ตอนที่ 143
บทที่ 143 ครอบครองเจตจำนงแห่งห้วงมิติ และทักษะวิชากระบี่ที่เปลี่ยนแปลงไป!
October 22, 2026
บทที่ 143 ครอบครองเจตจำนงแห่งห้วงมิติ และทักษะวิชากระบี่ที่เปลี่ยนแปลงไป!
“หรือว่าสิ่งนี้จะเป็นสมบัติสวรรค์และโลกจริง ๆ แค่ฉันยังเข้าไม่ถึงมัน?”
จ้าวยุทธ์ซงหยวนเหลือบไปเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่โม่ว ภายในใจเขาเริ่มเกิดความร้อนใจขึ้นมา
เหมือนว่ากำลังถูกชายผู้นี้หลอกเอาเลย!
วินาทีนั้น เขาแทบจะระเบิดความโกรธที่โดนหลอกแล้วหันไปชิงเอาแท่นหินกลับมาจากมือของฉู่โม่วในทันที
แต่โชคดี
ที่ท้ายสุดเหตุผลบางประการในใจก็ข่มกายเขาเอาไว้ได้
เพราะแบบนี้ เขาจึงสามารถไล่ความคิดไม่ดีออกไปได้ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้น
วิธีการเอาชนะฉู่โม่วนั่นก็อีกเรื่อง
ปัญหามันอยู่ที่ถ้าสิ่งนั้นกลับมาอยู่ในมือของเขาแล้ว เขาจะทำยังไงกับมันต่อ?
‘ใช่แล้ว…’
‘นี่คงเป็นสิ่งที่ชะตาฟ้าลิขิตมาแน่ ๆ!’
‘ทั้งที่มันเคยอยู่กับข้ามาตลอดยี่สิบปี แต่กลับไม่เคยแสดงความวิเศษอะไรออกมาเลย แล้วถ้าจะเป็นของวิเศษในมือคนอื่นจริง ๆ ฟ้าคงจะลิขิตให้ข้าได้เพียงมูลค่าจากการขายมันไปเท่านั้น!’
ตระหนักได้ดังนั้น
จ้าวยุทธ์ซงหยวนก็ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจยาว
…
ชุมนุมจ้าวยุทธ์จัดยาวติดต่อกันถึงสามวัน แต่เพราะฉู่โม่วได้สิ่งของที่ตนเองต้องการแล้ว เพราะงั้นจึงไม่อยู่ที่นี่ต่อและกลับไปยังคฤหาสน์แทน
ภายในห้องที่เงียบสงบ
ฉู่โม่วหยิบเอาแผ่นหินสีดำออกมาจากมิติพกพาแล้ววางมันลงเบื้องหน้าเขา
ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างมั่นใจมากว่าสิ่งนี้คือแผ่นศิลารู้แจ้งแน่ ๆ ทว่าเมื่อสัมผัสลงไปด้วยฝ่ามือ ความแปรผันของห้วงมิติที่สัมผัสได้จากสิ่งนี้กลับเจือจางเหลือเกิน เสมือนว่ามันกำลังซ่อนตัวเองอยู่
ชายหนุ่มขมวดคิ้วและครุ่นคิด ทันใดนั้นก็ยื่นมือไปใหม่อีกครั้ง รวบรวมพลังแห่งห้วงมิติไว้ที่ฝ่ามือและอัดเข้าไปยังแผ่นศิลารู้แจ้ง
ครืน!
ยามที่พลังแห่งห้วงมิติถูกอัดเข้าไป ผิวด้านนอกของแผ่นศิลาก็เกิดการสั่นสะเทือนเสมือนผิวน้ำก่อนจะเดือดปุด ๆ เพราะมันกำลังตอบสนองต่อพลังที่มีรูปแบบเดียวกัน
อัตลักษณ์ของห้วงมิติหนาแน่นแผ่ฟุ้งออกมาจากแผ่นหินนี้ มันทำให้ทั่วทั้งห้องที่ฉู่โม่วอยู่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งห้วงมิติทันที
ห้วงอากาศเริ่มบิดเบี้ยวอย่างช้า ๆ
“จริง ๆ ด้วย! นี่คือแผ่นศิลารู้แจ้ง กฎแห่งห้วงมิติ!”
