ตอนที่ 201
บทที่ 201 ลมปราณเส้นที่สองสั่นสะเทือน และพลังมังกร!
October 22, 2026
บทที่ 201 ลมปราณเส้นที่สองสั่นสะเทือน และพลังมังกร!
ภายในห้าปี เขาสามารถก้าวจากระดับล่างสุดของผู้ปลุกพลังไปสู่ระดับสูงที่สุด!
ด้วยความเร็วเช่นนั้น แน่นอนว่าต้องทำให้ใครหลายคนตกตะลึง
และอีกอย่าง…
นี่ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดของฉู่โม่ว!
เขาสามารถกลืนกินเลือดอสูรเพื่อเพิ่มระดับพลังได้อีกด้วย!
อีกทั้ง
สุดยอดฐานจงไห่ยังมีค่ายกลเวทกลืนกินวิญญาณที่ทำให้พลังเพิ่มขึ้นไปอีกหลายสิบหรือหลายร้อยเท่าตัว!
ถ้าหากมีมันละก็…
เวลาในการฝึกก็จะย่นลงไปอีก!
ไม่แน่ว่าอาจจะใช้เวลาเพียงปีสองปีเท่านั้น
ถึงกระนั้นฉู่โม่วก็ไม่รู้จะหามันได้จากที่ไหน
ครั้งล่าสุดที่ไปดูในตำหนักวิทยายุทธ์ก็ไม่เห็นว่ามีค่ายกลเวทกลืนกินวิญญาณวางขายแต่อย่างไร
เห็นทีคงต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อน
ถึงอย่างนั้นทุกอย่างเวลานี้ก็น่าพอใจมาก
“พอก่อน!”
“อันดับแรกต้องจัดการกับลมปราณเส้นที่สองให้เสร็จโดยเร็วที่สุด!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
เขากลับเข้าไปในห้องอีกครั้งและใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาเพื่อสร้างสนามเวลารอบตัวและเร่งเวลาให้เร็วขึ้น จากนั้นดื่มเลือดบางส่วนของสัตว์อสูรก่อนจะเริ่มฝึกฝน
ครู่หนึ่ง
ฉู่โม่วเริ่มขมวดคิ้ว
พรสวรรค์ห้วงเวลาจำเป็นต้องดึงพลังงานออกมาใช้ แม้ว่าการฝึกจะสามารถทำไปพร้อมกับการใช้พลังได้ ตามสมมติฐานแล้วการใช้พลังขณะที่ทำการฝึกวิชาเป็นการยากมากที่จะเร่งเวลาขึ้นเป็นสี่เท่า
ชายหนุ่มลองทำดู
เขาค้นพบว่าการใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาไปพร้อมกับการฝึกวิชา ระยะเวลาที่ใช้ลดลงเพียงสิบเท่าเท่านั้น
กล่าวคือการเร่งความเร็วที่เกิดจากการใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาจำนวนสี่ แท้จริงแล้วถูกนำออกมาใช้จริงเพียงครึ่งหนึ่ง
แต่พลังชีวิตกลับถูกใช้ไปถึงสี่เท่า!
เท่ากับว่าสูญเสียอายุขัยสองวันไปกับการฝึกวิชาเพียงวันเดียว!
มันค่อนข้างสิ้นเปลือง
อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ในจุดที่ฉู่โม่วรับค่าเสียโอกาสได้
พลังชีวิตมหาศาลที่ได้มาจากพรสวรรค์ธาตุไม้แต่เดิมที่มี ทำให้นับตั้งแต่ที่ฝึกฝนจนถึงขั้นจ้าวยุทธ์ อายุขัยจึงมากกว่าจ้าวยุทธ์ทั่วไป นั่นคือเขามีอายุขัยราวสองพันปี
แม้ว่าจะใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาอย่างไม่มีหยุดพัก แต่สามารถฝึกไปเช่นนี้ได้ตลอดห้าร้อยปีโดยไม่มีสิ่งใดต้องกังวล!
นั่นเป็นเวลาที่ยาวนานทีเดียว
แน่นอนว่าอาจมากพอให้ก้าวไปถึงขั้นราชันย์เทพยุทธ์!
และเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะได้พลังชีวิตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ดังนั้นแล้วอายุขัยที่ทอนลงไปเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องยี่หระเลย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาก็ล่วงไปแล้วหนึ่งเดือน
วันนี้เอง
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากร่างของฉู่โม่ว
ภายใต้เสียงนั้น เส้นลมปราณของเขาปูดโปน พลังภายในไหลวนดังกระแสน้ำเชี่ยว
ทันใดนั้น
พลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตขยายตัวและปั่นป่วนกลางเส้นลมปราณหลักทั้งสิบสอง และเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปด
ครั้งพลังอันรุนแรงพลันทะลักพล่าน ข้อรยางค์และบรรดากระดูกภายในร่างกายสั่นสะท้าน
เมื่อเริ่มสำรวจข้างในกาย
ฉู่โม่วพลังสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
เซลล์และยีนเริ่มทำการแบ่งตัว มันจัดเรียงและสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการขยับไหว
สารพันธุกรรมที่แตกตัวเหล่านี้มีลักษณะเหมือนอนุภาคแฝดที่สั่นไหวพร้อมเพียงกัน ทุกครั้งที่เกิดการสั่นพ้อง พวกมันจะแยกตัวเพิ่มขึ้นอีก
เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ลมปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตของฉู่โม่วสั่นรุนแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งไอพลังรอบกายยังค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น
กระดูกที่เป็นสีทองอ่อนก็สั่นสะเทือนเช่นกัน ส่งผลให้แสงสีทองเหล่านั้นเข้มมากขึ้นไปกว่าเดิม
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร
การขยับสั่นเลือนหายไปในที่สุด
เมื่อกวาดมองรอบกายา ฉู่โม่วพบว่ามีเศษสีเทาดำบาง ๆ ถูกขับออกมาจากภายในและเกาะอยู่ทั่วผิวหนัง
เพียงใช้พลังจิตเคลื่อนไหว พวกมันก็ร่วงหลงสู่พื้นสิ้น
“หนึ่งเดือนที่พยายามมา ในที่สุดก็บรรลุการฝึกเส้นลมปราณที่สอง!”
“พลังกายมากขึ้นถึง 2 ล้านช้างสาร!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันบ้าคลั่งที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน เขาอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม
“อยากจะลองทดสอบดูแล้วสิ!”
เขาบ่นพึมพำ
แม้ว่าจะมีเคลื่องทดสอบความแข็งแกร่งอยู่ในคฤหาสน์ แต่มันจับระดับสูงสุดได้เพียงแค่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น ถ้าเขาโจมตีด้วยพลังกายราว ๆ 2.6 ล้าน มันจะระเบิดและไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ
“ถ้าหากว่าพลังสูงที่สุดที่ฐานสามารถตรวจจับได้อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้น แล้วบรรดาผู้ที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูงกับราชันย์เทพยุทธ์จะรู้ค่าความแข็งแกร่งของตนอย่างถูกต้องได้ยังไง”
สิ้นคำถาม
ฉู่โม่วเปิดกำไลข้อมือขึ้นมาและส่งข้อความไปถึงหยางเซียวเพื่อถามเกี่ยวกับเรื่องนี้
ไม่นานหลังจากนั้น
ก็รับรู้ถึงแรงสั่นจากข้อมือ เมื่อยกขึ้นมาดูพบว่าเป็นสายจากหยางเซียว
ชายหนุ่มกดปุ่มเชื่อมต่อ
“คุณฉู่โม่ว ผู้ปลุกพลังที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ขึ้นไปจะมีเครื่องวัดพลังโดยเฉพาะ แต่มีราคาสูงมาก เพราะแบบนั้นโดยปกติแล้วเรามักจะไม่นิยมซื้อกัน ลองไปที่สถาบันเหนือยุทธ์เพื่อทดสอบดูสิครับ!”
เสียงนอบน้อมของหยางเซียวดังจากปลายสาย
“สถาบันเหนือยุทธ์น่ะหรอ”