ตอนที่ 142
บทที่ 142 ต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ และแผ่นศิลารู้แจ้ง!
October 22, 2026
บทที่ 142 ต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ และแผ่นศิลารู้แจ้ง!
“นี่คือ…”
ฉู่โม่วแสดงความสงสัยออกมา
“นี่คือของเหลวแก่นแท้ที่ได้มาจากต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ค่ะ เป็นต้นไผ่ที่เกิดและเติบโตขึ้นในพื้นที่ที่มีพลังงานกระบี่ไหลเวียนอย่างหนาแน่น กระบวนการกลั่นของเหลวนี้จะเกิดขึ้นทุก ๆ หนึ่งร้อยปีและจะอยู่ตามข้อปล้องของต้นไผ่ หากผู้ปลุกพลังได้นำของเหลวที่ได้จากกระบวนการนี้ไปขัดเกลาร่างกาย มันจะช่วยให้ทักษะวิชากระบี่เพิ่มขึ้นได้… ท่านจะลองเปิดดูมันก่อนก็ได้นะคะ”
จ้าวยุทธ์สาวผู้มีรูปโฉมงดงามกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล
ได้ฟังเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ยื่นมือออกไปและเปิดกล่องหยกออกดู
ภายในนั้น เขาพบเข้ากับขวดหยกที่ถูกวางไว้อย่างดิบดี ด้านในขวดบรรจุของเหลวสีขาวประดุจน้ำนมเอาไว้
เพียงแค่เปิดฝาขวดออก
กลิ่นอายที่อัดแน่นด้วยความบริสุทธิ์ก็คลุ้งออกมาราวกับเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของมันเอง
ฉู่โม่วรู้สึกได้เลยว่าทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดบนร่างกายกำลังสูดดมกลิ่นนี้เข้าไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่า… มันกำลังหวดหาของเหลวที่อยู่ภายในนี้
ความต้องการของทวาราแห่งกระบี่พวกนี้แสดงออกมานั้น ยิ่งกว่าเมื่อตอนที่มันอยากได้ผลวิญญาณกระบี่เสียอีก!
ไม่ต้องสงสัย
สิ่งนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน!
“ว่ายังไงคะ?”
จ้าวยุทธ์สาวถามด้วยรอยยิ้ม
“สิ่งที่เลอค่านี้จะต้องเพิ่มศักยภาพให้วิชากระบี่ของผมได้แน่ ๆ แต่จำนวนมันน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะแลกด้วยน่ะครับ เพราะเข็มเวหาเป็นถึงยุทธภัณฑ์วิญญาณเลยด้วย”
ฉู่โม่วพูด
“เรื่องนั้นฉันก็พอจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะว่าเพียงเท่านี้คงไม่พอ เพราะงั้นเลยตั้งใจจะใช้มันเป็นใบเบิกทางเฉย ๆ”
เจ้าของใบหน้าสวยยังคงพูดอย่างต่อเนื่อง “อันที่จริง สิ่งที่จะนำมาเป็นของแลกเปลี่ยนกับยุทธภัณฑ์วิญญาณของคุณฉู่ก็คือ ตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ที่ต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เติบโตขึ้นมาค่ะ… ดิฉันคิดว่าด้วยข้อมูลนี้ผนวกกับของเหลวแก่นแท้ที่ได้มาจากต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์รอบล่าสุด น่าจะเพียงพอต่อการแลกเปลี่ยนนะคะ?”
