ตอนที่ 200
บทที่ 200 สำรวจทักษะการต่อสู้ และกลืนกินพรสวรรค์ระดับกลาง!
October 22, 2026
บทที่ 200 สำรวจทักษะการต่อสู้ และกลืนกินพรสวรรค์ระดับกลาง!
ในห้องที่เงียบสงบ ฉู่โม่วนั่งนิ่งโดยมีตำราสามเล่มวางอยู่ตรงหน้า
ก่อนอื่นหยิบตำรากระบวนท่าออกมา และเพ่งจิตเพื่อสัมผัสมัน
วินาทีต่อมาก็ได้ยินเพียงเสียง ‘โพละ’ ราวกับว่ามีบางอย่างแตกหัก
ก่อนที่จะได้ทันคิดอย่างรอบคอบ ทันใดนั้นก็ ‘เห็นนิมิตร’ ตัวเองเข้าสู่โลกที่น่าอัศจรรย์ ปรากฏชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำ ตัวสูงใหญ่ ยืนอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ศัตรูกระโจนเข้าหาด้วยแรงกดดันอันน่าทึ่ง แม้แต่ดวงดาวยังแกว่งไกวไปตามทาง และชายผู้นั้นยังคงยืนนิ่งเฉย เว้นแต่เสียงกระบี่ในมือเท่านั้นที่คำรามหึ่ง ๆ
วินาทีต่อมา เมื่อเสียงกระบี่ในมือดังขึ้นถึงขีดสุด ชายคนนั้นตวัดมันออกไปทันที แสงคมของกระบี่ลุกโชนขึ้นกลายเป็นดวงดาวที่สว่างไสวนับพันดวง บดบังร่างของศัตรูและทำลายล้างจนสิ้น
เขาไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไร
ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาจากพื้นที่แปลกประหลาดแห่งนี้
ในเวลาเดียวกัน กระแสข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในความคิด นี่เป็นความลับกับความลี้ลับของเทคนิคการฝึกฝน ‘กระบี่สะบั้นพันดารา’
‘มันเป็นสุดยอดทักษะอย่างแท้จริง พลังของมันน่ากลัวยิ่งกว่ากระบวนท่าระดับทอง!’
‘เพียงแต่…’
‘มันยากมากที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง!’
เมื่อคิดภาพย้อนไปถึงเคล็ดวิชากระบี่ ฉู่โม่วก็แอบคิดในใจ
เนื่องจากมีเพียงขั้นราชันย์ยุทธ์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการฝึกฝน และเพียงผู้เข้าใจความลี้ลับของทักษะนี้เท่านั้นถึงสามารถฝึกฝนได้
เพียงตัวคนเดียวก็สามารถหยุดผู้ปลุกพลังจำนวนมากได้
แต่นั่นไม่อาจหยุดยั้งชายหนุ่ม!
ตอนนี้ได้บรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ และตระหนักรู้ถึงวิถีกระบี่แล้ว จึงมีคุณสมบัติที่จะฝึกฝนกระบวนท่าระดับแพลทินัม
‘เริ่มทำความเข้าใจ!’
เมื่อคิดได้อย่างนั้น
ฉู่โม่วก็เพ่งสมาธิจดจ่อสะท้อนความหมายที่ลึกลับมากมายของทักษะนี้ในใจ และฝึกฝนด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด
กระบวนท่าระดับแพลทินัมลึกซึ้งมาก
แม้แต่ชายหนุ่มยังใช้เวลาสามวันเต็มในการฝึกแรกเริ่ม!
จากนั้นใช้เวลาอีกหกวันในการฝึก เพื่อเข้าสู่ความสำเร็จ
ในขั้นตอนนี้ เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปที่จะพัฒนาด้วยการฝึกอย่างสันโดษ จำเป็นต้องบรรลุตัดผ่านการต่อสู้จริงเท่านั้น
ดังนั้น ฉู่โม่วจึงไม่สามารถฝึกไปได้ต่อเพื่อหยั่งรู้ แต่เริ่มที่จะสัมผัสได้ถึงกระบวนท่าเท้าอัสนีแล้ว
หนึ่งวันต่อมาสามารถบรรลุถึงท่าเท้าเก้าอัสนีขั้น 1 ได้
สามวันต่อมา บรรลุท่าเท้าเก้าอัสนีขั้น 2
แปดวันต่อมา บรรลุท่าเท้าเก้าอัสนีขั้น 3
และในวันนี้
ที่ลานคฤหาสน์ ฉู่โม่วกำลังทดลองเคล็ดย่างก้าวด้วยร่างกายของเขาเอง
“ท่าเท้าเก้าอัสนี!”
