ตอนที่ 192
บทที่ 192 เดินทางมาถึงสุดยอดฐานจงไห่!
October 22, 2026
บทที่ 192 เดินทางมาถึงสุดยอดฐานจงไห่!
ฉู่โม่วไม่รู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจเจียงเย่วเหยา เขาไม่รู้เลยว่าเธอคนนี้มองเขาเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งไปแล้ว
ทั้งสองยังคงพูดคุยกันอยู่พักใหญ่
จากนั้นเจียงเย่วเหยาก็พูดขึ้น “คุณฉู่ ฉันมีแผนจะเดินทางกลับไปยังฐานจงไห่เลย คุณฉู่มีสิ่งที่จะต้องไปทำต่อไหม?”
“โอ๊ะ ผมเองก็ตั้งใจจะไปที่นั่นเหมือนกันน่ะครับ”
ชายหนุ่มตอบกลับ
“ถ้างั้น เรากลับไปด้วยกันไหมคะ? ระยะทางจากที่นี่กลับไปยังอยู่ไกลไม่น้อยเลย อย่างน้อย ๆ เดินทางไปด้วยกันน่าจะปลอดภัยกว่า” เจียงเย่วเหยาเชื้อเชิญ
“ไม่เลวเลยครับ แต่ถ้ายังไงผมคงต้องกลับไปที่ฐานจินหลิงก่อนเพราะอยากจะพาครอบครัวกับลูกศิษย์ไปที่นั่นด้วย พวกเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้สักเท่าไร ผมอาจจะขอปลีกตัวไปรับพวกเขาก่อน”
ฉู่โม่วพูด
“คุณฉู่ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังที่มาจากสุดยอดฐานจงไห่งั้นเหรอ!?”
ได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว เจียงเย่วเหยาก็ตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง
เธอน่ะคิดว่าฉู่โม่วน่าจะเป็นลูกศิษย์ของผู้ที่แข็งแกร่งสักคนในสุดยอดฐานจงไห่ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงจะไม่สามารถแข็งแกร่งระดับนี้ได้
แต่สิ่งที่เธอได้ยินเมื่อครู่นี้มันอะไรกัน?
ฉู่โม่วเป็นเพียงผู้ปลุกพลังที่มาจากฐานขนาดใหญ่นั้นจริง ๆ เหรอ?
‘เทียบระหว่างสุดยอดฐานแล้ว ทรัพยากรและวรยุทธ์ภายในฐานขนาดใหญ่นับว่าหาได้ยากยิ่ง เพราะงั้นเลยทำให้ผู้ปลุกพลังที่มีพลังเทียบเท่าราชันย์ยุทธ์พลอยหาได้ยากไปด้วย
‘แต่คุณฉู่กลับมีพลังในระดับที่ราชันย์ยุทธ์บางคนยังเทียบไม่ติด ทั้งที่มาจากที่แบบนั้น คนคนนี้… เก่งฟ้าประทานหรือยังไงกัน?’
‘พรสวรรค์ของเขาน่าจะอยู่ในระดับดาราลับฟ้าได้เลย… ไม่สิ เผลอ ๆ อาจจะสูงกว่าระดับนั้นไปอีก!’
คิดได้เช่นนั้น
เจียงเย่วเหยาก็อดที่จะสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ไม่ได้
ในแววตาของเธอที่มองไปยังฉู่โม่วนมีแต่ความเหลือเชื่อเต็มไปหมด
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
เมื่อตระหนักได้ถึงสายตาของเจียงเย่วเหยาที่มองมา ฉู่โม่วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“ปะ… เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”
หญิงสาวได้สติกลับมาอีกครั้ง “ในเมื่อคุณฉู่มีครอบครัวรออยู่ งั้นไปรับครอบครัวของคุณฉู่ก่อนก็ได้ค่ะ แล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยกลับไปด้วยกัน”
ฉู่โม่วพยักหน้า
จากนั้นเขาก็พาเจียงเย่วเหยาบินตรงกลับไปยังจุดที่เขาให้เสี่ยวจินรอรับ
และเจียงเย่วเหยาที่ตามหลังฉู่โม่วไป หัวใจของเธอตื่นเต้นจนถึงขีดสุดแล้ว!
แต่เธอไม่รู้เลย
ว่านี่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
ไม่นาน
ทั้งสองก็มาถึงจุดที่เสี่ยวจินพำนักอยู่
เห็นฉู่โม่วกลับมาอย่างปลอดภัย เฉินซีเวยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในขณะเดียวกัน เมื่อเธอเห็นเจียงเย่วเหยาตามหลังฉู่โม่วมาด้วย สายตาที่มองไปยังสตรีอีกคนหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นความสงสัยและสำรวจในทันที
“ซีเวย ฉันจะแนะนำคนคนนี้ให้เธอรู้จักนะ”
ฉู่โม่วไม่รอช้าที่จะแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันเองก่อน
“คุณเจียงสินะคะ”
เฉินซีเวยพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ยินดีที่ได้รู้จัก พี่สาวเจียง”
หลี่โย่วเวยและหลี่เสวี่ยนจีเองก็พูดอย่างนอบน้อม
ทว่า…
เด็กทั้งสองคนยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
แม้ว่าพี่สาวเจียงตรงหน้าจะเป็นสตรีที่มีท่าทีสง่างามและมีพลังกายที่แข็งแกร่ง แต่เธอคนนี้กลับมีบางอย่างที่กำลังบ่งบอกว่า …ใจเธอไม่สงบนัก
‘หรือพี่สาวคนสวยตรงหน้าจะอารมณ์ไม่ดีนะ?’
