ตอนที่ 125
บทที่ 125 พลังที่ไร้เทียมทาน และ ไข่พังพอนมายาฟักตัว!
October 22, 2026
บทที่ 125 พลังที่ไร้เทียมทาน และ ไข่พังพอนมายาฟักตัว!
ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมาเยือนฐานจินหลิง
สิ่งนี้ทำเอาทุกฝ่ายภายในฐานต่างประหลาดใจไม่ต่างกัน
ยึดเอาตามการคาดเดา จากการที่ตระกูลสวี่สูญเสียผู้ปลุกพลังไปเป็นจำนวนมาก พวกเขาไม่น่าจะอยู่เฉย ได้ และถ้าเป็นไปตามนั้น …ทั่วทั้งฐานจะต้องไม่สงบสุขแน่นอน
ไม่คาดคิดเลยว่าตระกูลสวี่จะเลือกไม่ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
เพราะงั้นหากทุกคนจะสงสัย มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ในท้ายที่สุด พวกเขาก็สันนิษฐานกันเอาไว้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับตระกูลสวี่รอบนี้นั้นหนักหน่วงจนเกินไป และมันทำให้คนเหล่านี้เกิดขาดความมั่นใจในการจะทำอะไรสักอย่างขึ้นมา
“ตระกูลสวี่ไม่ได้มาหาเรื่องฉันเลยงั้นเหรอ?”
แม้แต่ฉู่โม่วเองยังรู้สึกประหลาดใจมาก ๆ
แต่นี่ก็ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถผ่อนคลายได้ ตลอดเวลาที่ตระกูลสวี่ ฉู่โม่วก็ระมัดระวังตนเองตลอด
เพราะด้วยธรรมชาติของตระกูลสวี่ คนพวกนี้ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ การที่ตลอดหนึ่งเดือนที่พวกเขาไม่ลงมือทำอะไรนั้น เป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ทางนั้นต้องเตรียมเปิดบ้านต้อนรับความเล่นใหญ่จากอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
‘แต่…’
‘ไม่ว่าพวกนั้นคิดจะทำอะไร ยังไงตอนนี้ฉันก็คงต้องเร่งฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองไปก่อนล่ะนะ!’
ผ่านมาแล้วยี่สิบวันตั้งแต่ที่เขากลับมาจากเขตแดนลับท้องฟ้าคราม
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่าน ด้วยกระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตเมฆาครามและพลังของวัตถุดิบชั้นยอดมากมายรวมถึงสมบัติบรรพกาลกับเลือดอสูร ฉู่โม่วสามารถเร่งเพิ่มพลังกายได้มากถึง 50 ช้างสารต่อวัน
เพราะงั้น
พลังกายของฉู่โม่วในตอนนี้ สูงกว่า 10,000 ช้างสารเข้าไปแล้ว!
ทว่า
ภายหลังจากที่เขาสามารถเร่งฝึกฝนจนได้พลังมาอย่างมหาศาลเป็นเวลายี่สิบวัน ความเร็วในการเพิ่มขึ้นของพลังก็ลดลงไปทีละนิด ๆ จนกลับเข้าสู่ความเร็วปกติ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากถึงวันละ 30 ช้างสารอยู่ดี
ยังไงเสีย… ความเร็วระดับนี้ก็ยังเป็นที่น่าหวาดกลัวต่อคนอื่นอยู่ดี
หากเรื่องนี้ถูกพบเจอเข้า
ผู้ปลุกพลังอีกมากมายจะต้องหัวใจวายตายไปเลยแน่ ๆ
“พลังกายของฉันทะลุหลัก 10,000 ช้างสารไปแล้ว นั่นหมายถึง ฉันมีพลังเทียบเท่าได้กับนายพลเมืองระดับกลาง แล้วถ้าใช้ทลายตรวนแห่งกายาก็จะสามารถเพิ่มพลังได้อีก 200 เท่า ด้วยค่าตัวเลขนี้…นั่นหมายถึงฉันจะมีพลังแตะ 2,000,000 ช้างสาร! เทียบเท่าได้กับจ้าวยุทธ์เลย! ไม่สิ แม้แต่จ้าวยุทธ์ทั่วไปก็ไม่สามารถหยุดฉันได้!”
“นอกจากนี้ ฉันยังมีธาตุลมระดับ 4 ความเร็วของฉันเผลอ ๆ จะเร็วเสียยิ่งกว่าผู้ปลุกพลังขั้นจ้าวยุทธ์เสียอีก!”
“จะเหลือก็แต่พลังป้องกันที่ยังน้อยไปนิดหน่อย”
ธาตุดินในตัวของฉู่โม่วปัจจุบันนั้นยังเป็นเพียงระดับ 3 เท่านั้น แม้จะใช้ได้ผลดีเมื่อเจอกับเหล่านายพลเมืองด้วยกันเอง แต่ถ้าศัตรูเป็นขั้นจ้าวยุทธ์นั้นมันแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย
แต่
เขาก็ยังมีธาตุไม้ระดับ 4 อยู่ อย่างน้อย ๆ พลังในการรักษาและฟื้นฟูเขาก็ไม่เป็นรองใคร ต่อให้เขาได้รับบาดเจ็บมาจริง ๆ เพียงแค่เดินลมอณูแห่งชีวิตก็สามารถรักษาบาดแผลเหล่านั้นได้แล้ว ถือได้ว่าสามารถชดเชยพลังของธาตุที่ดินที่ค่อนข้างอ่อนกว่าธาตุอื่นได้
และที่สำคัญที่สุด
เมื่อเทียบกับเหล่าจ้าวยุทธ์ทั่ว ๆ ไปแล้ว ฉู่โม่วยังได้เปรียบมากกว่าเพราะเขามีพลังแห่งห้วงมิติอยู่ในตัว ที่ซึ่งทำให้เขาสามารถหายจากการรับรู้ของอีกฝ่ายและชิงลงมือฆ่าอีกฝ่ายก่อนได้
“นั่นหมายถึง…”
“ความแข็งแกร่งของฉันตอนนี้ สามารถจัดการพวกจ้าวยุทธ์ระดับต้นได้แล้ว หรือบางทีต่อให้เจอจ้าวยุทธ์ระดับกลาง ฉันก็น่าจะพอรับมือได้บ้าง!”