ชายหนุ่มหมุนเวียนอณูแห่งชีวิตใช้ออกด้วยเคล็ดท่าเท้าเก้าอัสนี ตอนนี้ร่างกายยังไม่ได้หายไปไหน แต่ทันใดนั้นก็หายไปโผล่อยู่อีกจุด และขยับไปรอบ ๆ มันไม่อาจแยกแยะได้ว่าร่างของเขาจะไปสิ้นสุดยังจุดไหน
ต่อจากนั้น
ฝีเท้าของฉู่โม่วยังคงดำเนินต่อไปติดต่อกัน และเมื่อมาถึงก้าวที่เก้า ร่างของเขาก็สว่างวาบราวกับเป็นเพียงประกายอัสนี และหายไปในทันที
ความเร็วนั้นสูงมากจนไม่อาจตอบสนองได้ทัน
หลังจากการทดสอบสองชั่วโมง ในที่สุดก็คุ้นเคยกับความเร็วของท่าเท้าเก้าอัสนี
“กระบวนท่าระดับทองทรงพลังจริง ๆ!”
“เพียงแค่ถึงขั้น 4 ก็เร็วกว่าย่างก้าวปีศาจไร้เงาถึงห้าเท่า!”
“ถ้าสามารถฝึกท่าเท้าเก้าอัสนีให้ชำนาญกว่านี้ เกรงว่าความเร็วอาจเทียบได้กับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงเลยก็เป็นได้!”
ชายหนุ่มยืนพึมพำอยู่ในคฤหาสน์
สีหน้าปรากฏรอยยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ
หลังจากเก็บตัวและฝึกฝนมากว่ายี่สิบวัน เขาก็เชี่ยวชาญกระบวนท่ากระบี่ระดับแพลทินัมและระดับทองทั้งหมด ซึ่งเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างมาก!
“หลังจากนั้น…”
“มันเป็นพรสวรรค์ที่ได้รับมาจากอสูรเขียวคราม!”
เมื่อวานนี้ ระบบกลืนกินของเขาได้รับการฟื้นฟูแล้ว!
สามารถทำการกลืนกินรอบใหม่ได้
ดังนั้น ฉู่โม่วจึงตรงไปที่ลานคฤหาสน์โล่งแจ้ง จากนั้นนำร่างของอสูรเขียวครามที่แน่นิ่งออกมาจากมิติพกพา
ชายหนุ่มมองไปที่ซากของอสูรยักษ์ตัวนี้ด้วยแววตาคาดหวัง
การที่มีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติตั้งแต่แรกได้ช่วยเหลือเขาอย่างมากบนเส้นทางการฝึกฝน!
มันช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายครั้งแล้วครั้งเล่า หรือแม้แต่เปลี่ยนโอกาสการพ่ายแพ้ให้กลับมาชนะ
และพรสวรรค์ห้วงเวลาซึ่งเป็นหนึ่งในสองพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?
เมื่อคิดอย่างนั้น
ฉู่โม่วยื่นมือออกไปโดยเล็งไปที่ศพแล้วพึมพำ “กลืนกิน!”
วินาทีที่เสียงนั้นแผ่วลง
จะเห็นว่ามือของชายหนุ่มปรากฏแสงสีทองอร่ามขณะจับซากของอสูรเขียวคราม
เมื่อดึงมือกลับมาก็มีลูกบอลสีดำขาวอยู่ในฝ่ามือสีทองของเขา
[กลืนกินสำเร็จ!]
[รับพรสวรรค์พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับ 2!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
“พรสวรรค์ห้วงเวลา!”
เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
เขาพูดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “หลอมรวม!”
ตู้ม!
เมื่อเสียงแผ่วลง พรสวรรค์ห้วงเวลาในมือก็แตกสลายทันที กลายเป็นจุดแสงเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย
ทันใดนั้นความรู้เจ็บปวดและมึนงงที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็แล่นพล่านไปทั่ยว
ชายหนุ่มรู้สึกได้
ในช่วงเวลาแห่งการผสมผสานของพรสวรรค์ห้วงเวลา