แววตาของฉู่โม่วดูจะสดใสขึ้นมา
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ได้พบเข้ากับแผ่นศิลารู้แจ้งที่อัดแน่นด้วยองค์ความรู้ของเจตจำนงแห่งกระบี่ มันทำให้เขาเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่นิด ๆ หน่อย ๆ และแม้ว่าจะเป็นเพียงเจตจำนงแห่งกระบี่ 30% มันก็ช่วยเปิดทวาราแห่งกระบี่บนร่างกายได้ และเพิ่มพลังกายให้สูงขึ้นไปอีกมากเลยทีเดียว
ในตอนนี้…
เขาจะได้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากขนาดไหนกันภายหลังจากได้เข้าไปเรียนรู้กฎแห่งห้วงมิติที่ถูกอัดแน่นไว้ในแผ่นศิลารู้แจ้งชิ้นนี้?
‘เริ่มเลยก็แล้วกัน!’
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ยื่นมือไปสัมผัสเข้ากับผิวหน้าของแผ่นศิลารู้แจ้งใหม่อีกครั้ง
และในคราวนี้ เมื่อฝ่ามือของเขาสัมผัสเข้าไปกับมัน
แผ่นศิลาก็เปล่งแสงสว่างออกมา
คลื่นสั่นสะเทือนกระจายวงกว้างเหมือนโยนหินลงไปในน้ำ
วินาทีถัดมา
กลิ่นอายลึกลับที่โลกใบนี้ซ่อนเอาไว้ก็พวยพุ่งราวกับวิญญาณร้ายที่ได้รับอิสรภาพ หมอกควันปริศนาเหล่านี้ห่อหุ้มร่างของฉู่โม่วเอาไว้
ในชั่วพริบตา
เบื้องหน้าของฉู่โม่วก็ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีดอกไม้กำลังเบ่งบานอยู่
และเมื่อฉู่โม่วรู้ตัวอีกที โลกที่เขาอยู่นั้นก็กลายเป็นโลกที่ไม่คุ้นเคยไปเสียแล้ว
ทั่วทั้งโลกว่างเปล่าและมีเพียงแสงดาวระยิบระยับเหมือนอยู่ในอากาศ!
มิติมากมายนับไม่ถ้วนปรากฏให้เขาเห็นในห้วงจิต
เมื่อมองไปสุดลูกหูลูกตา เขาสามารถพบรอยแยกมิติปรากฏขึ้นตลอดทาง และสิ่งนี้ทำให้ภายในโลกที่เขาอยู่เต็มไปด้วยคลื่นแปรผันนับไม่ถ้วนอีกด้วย
กลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวแผ่กระจายไปทั่วทุกมุมของโลกใบนี้
ฟู่… ฟู่…
ฟู่… ฟู่…
น่าแปลกที่กลิ่นอายลึกลับภายในโลกแห่งห้วงมิตินี้กลับมีการสั่นสะเทือนคลายกับมันกำลังหายใจอยู่ แม้แต่ละมิติที่เห็นจะไม่ได้เชื่อมโยงต่อกัน แต่กลิ่นอายกลับมีจังหวะกระเพื่อมคลับคล้ายกันหมดเลย และมันทำให้ฉู่โม่วรู้สึกเหมือนโดนหายใจรดจากรอบทิศทางไปด้วย
เพียงไม่นาน
ภายหลังจากที่มองข้ามความรู้สึกนี้ได้ ฉู่โม่วก็ถูกกลืนหายไปกับคลื่นกระทบเหล่านี้ เขาพยายามอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะเข้าถึงอัตลักษณ์ที่แท้จริงของพลังแห่งห้วงมิติ
เวลาผ่านไปช้า ๆ
ความเข้าใจในพลังแห่งห้วงมิติของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอยู่ตลอด
สามวันให้หลัง
คลื่นประหลาดก็ปรากฏออกมาจากร่างของฉู่โม่ว เขาเริ่มจะสังเกตเห็นได้ว่าช่องว่างมิติรอบ ๆ ตัวเริ่มบิดเบี้ยวไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ขยับไปไหน แต่ด้วยการบิดเบี้ยวของมิติรอบตัวนี้ มันทำให้คนอื่นสามารถรับรู้ว่าเขาอยู่ห่างจากจุดนี้นับพันกิโลเมตรได้ง่าย ๆ เลย!
ไม่รู้ว่านานขนาดไหนกว่าความไม่เสถียรของมิติเหล่านี้จะค่อย ๆ จางและหายไปในที่สุด
“สมแล้วที่เป็นแผ่นศิลารู้แจ้ง…”
“ด้วยความรู้ที่อัดแน่นอยู่ในนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจลำแสงแห่งมิติลึกลับพวกนั้นแล้ว!”
