็ถูกฉู่โม่วตรวจจับได้ตั้งแต่ที่มันเข้ามาถึง
‘ทั้งที่คฤหาสน์ของฉันอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ แต่ก็ยังมีคนโผล่มา’
‘โดยเฉพาะการที่มาแอบดูฉันอยู่ในสวนของฉัน… คิดจะมาลอบสังหารกันหรือไง?’
ฉู่โม่วคิดในใจ
เขารู้สึกได้ว่าร่างที่หลบซ่อนอยู่ภายในเงาไม้นั้นน่ากลัวเอาเสียมาก ๆ พลังที่สามารถลบตัวตนได้เกือบสมบูรณ์นี้ อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ในระดับนายพลเมืองได้เลย!
ตัวเขาที่เพิ่งจะมาอยู่ในฐานจินหลิงได้ไม่นานนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าตนไม่ได้ไปสร้างศัตรูกับใครไว้แน่นอน จะมีก็แต่ตอนที่ไปพบกับสวี่หมัวจากตระกูลสวี่ที่สาขาหลักของหอการค้าหยกแก้ว แล้วจัดการฆ่าอีกฝ่ายไป
ถ้าเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็นมือสังหารที่ถูกส่งมาจากตระกูลสวี่แน่ ๆ!
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังสรุปผลเช่นนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกได้ว่าร่างนั้นกำลังเคลื่อนที่เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
เพียงไม่นาน จากที่อยู่ใต้ต้นไม้ คนผู้นั้นก็มาอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้านแล้ว
นี่ทำให้ฉู่โม่วตกใจมาก
ทั้งที่ตาและพลังจิตของเขายังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงอะไรแท้ ๆ แต่จิตสัมผัสของเขากลับรับรู้ได้ว่าร่างที่ไม่รู้จักนี้กำลังเคลื่อนที่จากใต้ต้นไม้เข้ามาที่มุมบ้าน
‘หรือว่า… นี่คือพลังที่ทำให้ผู้ครอบครองซ่อนตัวในความมืดได้งั้นเหรอ?’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
ทว่าตอนนั้นเอง ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่าภายในห้องของเขานั้นเย็นลงอย่างรวดเร็ว
เขารู้
ว่าบุรุษปริศนานี้ตั้งใจจะฆ่าเขาจริง ๆ และอีกฝ่ายกำลังจะเริ่มลงมืออย่างแน่นอน
เป็นไปดั่งที่คาดไว้
ซู่!
จู่ ๆ คลื่นกระบี่ก็ปรากฏขึ้น ทว่าคลื่นกระบี่นี้ไม่ได้ปรากฏรูปร่างชัดเจนแต่อย่างใด
หากไม่ใช่ว่าฉู่โม่วกำลังใช้จิตสัมผัสอยู่ละก็ เขาอาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงคลื่นกระบี่นี้เลยก็ได้!
นั่นอาจจะทำให้เขาตายได้เลยทีเดียว!
‘เป็นความสามารถที่น่ากลัวจริง ๆ ถ้าฉันสามารถกลืนกินมันได้ละก็…’
ความคิดที่จะกลืนกินอีกฝ่ายปรากฏขึ้นในหัว ขณะเดียวกัน ฉู่โม่วรีบกระตุ้นธาตุลมพร้อมใช้ย่างก้าวหมอกควันเพื่อหลบออกจากสถานการณ์นี้อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น
ชิ้ง ๆๆๆ!
เสียงของคมกระบี่มากมายดังขึ้นพร้อม ๆ กัน
จากนั้นทั่วทั้งห้องนี้ปรากฏคลื่นกระบี่จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนกำลังพุ่งไปพุ่งมาอยู่ภายในห้องนี้
หลังจากที่ความแข็งแกร่งของเขาขยับขึ้นสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ เขาก็สามารถใช้พลังอณูแห่งชีวิตของโลกและสวรรค์มาเสริมให้กับการโจมตีได้
และเพราะเขาได้เปิดทวาราแห่งกระบี่บนร่างกาย เขาจึงสามารถเปลี่ยนอณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลอยู่ในอากาศให้กลายเป็นคลื่นกระบี่ได้ และเพราะแบบนี้มันเลยทำให้สร้างคลื่นกระบี่จำนวนมากในห้องนี้ได้
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ภายใต้คลื่นกระบี่ที่คลุ้มคลั่ง
ร่างร่างหนึ่งที่พยายามซ่อนตัวถูกคลื่นกระบี่เข้าจู่โจมจนไม่สามารถซ่อนตัวได้อีก
ในตอนนั้น เมื่อคนผู้นั้นมองไปตามร่างของตนก็พบว่าทั่วทั้งร่างมีแต่บาดแผลที่ถูกคมกระบี่ฉีกทำลายอยู่เต็มไปหมด!
