ตอนที่ 128
บทที่ 128 ความสิ้นหวังของบรรพบุรุษตระกูลสวี่
October 22, 2026
บทที่ 128 ความสิ้นหวังของบรรพบุรุษตระกูลสวี่
สายฟ้าที่รุนแรงและไร้แบบแผนนี้กระจายไปทั่ว ขนาดของมันแต่ละเส้นนั้นหนาพอ ๆ กับแขนหนึ่งข้าง ซึ่งมีพลังทำลายมหาศาล อีกทั้งสิ่งเหล่านี้กระจายตัวไปทั่วพื้นที่กินระยะร่วมหลายร้อยเมตร!
ตอนนั้น
ร่างกายของฉู่โม่วถูกปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าเช่นนี้นับไม่ถ้วน ไม่เว้นแม้แต่แววตาและปลายผมยังมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านให้เห็น
ฉู่โม่วในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเทพเจ้าสายฟ้าที่กำลังลงโทษมนุษย์ด้วยอสนีบาต!
“ตายซะ”
เขายกฝ่ามือขึ้นสัมผัสอากาศ ก่อนที่สายฟ้าขนาดพอดีมือจะวิ่งผ่านเข้ามาเพื่อให้เขาคว้าจับมันเอาไว้ เสมือนหอกที่เปล่งแสงสว่างตลอดเวลา
เปรี้ยง!
เสียงของสายฟ้าฟาดก้องกังวาน
หอกอัสนีถูกปาออกไป
ผู้ปลุกพลังแห่งตระกูลสวี่ที่หลบไม่ทันจึงโดนหอกสายฟ้านั้นปักเข้ากลางลำตัวจนสั่นสะท้าน เขาเจ็บปวดราวกับโดนฟ้าผ่าจริง ๆ และเพียงไม่นาน ร่างนั้นก็ระเบิดกลายเป็นละอองเลือดไป
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงของสายฟ้าฟาดดังอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการที่หอกสายฟ้าถูกจับปาอย่างต่อเนื่องด้วย
เพียงชั่วพริบตา เหล่าผู้ปลุกพลังที่เคยห้อมล้อมฉู่โม่วไว้ก็หายไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ด้วยหอกสายฟ้าเหล่านี้ หากผู้โดนไม่สลายกลายเป็นผงไปเลย เขาก็บาดเจ็บหนักจนไม่สามารถกลับมาสู้ได้อีก
เหล่าตระกูลสวี่ที่ยังเหลืออยู่ไม่สามารถเข้าไปถึงตัวฉู่โม่วได้เลย เพราะเพียงแค่ก้าวเข้าไป เขาจะตกเป็นเป้าการโจมตีของฉู่โม่วทันที และไม่มีใครรู้ว่าตนเองจะรับพลังของหอกสายฟ้านั้นได้กันขนาดไหน มันเลยกลายเป็นว่าจากจุดที่ได้เปรียบ ถูกพลิกกลับไปเป็นเสียเปรียบลงแล้วอย่างไม่ทันตั้งตัว
“จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้!”
“สวี่เหมิน ถึงเวลาเสียสละเพื่อตระกูลแล้ว!”
สวี่ต้าตะโกนร้อง
สิ้นเสียง
นายพลเมืองของตระกูลสวี่ก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แววตามุ่งมั่นขณะเอื้อมมือไปหยิบเอาเม็ดยาจากถุงเก็บของและกลืนลงไป ทันใดนั้นกลิ่นอายแรงกล้าก็พุ่งทะยานออกมาจากร่าง พลังของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพียงชั่วพริบตาทุกคนก็สัมผัสได้เลยว่าคนคนนี้ได้กลายเป็นจ้าวยุทธ์ไปแล้ว!
“ไปลงนรกซะ!”
ดวงตาของสวี่เหมินเปล่งสีแดง เขาพุ่งกระโจนเข้าใส่ฉู่โม่วพร้อมกับเปล่งน้ำเสียงเจ็บปวดมาจากเบื้องลึก
นี่คือยาวิเศษ
ภายหลังจากที่ผู้ปลุกพลังกลืนเข้าไปแล้ว มันจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งระดับสูงให้ในเวลาอันสั้น
แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ว่าใครก็ตามต่างสามารถใช้ยานี้ได้ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น!
เพราะหลังจากใช้ไปแล้ว …ร่างกายของเขาจะสลายลงไปทันทีเมื่อยาหมดฤทธิ์
นั่นหมายถึง…
เมื่อไหร่ที่ใช้ยาอสูรสวรรค์ไปแล้ว ก็นับเวลารอความตายได้เลย!
สวี่เหมินไม่ได้คาดคิดเลยว่าการที่จะกำจัดฉู่โม่วจะต้องหันมาพึ่งยาอสูรสวรรค์ แต่เมื่อใช้ไปแล้ว เขาก็ตั้งใจจะใช้พลังขั้นจ้าวยุทธ์จัดการเจ้าหนุ่มนั่นให้สิ้นซากแล้วระเบิดตนเองไปด้วย!
หรือถ้าฉู่โม่วไม่ตายจริง ๆ นั่นก็ถือว่าซะว่าต้องกรรม ดังนั้นขอเพียงแค่ทำให้ฉู่โม่วบาดเจ็บได้ เขาก็ไม่ถือว่าตายเปล่า!
อย่างน้อย ๆ มันก็คือการซื้อโอกาสให้ตระกูล!
สีหน้าของคนอื่น ๆ แสดงความคาดหวังออกมา พวกเขาหวังให้สวี่เหมินทำสำเร็จ!
ทว่า…
แผนของเขาก็ล่มเสียตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นแสงไฟแห่งความหวังใด ๆ!