ฉู่โม่วพูดเบา ๆ
เมื่อพูดออกไปแบบนั้นแล้ว แววตาของเขาก็ปรากฏความสดใสขึ้นมาให้เห็น
‘ขั้นต่อไป หันไปถึงกระบวนท่าบ้างน่าจะดีกว่า! คิดไปคิดมาแล้วรีบ ๆ ช่ำชองกระบวนท่าย่างก้าวปีศาจไร้เงากับคมกระบี่สวรรค์เร้นลับน่าจะช่วยให้ชีวิตราบรื่นขึ้นอีกแน่!’
‘ไว้รอให้ระบบกลืนกินคูลดาวน์เสร็จ ฉันค่อยออกไปหาสัตว์อสูรธาตุดินระดับสูง ๆ เพื่อมาอุดรูโหว่ที่ยังเหลืออีกทีหนึ่ง!’
เขาวางแผนและเตรียมตัวที่จะไปฝึกต่อ
“นายท่านคะ ไข่ที่นายท่านฝากฉันคอยดูแลไว้ เริ่มขยับแล้วค่ะ!”
ตอนนั้นเอง เสียงของอาไต๋ก็ดังขึ้นมาในห้วงจิต
ฉู่โม่วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าสิ่งที่นกล่าสมบัติพูดนั้นหมายถึงไข่ของพังพอนมายา
“หรือว่า ไข่กำลังจะฟักแล้วเหรอ?”
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็วางมือทาบไปกับถุงเก็บสัตว์อสูร
จากนั้น ไข่ของสัตว์อสูรขนาดพอ ๆ กับหัวมนุษย์ก็ปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือของเขา มันกำลังสั่นอยู่จริง ๆ! จังหวะของมันนั้นเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ
เป็นไปได้ว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้เปลือกไข่นี้ อาจจะกำลังกลืนกินอณูแห่งชีวิตที่อยู่ภายนอกอยู่
ทุก ๆ ครั้งที่อณูแห่งชีวิตถูกกลืนกิน ที่เปลือกไข่ก็จะเปล่งแสงจาง ๆ ออกมาเสมือนแสงไฟกะพริบที่สามารถมองเห็นได้ในห้องปิดทึบ
“ไม่ผิดแน่ ไข่กำลังจะฟักแล้ว!”
“อย่างมากก็แค่อีกหนึ่งชั่วโมง!”
เขาคาดเดา
และมันก็เป็นอย่างที่เดาไว้
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ไข่ของพังพอนมายาก็เกิดรอยร้าวขึ้นมาที่เปลือก มันสั่นสะเทือนไปทั้งใบและค่อย ๆ ผลักเอาเปลือกที่แตกร้าวนั้นให้ร่วงหล่นไปทีละชิ้น ๆ
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะตั้งใจดูอย่างใจจดใจจ่อ
“ในตอนที่มันจะเกิด มิติรอบไข่ใบนี้เกิดการแปรผันจากพลังที่มองไม่เห็นงั้นเหรอ?… ดูท่าเจ้านี่จะแข็งแกร่งใช่เล่นเลยนี่!”
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังคาดการณ์ไว้นั้นเอง
เปรี๊ยะ!
เสียงบางสิ่งบางอย่างแตกออกก็ดังชัดเจน บนฟองไข่เกิดรูโหว่ขึ้นมาแล้ว มันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่ไข่ทั้งใบจะแตกออกจนหมด
หลังจากนั้นห้านาที หัวน้อย ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากการขดตัว
“เป็นสัตว์อสูรระดับ 2 ชั้นสูงตั้งแต่เกิดเลยงั้นเหรอ… แข็งแกร่งจริง ๆ ด้วย!”
“นอกจากนี้ก็ยังมีพลังแห่งห้วงมิติติดตัวมาด้วย ในอนาคตจะต้องเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังแน่ ๆ!”
รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายพลังของพังพอนตัวน้อยตัวนี้ ฉู่โม่วก็พยักหน้าเบา ๆ เขาดูจะพึงพอใจเอาเสียมาก ๆ
ทว่า
เขาไม่ได้คิดอยากจะเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว
ในตอนนี้เขามีสัตว์เลี้ยงมากถึง 3 ตน
ทั้งนกล่าสมบัติ พญาหงส์ปีกทองคำ แล้วไหนจะยังมีอีกาสามขาทองคำอีก
อสูรรับใช้เหล่านี้ล้วนแต่มีพลังและความสามารถตรงตามจุดประสงค์ที่เขาต้องการทั้งหมด
ถือว่าช่วยฉู่โม่วได้อย่างเพียงพอ
และถึงแม้ว่าพังพอนมายานี้จะมีพลังแห่งห้วงมิติ มันอาจจะเป็นผลดีกับผู้ปลุกพลังคนอื่น แต่สำหรับเขา มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น