“เธอรู้ว่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์เติบโตที่ไหนงั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มเหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนจะเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย “ที่ตั้งของสิ่งเหล่านี้ควรจะมีค่าสูงไม่ต่างจากสมบัติสวรรค์และโลกเลย ในเมื่อเธอรู้อยู่แล้ว ทำไมไม่เก็บมันไว้ให้ตัวเองแต่เลือกที่จะนำมันมาขายแทนล่ะ? แบบนี้มันเหมือนกับการวางเกวียนไว้หน้าม้า*[1] อยู่นะ”
“ถ้าไม่ติดว่ากำลังของดิฉันยังไม่พอ มันก็คงจะไม่ถูกนำมาขายหรอกค่ะ”
เมื่อโดนต้อนขนาดนี้ จ้าวยุทธ์สาวสวยก็จำต้องพูดออกมาด้วยสีหน้าช่วยไม่ได้ “ดิฉันเผอิญเจอสถานที่แห่งนี้เข้า มันเป็นสวนป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ ที่ซึ่งมีไผ่วิเศษนี้เติบโตอยู่เป็นจำนวนมาก ทว่าน่าเสียดาย ที่แห่งนี้มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมาก ๆ เฝ้าอยู่ ลำพังเพียงพลังของดิฉัน ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะงั้นแทนที่จะเผชิญหน้าโดยตรง…ดิฉันจึงรอให้สัตว์อสูรตนนั้นหลับก่อนแล้วค่อยไปแอบชิงของเหลวในต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์มา”
“ถึงจะบอกว่าทำตอนมันหลับ แต่การรับรู้ของอสูรตนนี้ค่อนข้างว่องไว ดิฉันเกือบทำมันตื่น ไม่งั้นแล้วละก็คงไม่ได้กลับมายืนตรงนี้แน่ ๆ”
ระหว่างที่เธอกำลังพูดนั้น ในแววตาก็แสดงให้เห็นถึงความกลัวซ่อนอยู่ด้วย
“ถ้างั้นในเมื่อสัตว์อสูรตนนั้นมันแข็งแกร่งขนาดที่เธอยังสู้ไม่ได้ เห็นทีว่าคงมีไม่กี่คนในฐานแล้วละมั้งที่พอจะเอาชนะมันได้น่ะ เพราะงั้นแบบนี้มูลค่าของข้อมูลที่ว่าก็จะยิ่งลดลงไปอีกนะ”
“แล้วถ้าเราไม่กำจัดสัตว์อสูรตนนั้นก่อน ยังไงก็ไม่มีใครที่สามารถไปเอาของเหลวที่ต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์สร้างไว้ได้เลย”
“เช่นนั้นแล้ว ฉันจะพูดเหมือนเดิม… ว่าลำพังสิ่งที่เธอนำมา มันยังไม่เพียงพอต่อยุทธภัณฑ์วิญญาณชิ้นนี้หรอก”
ฉู่โม่วส่ายหน้าอีกครั้งหนึ่ง
จากการวิเคราะห์แล้ว สาวงามเบื้องหน้านี้น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับบรรพบุรุษตระกูลสวี่
ดังนั้นหากคนอย่างเธอยังเกือบจะตายด้วยฝีมือของสัตว์อสูรที่คอยปกป้องป่าไผ่นั้น แสดงว่าสัตว์อสูรตนนั้นเองคงจะต้องแข็งแกร่งมากแน่ ๆ
ขนาดที่จ้าวยุทธ์รู้ที่ตั้งของสมบัติล้ำค่า แต่กลับไม่สามารถเอามันกลับมาได้
“ถ้างั้นคุณฉู่อยากจะแลกกับอะไรล่ะคะ?”
ด้วยอายุอานามที่ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว จ้าวยุทธ์สาวสามารถเข้าใจสิ่งที่ฉู่โม่วพูดมาได้อย่างง่ายดาย เธอถามกลับด้วยความช่วยไม่ได้
ได้ยินเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็เหลือบมอง “เธอน่าจะยังเก็บของเหลวแก่นแท้ที่ได้มาจากต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ไว้อยู่อีกบางส่วนสินะ? เอามันมาให้หมดเลย แล้วก็รวมกับที่ตั้งของป่าไผ่นั่นด้วย ผมถึงจะยอมแลกกับยุทธภัณฑ์วิญญาณนี้!”
“พวกนี้…”
หญิงสาวลังเล
ทว่า
เมื่อคิดถึงเข็มเวหาที่เป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณแล้ว ท้ายสุดเธอก็จำใจยอม “เข้าใจแล้วค่ะ”
พูดจบ
เธอก็หยิบเอาขวดหยกขวดอื่น ๆ ออกมาอีก
ขวดหยกเหล่านี้บรรจุของเหลวสีขาวข้นเหมือนน้ำนมไว้เกือบครึ่งขวด
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
จากนั้นเขาก็นำเอาเข็มเวหาออกมาจากมิติพกพาและส่งให้เธอไป
ภายหลังจากที่จ้าวยุทธ์คนงามได้ตรวจสอบเข็มเวหาแล้วและพบว่ามันอยู่ในสภาพดี สีหน้าของเธอก็แสดงออกถึงความตื่นเต้นสุด ๆ
“คราวนี้เธอคงบอกที่ตั้งของป่าไผ่นั่นให้ฉันฟังได้แล้วใช่ไหม?”