เด็กน้อยทั้งสองคิด
เมื่อพวกเขามองไปในแววตาของเจียงเย่วเหยาอีกครั้ง ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงความหนักใจเล็กน้อยจากแววตาอีกฝ่าย
เจียงเย่วเหยาไม่รู้เลยว่าสองพี่น้องตระกูลหลี่นี่คิดอะไรอยู่
แต่ในตอนนั้น เหตุผลที่ใจไม่สงบนัก นั่นเป็นเพราะเธอกำลังตกตะลึงกับเหล่าสมาชิกครอบครัวของฉู่โม่วอยู่ต่างหาก!
เหล่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อในสายตาตนเอง!
เริ่มจาก สตรีผู้มีอุณหภูมิรอบกายเยือกเย็นที่ชื่อว่าเฉินซีเวยที่ซึ่งดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับฉู่โม่วมาก ๆ
เจียงเย่วเหยารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดไปเอง มันเกิดจากความสามารถทางกายภาพรูปแบบหนึ่ง อาจจะเป็นรูปแบบร่างกายอีกรูปแบบหนึ่งเลย แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้เปิดเผยออกมาโดยตรง แต่สัมผัสได้ว่าเฉินซีเวยไม่ธรรมดาจริง ๆ
แต่ในส่วนของหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวี่ยจี เธอมองเด็กทั้งสองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ทั้งสองคนนี้…
มีพรสวรรค์ที่เกินกว่าจะคนใครเปรียบได้!
ไหนจะอสูรรับใช้ที่สงบเงียบอยู่เบื้องหลังอีก เพียงแค่ได้เห็นเธอก็รู้แล้วว่า นี่คือนกผู้ล่าที่มีเชื้อสายของพญาหงส์ปีกทองคำอยู่!
‘แม้แต่ในสุดยอดฐานจงไห่ยังหาผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ไม่ได้ แต่ฉันกลับมาเจอพวกเขาพร้อมกันในคราเดียวเนี่ยนะ!’
‘นี่ฉันกำลังฝันไปงั้นเหรอ? ทำไมวันนี้ถึงได้เจอเรื่องเหลือเชื่อมากมายขนาดนี้!’
ความตกตะลึงที่เกิดขึ้นภายในใจของเจียงเย่วเหยาที่ทำให้เธอดูไม่สงบสุขุมเหมือนดังที่เป็นตามปกติ
ตลอดมาเธอยึดมั่นในสิ่งที่ถูกยกย่องอย่าง ‘ผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงแห่งสุดยอดฐานจงไห่’ อยู่ร่ำไป
แต่ในตอนนี้
การเผชิญหน้ากับทั้งสี่ทำให้ความเชื่อในใจเกิดสั่นคลอนขึ้นมาเสียแล้ว
‘ทั้งสี่คนนี้… เป็นใครมาจากไหนกันแน่!’
…
เสี่ยวจินเคลื่อนที่บนฟากฟ้าได้รวดเร็วมาก ๆ
ภายหลังจากที่ทะยานขึ้นฟ้าเมื่อช่วงบ่าย ก่อนจะถึงช่วงเย็น เจียงเย่วเหยาก็สามารถมองเห็นปลายทางแล้ว “สุดยอดฐานจงไห่อยู่ไม่ไกลแล้วค่ะ!”
ได้ยินเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ลุกขึ้นยืน เขาไพร่มือไว้ด้านหลังแล้วมองตรงไปยังด้านหน้า
ที่สุดปลายสายตา ตำแหน่งที่ผืนดินและผืนฟ้ามาบรรจบกันที่เส้นขอบฟ้า เขามองเห็นฐานขนาดใหญ่ที่กว้างขวางราวกับกินพื้นที่ครึ่งโลกที่เหลือได้เลย ฐานขนาดมหึมานั้นค่อย ๆ ปรากฏให้เขาเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ฐานแห่งนี้กว้างขวางกว่าฐานจินหลิงอีกเป็นสิบเท่าได้เลย!
และที่เหนือฟากฟ้าบริเวณยังมีเรือเหาะอีกหลายลำควบคู่ไปกับยานบินมากมายกำลังลอยอยู่ ยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเห็นได้ว่าจำนวนของยานพาหนะบนฟากฟ้าเหล่านั้นดูจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางลำก็ไม่ได้บินไปไหนด้วย มันอยู่นิ่งราวกับจอดแช่ไว้บนอากาศเฉย ๆ
ยานบินแต่ละลำดูเปี่ยมไปด้วยวิทยาการที่ล้ำหน้า ราวกับยานอวกาศที่ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นต่างตกตะลึงกันได้ไม่ยาก
มองภาพเหล่านี้
ไม่ว่าจะเป็นฉู่โม่วหรือเฉินซีเวย รวมไปถึงสองพี่น้องตระกูลหลี่ต่างตื่นตาตื่นใจ สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความทึ่ง