“ม… ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวขนาดนี้ซ่อนตัวอยู่ภายในฐานจินหลิงด้วย!?”
“ดูท่าแกจะสามารถใช้อัตลักษณ์แห่งกระบี่ได้แล้วด้วยสินะ!”
“ถ้างั้นคงปล่อยแกไว้ไม่ได้แล้ว!”
สวี่อวี่ป๋อหายใจหอบถี่
ร่างของเขาหายไปอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิดเพื่อหมายจะลอบสังหารฉู่โม่วใหม่
ชายคนนี้เร็วมาก ๆ
เพียงแค่พริบตาเดียว เขาก็เข้ามาถึงตัวฉู่โม่วแล้ว!
“ตายซะ!”
ทว่าสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือแม้ฉู่โม่วจะเพิ่งขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้ไม่นาน แต่วิชากระบี่ของเขานั้นสูงเกินขั้นตนเองไปมากแล้ว ด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่ คลื่นกระบี่ที่พุ่งไปมาก็เพิ่มจำนวนขึ้นจากร้อยเป็นพันได้ในชั่วพริบตา
ไม่เพียงแต่ชายหนุ่มจะไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้ว เขายังกลับกลายเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบอีกด้วย
สิ่งนี้ทำให้สวี่อวี่ป๋อตกใจสุด ๆ
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้คาดคิดเลยจริง ๆ นั่นก็คือ
เหตุผลที่ยังสามารถสู้กับฉู่โม่วได้จนถึงตอนนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะอีกฝ่ายยังไม่ได้คิดจะปิดฉากเท่านั้น ฉู่โม่วอยากจะรู้ว่าตัวเองที่ขยับขึ้นเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว เมื่อปราศจากการใช้พรสวรรค์ด้านอื่น ลำพังเพียงวิชากระบี่กับพลังกายจะสามารถต่อสู้ได้ระดับไหน
‘โฮ่ พลังของฉันใกล้เคียงกับนายพลเมืองระดับต้นแล้วงั้นเหรอ?’
‘ถ้าหากไม่ใช่พรสวรรค์เลย ลำพังแค่วิชากระบี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์หน้าไหน หรือแม้แต่นายพลเมืองระดับต้นก็ไม่คณามือฉันเลยสินะ…’
‘งั้นแสดงว่า ถ้าฉันกระตุ้นพรสวรรค์ …ก็น่าจะสู้กับนายพลเมืองระดับปลายได้เลยสิ!’
พักหนึ่ง ฉู่โม่วก็สรุปผลออกมา
และเมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว นั่นหมายถึงเหยื่อที่กำลังหลบคลื่นกระบี่ของเขาอยู่ภายในห้องนี้ ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
‘ปิดฉากเลยก็แล้วกัน!’
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็หายไปในพริบตา
เทเลพอร์ต!
พริบตาต่อมา ร่างของฉู่โม่วปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหลังสวี่อวี่ป๋อ เขาไม่รอช้าที่จะใช้กระบี่ฟาดฟันลงไปที่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
คมกระบี่นี้ถูกห่อหุ้มด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่ ผสานด้วยพลังของธาตุเหล็ก ดังนั้นมันจึงคมมาก ๆ
เพียงตวัดกระบี่โจมตี แม้แต่อากาศยังถูกทำให้เสียหายได้
เพราะงั้น
รอยกระบี่คมกริบจึงถูกทิ้งไว้ในอากาศจนเหมือนเป็นมิติที่ถูกเปิดทิ้งไว้ด้วย
ฉัวะ!
กระบี่ยาวของฉู่โม่วนี้สามารถตัดแขนสวี่อวี่ป๋อได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ
แขนของอีกฝ่ายกระเด็นไปไกลในทันที
“น… นี่มันพลังอะไรกัน!?”
“ทำไมแกเคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนี้!?”
ทันทีหลังจากที่โดนตัดแขนทิ้ง สวี่อวี่ป๋อก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ
แต่เดิมที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวฉู่โม่วได้ก็ว่าน่ากลัวแล้ว พอยิ่งเขาถูกต้อนฝ่ายเดียวมันก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูเลวร้ายลงไปอีก ยิ่งในตอนนี้ เมื่อฉู่โม่วสามารถตัดแขนของเขาได้ มันก็ทำให้ตระหนักจริง ๆ ว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉู่โม่วเลย