ฉู่โม่วเอ่ยถาม
“อะ… อืม ได้ค่ะ”
จ้าวยุทธ์สาวพยักหน้าและบอกที่ตั้งของป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์แก่ฉู่โม่วไป
ยามที่เธอพูดจบ
การแลกเปลี่ยนระหว่างทั้งสองก็ถือเป็นอันสมบูรณ์
เธอมีความสุขกับเข็มเวหาในมือจนแทบหุบยิ้มไม่ได้ขณะเดินออกจากห้องไป
สำหรับเธอ
การนำเอาของเหลวแก่นแท้จากไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ที่เก็บไว้ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรได้ ผนวกกับที่ตั้งขุมทรัพย์ที่เธอไม่อาจเข้าไปครอบครองได้มาแลกกับยุทธภัณฑ์วิญญาณชิ้นนี้
ยังไงมันก็คุ้มค่า!
สำหรับฉู่โม่วเอง เขาก็พึงพอใจกับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้
แก่นแท้ของต้นไผ่กระบี่ดาราสวรรค์นั้นเป็นแค่น้ำจิ้ม จานหลักที่ทำให้เขาพอใจสุด ๆ นั้นคือการรู้ที่ตั้งของป่าไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ต่างหาก!
ถึงแม้จะรู้แล้วว่าสัตว์อสูรที่พิทักษ์สถานที่นั้นจะแข็งแกร่งมาก ๆ ขนาดที่ฉู่โม่วก็อาจจะไม่สามารถฆ่ามันได้
แต่นั่นก็แค่ตอนนี้
บางทีภายหลังจากการที่เขาฝึกฝนสำเร็จในภายภาคหน้าแล้ว ความเป็นไปได้มันอาจจะเพิ่มขึ้น
ไว้ถึงตอนนั้นค่อยไปจัดการเจ้าสัตว์อสูรตนนั้นก็ได้!
“จริงสิ รอให้งานชุมนุมจ้าวยุทธ์นี่จบก่อนแล้วค่อยไปดูสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไรล่ะมั้ง!”
เขาคิดกับตนเอง
เพราะงั้นแล้ว
ชายหนุ่มจึงเลือกเก็บของเหลวแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ลงไปในมิติพกพา จากนั้นเดินออกจากห้องของตนเพื่อที่จะไปดูว่าจ้าวยุทธ์คนอื่นนำอะไรมาขายกันบ้าง
ตลอดทางที่เดินผ่านมา
เขาสามารถพบเห็นสมบัติล้ำค่ามากมายที่จ้าวยุทธ์แต่ละคนนำมาวางขายกัน รวมไปถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการก็ยังเป็นสมบัติที่ล้ำค่าไม่ซ้ำกันเลยอีก
เห็นแบบนั้น ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะหายใจแรง เขารู้สึกแปลกใหม่
ภายในโถงประมูลเองก็ยังมีกิจกรรมอยู่
มีการประมูลเล็ก ๆ เกิดขึ้นที่นั่น
ในขณะนั้น มีจ้าวยุทธ์มากมายกำลังล้อมวงกันอยู่ และจากบริเวณกลางวง คลื่นอากาศจุดนั้นดูจะปั่นป่วนเล็กน้อย
“นี่มัน… หรือว่า…”
ฉู่โม่วเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง สีหน้าเขาแสดงความตื่นเต้นออกมาและรีบเดินเข้าไปจุดนั้นในทันที
…
“ท่านจ้าวยุทธ์ซงหยวน การที่ท่านต้องการสมบัติสวรรค์และโลกมากมายเพื่อแลกกับแผ่นหินชิ้นเล็ก ๆ นี่ ท่านบ้าไปแล้วหรือไร?”