เมื่อเห็นสวี่เหมินพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเลศนัย มีหรือที่ฉู่โม่วจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ แล้วมีหรือที่จะปล่อยโอกาสนี้ไป?
อณูแห่งชีวิตกับเลือดเนื้อในร่างถูกกระตุ้นจนทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ อณูแห่งชีวิตเดือดพล่านไปทั่วกายา และเปลวเพลิงปะทุจากทุกส่วน
สายฟ้าและเปลวไฟหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ก่อให้เกิดพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว!
ความร้อนแรงและพลังทำลายล้างก่อตัวเป็นอาภรณ์ห่มคลุมพื้นที่กว้าง
วินาทีนั้น ฉู่โม่วกำหมัดแน่นก่อนจะชกสวนสวี่เหมินที่พุ่งเข้ามาสุดแรง
ตู้ม!
มีเพียงเสียงระเบิดที่ดังรุนแรง ก่อนที่มิติรอบด้านจะเสียหายอย่างหนักจนแหวกขาดออกมา สายลมถูกมิติที่แตกออกดูดเข้าไปจนกลายเป็นเหมือนพายุขนาดย่อม ดึงผู้ปลุกพลังที่อยู่รอบข้างให้เซตามแรงลมและไม่สามารถหยัดยืนกันได้
ส่วนตัวสวี่เหมินนั้น ทันทีที่ปะทะกับหมัดของฉู่โม่ว ร่างกายก็ไม่มีโอกาสได้โต้ตอบอะไรทั้งนั้น เขากลายเป็นเพียงหยดเลือดก่อนจะระเหิดไปด้วยไอความร้อนจนไม่เหลืออะไรให้เชยชมอีก
ด้วยพลังทำลายอันรุนแรงของหมัดที่ฉู่โม่วปล่อยออกไป หลังจากที่มันทำลายร่างของสวี่เหมินไปแล้ว พลังของมันก็ใช่ว่าจะหมดไปในทีเดียว
เศษส่วนของพลังที่เหลือถูกทิ้งลงบนพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมลึกกว้างหลายร้อยเมตร!
เมื่อเห็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไป
โดยเฉพาะสวี่เจินกับคนอื่น ๆ ที่รอดตายจากการโจมตี พวกเขาดูจะหวาดผวาเสียยิ่งกว่าตอนที่สวี่เหมินใช้ยาอสูรสวรรค์เสียอีก ทั้งที่มันควรจะเป็นความหวังแท้ ๆ แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นความน่าหดหู่ในชั่วพริบตา
พลังของสวี่เหมินตอนที่ใช้ยาอสูรสวรรค์เทียบเท่าได้กับจ้าวยุทธ์จริง ๆ แต่ทำไม… ทำไมถึงไม่อาจรับมือฉู่โม่วได้บ้างเลย!?
นี่ตระกูลสวี่จะต้องถูกทำลายลงในวันนี้จริง ๆ งั้นเหรอ!?
ทุกคนในตระกูลสวี่ตอนนี้กำลังมองหน้ากันและกันด้วยความสิ้นหวัง
“หนีเร็ว!”
“จะให้ตระกูลสวี่จบลงตรงนี้ไม่ได้! อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีใครรอดไปสักคน เพื่อสืบทอดตระกูลต่อไป!”
สวี่เจินตะโกน
จากนั้นเขาก็เป็นคนแรกที่หันหน้าออกแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“อยากจะหนีเหรอ?”
“วันนี้จะไม่มีหมาตัวไหนในตระกูลสวี่หนีไปรอดไปได้!”
ฉู่โม่วตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
เขามองไปยังร่างที่ชิงวิ่งหนีไปก่อน จากนั้นก็ใช้กระบี่ของตนสร้างคลื่นกระบี่พุ่งเข้าใส่ร่างนั้นจนตัวขาดเป็นสองท่อน
เหล่าคนจากตระกูลสวี่เริ่มล้มตายไปทีละคน ๆ ด้วยคมกระบี่ของฉู่โม่ว
“ท่านผู้อาวุโส ช่วยด้วย!”
“ฉันยังไม่อยากตาย!”
“ได้โปรด เมตตาฉันเถอะ อย่าฆ่าฉันเลย!”
“อ้ากกกก!”
เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนสิ้นหวังดังระงมไปทั่วภายใต้ซากปรักหักพังของคฤหาสน์หลังโต
ไม่ไกลออกไป
เหล่าผู้เฝ้ามองที่มาจากหลาย ๆ ฝ่ายเมื่อได้เห็นคนตระกูลสวี่กำลังถูกฉู่โม่วไล่ฆ่าทีละคน ๆ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวและทำอะไรไม่ถูก
ตระกูลสวี่น่ะเป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของฐานจินหลิงเลยนะ!
พวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่ในฐานจินหลิงได้เกือบร้อยปีแท้ ๆ! ไหนจะมีพลังอันมากมายมหาศาลอีก!
แต่ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตระกูลสวี่ยังมีพลังในการกำจัดผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายและไร้เมตตา
มาในตอนนี้พวกเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“พระเจ้า!”
“นี่ฉันเป็นบ้าไปแล้ว หรือโลกนี้กำลังเป็นบ้ากันแน่!?”
“ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ!”
ทุกคนต่างตกใจไปกับสิ่งที่เห็น และแม้จะมองด้วยตาตัวเอง ทว่าไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
ภายในซากปรักหักพัง
การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่เรื่อย ๆ
และในตอนนี้…
“ไอ้เจ้าสามหาว กล้าดียังไงมาไล่ฆ่าคนตระกูลสวี่ของข้ากัน! ไอ้เด็กไม่มีสัมมาคารวะ!”