ฉู่โม่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพูดพึมพำเบา ๆ
เฉกเช่นกระบี่ที่มีเจตจำนงของกระบี่ ห้วงมิติเองก็มีเจตจำนงเช่นกัน
พลังแห่งห้วงมิติ ภายหลังจากที่ได้ศึกษาโครงสร้างของมันแล้วจะทำให้ผู้เข้าใจสามารถเข้าถึงร่องรอยแก่นแท้แห่งมิติต่าง ๆ ได้ ซึ่งสิ่งนี้เองถูกเรียกว่า เจตจำนงแห่งห้วงมิติ
นอกจากจะมีชื่อเรียกเหมือนเจตจำนงแห่งกระบี่แล้ว เจตจำนงแห่งห้วงมิติก็มีลำดับขึ้นเหมือนเจตจำนงแห่งกระบี่ด้วย!
ไม่ว่าจะจำนวนขั้น การแบ่งปริมาณขั้น ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน
แต่ถึงตอนนี้ฉู่โม่วจะเข้าใจเจตจำนงแห่งห้วงมิติได้น้อยนิด หากข่าวเรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไปละก็ มันจะต้องทำให้ผู้คนอีกมากมายตกตะลึงกันแน่ ๆ!
เพราะ…
ไม่ว่าผู้ปลุกพลังคนนั้นจะเข้าใจถึงเจตจำนงแห่งห้วงมิติได้มากน้อยเพียงใด แต่นั่นก็หมายถึงเขาคนนั้นมีคุณสมบัติที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ได้!
“เหตุผลที่ทำให้ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งสามารถก้าวขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์และถูกโลกกับสวรรค์กล่าวขานชื่อ นั่นก็เพราะได้ครอบครองเจตจำนงของพลังจำพวกนี้ แม้จะเป็นเพียงน้อยนิดแต่โลกและสวรรค์ก็จะจดจำพวกเขาได้ เมื่อใดที่พลังกายแข็งแกร่งจนสามารถทลายขีดกำจัดร่างกายเพื่อไปยังขั้นถัดไปได้ เมื่อนั้นจะได้ขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์!”
“หากไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงของสิ่งใดได้เลย คนคนนั้นจะไม่สามารถเข้าสู่การเป็นราชันย์ยุทธ์ได้ตลอดช่วงชีวิตนี้!”
ตั้งแต่ที่โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไป ไม่รู้ว่ามีจ้าวยุทธ์กี่คนแล้วที่ยังคงอยู่ในขั้นจ้าวยุทธ์กันไปจนกระทั่งหมดอายุขัย และเหตุผลหลักมันก็แค่เพียง พวกเขาไม่เข้าใจถึงเจตจำนงของพลังที่ตนมีอยู่
และนี่
จึงเป็นสาเหตุว่าถ้าอยากเข้าถึงเจตจำนงของสิ่งใดก็ตาม ก็ควรจะมีพลังนั้น ๆ ในระดับที่สูงมาก ๆ เสียก่อน
ยิ่งความแข็งแกร่งของพลังพรสวรรค์นั้น ๆ สูง มันยิ่งมีโอกาสที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังสามารถเข้าถึงเจตจำนงของพรสวรรค์ได้
แม้ว่าพรสวรรค์ระดับต่ำจะมีโอกาสที่จะเข้าถึงเจตจำนงได้เช่นกัน แต่โอกาสนั้นถือว่าน้อยมาก หากไม่เผอิญได้รับการช่วยเหลือจากสิ่งอื่นที่สามารถมอบความเข้าใจในเจตจำนงได้ โอกาสนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเส้นด้ายบาง ๆ สักเท่าไร
นี่ยังไม่พูดถึง
คนที่พรสวรรค์ระดับต่ำ แล้วยังมีความเร็วในการพัฒนาพลังกายต่ำด้วยอีก ฉู่โม่วค่อนข้างกลัวที่จะบอกเลยว่า คนเหล่านั้นแทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าใจถึงเจตจำนงของสิ่งใดเลย
แต่…
ถึงผู้ปลุกพลังจะมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่ง นั่นก็แค่ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้เขาคนนั้นเข้าถึงเจตจำนงแห่งพรสวรรค์ได้เฉย ๆ
ยังไงเสีย
การบรรลุซึ่งเจตจำนงก็ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ อยู่ดี!
ต่อให้เป็นจ้าวยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่น ๆ หากไม่สามารถทำความเข้าใจได้ เขาก็จะไม่สามารถเข้าถึงเจตจำนงแห่งพรสวรรค์ได้ตลอดชีวิต และจะยังคงเป็นได้เพียงจ้าวยุทธ์ตลอดไป ไม่สามารถหลุดพ้นได้
“ตอนนี้ฉันครอบครองเจตจำนงแห่งห้วงมิติแล้ว!”