ตอนที่ 209
บทที่ 209 ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวทันทีที่ได้ยิน และผนึกกงล้อปลิดวิญญาณ!
October 22, 2026
บทที่ 209 ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวทันทีที่ได้ยิน และผนึกกงล้อปลิดวิญญาณ!
ณ วิหารราชันย์เทพยุทธ์
เจียงเยว่เหยาเดินออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ตั้งแต่ได้รับสายธารหัวใจโลกาชิงหยวนมา พรสวรรค์ก็พัฒนาขึ้นมาก พละกำลังพุ่งทะยานขึ้นและมาที่นี่เพื่อการทดสอบวิหารราชันย์เทพยุทธ์ทันที ตอนนี้ผ่านชั้นที่ 7 สำเร็จแล้ว แต่บนชั้นที่ 8 นั้น แม้ว่าจะยังยืนหยัดอยู่ได้ ทว่าครึ่งชั่วโมงต่อมาการต่อสู้ก็จบสิ้นลงด้วยความล้มเหลว เธอไม่ได้เข้าสู่รายชื่อผู้มีพรสวรรค์ยี่สิบคนแรกด้วยซ้ำ
แต่…
เธอพึงพอใจกับผลลัพธ์มาก
ตอนนี้ใช้เวลาฝึกมาไม่ถึงสิบปี แต่ผ่านชั้นที่ 7 ของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้แล้ว
สำหรับผู้ปลุกพลังในอันดับรายชื่อผู้มีพรสวรรค์แล้ว รวมไปถึงราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งด้วย แม้ว่าคนเหล่านี้จะผ่านชั้นที่ 9 ไปได้ ทว่าก็ใช้เวลาฝึกฝนมาอย่างน้อยกว่าสามสิบปี
และตามการคาดการณ์จากผู้เป็นบิดา…
หลังจากที่ฝึกฝนไปอีกยี่สิบปีจะสามารถผ่านชั้นที่ 9 หรือแม้แต่ชั้นที่ 10 ได้อย่างแน่นอน
เธอหวังว่าก่อนที่จะอายุครบหกสิบปีจะผ่านชั้นที่ 11 ให้ได้ และกลายเป็นผู้ปลุกพลังคนแรกที่ผ่านชั้นที่ 11 ได้โดยที่อยู่ในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์มาตลอดตั้งแต่การก่อตั้งของวิหารราชันย์เทพยุทธ์
ในตอนนั้น
จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่!
ดังนั้นแล้ว
เจียงเยว่เหยาไม่ได้รู้สึกพ่ายแพ้แต่อย่างใด
ตรงกันข้าม
หลังจากการท้าชิงก็ใช้แต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ที่ได้รับมาแลกเปลี่ยนเป็นสมบัติที่หลงใหลมานาน และนั่นทำให้เธอมีความสุขเป็นอย่างมาก
‘สมบัติที่ฉันแลกเปลี่ยนมาจากร้านค้าอาจจะทำให้ยุทธภัณฑ์วิญญาณกลายเป็นระดับ 7 ก็ได้’
‘แบบนี้พละกำลังของฉันก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก!’
‘แล้วนี่ยังไม่ได้พูดถึง…’
‘เขตแดนลับที่จะเปิดขึ้นในไม่ช้า บางทีพละกำลังของฉันอาจจะทะยานสูงขึ้นอีกก็ได้ หลังจากที่ฝึกฝนไปสักพัก… ฉันจะกลับมาท้าทายชั้นที่ 8 ของวิหารราชันย์เทพยุทธ์อีก!’
ด้วยความคิดนี้ในใจ เจียงเยว่เหยาก็มาถึงที่จัตุรัสวิหารราชันย์เทพยุทธ์แล้ว
“คุณหนู!”
ราชันย์ยุทธ์สองคนเข้ามาทักทายและกล่าวด้วยความเคารพทันที
พวกเขาเป็นผู้อาวุโสแห่งตำหนักมหาวรยุทธ์ พวกเขาถูกเจ้าตำหนักส่งตัวมาเป็นผู้คุ้มกันเจียงเยว่เหยาเพื่อคอยรักษาความปลอดภัย
“ก่อนที่ฉันจะผ่านขั้น ฉันได้ยินมาว่าราชันย์ยุทธ์เมฆาล่องผู้อยู่ในอันดับที่ 2 ของรายชื่อผู้มีพรสวรรค์วางแผนว่าจะลองท้าทายวิหารราชันย์เทพยุทธ์ชั้นที่ 10 เหรอ? เขาทำสำเร็จรึยัง?”
เจียงเยว่เหยาเอ่ยถาม
“ระหว่างช่วงที่คุณหนูผ่านระดับขั้น ราชันย์ยุทธ์เมฆาล่องไม่ได้มาที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์เลยขอรับ!”
“แต่…”
“มีอีกเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ผู้ปลุกพลังทั่วทั้งฐานต้องตกตะลึงเกิดขึ้นนะขอรับ!”
ราชันย์ยุทธ์คนนั้นกล่าว
…
“ฉู่โม่ว… ผ่านชั้นที่ 9 ได้ในชั่วอึดใจเดียวงั้นเหรอ?!”
เบื้องหน้ารายชื่อผู้มีพรสวรรค์
เจียงเยว่เหยามองดูชื่อของชายหนุ่มในอันดับที่ 6 ร่างพลันแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
เธอรู้ว่าฉู่โม่วแข็งแกร่งมาก
เห็นได้จากการสังหารสัตว์อสูรสีฟ้าตัวนั้นอย่างประณีตและงดงาม
แต่…
ไม่เคยคิดว่าจะทรงพลังขนาดนี้มาก่อน!
ผ่าน 9 ชั้นแรกของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ในชั่วอึดใจเดียวและทำลายสถิติของทุกชั้น ก่อนจะจบลงที่อันดับที่ 6 บนรายชื่อผู้มีพรสวรรค์!
ยิ่งไปกว่านั้น
ยังเป็นเพียงจ้าวยุทธ์เท่านั้น!
ตอนนี้เขาจัดว่าน่าสะพรึงกลัวมากแล้ว หากเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์แล้วจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?!
เฮือก!
เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้
เจียงเยว่เหยาก็สูดหายใจลึก
‘ดูเหมือนว่าฉันจะดูถูกพละกำลังของเขาเกินไปสินะ!’
‘และพรสวรรค์คงไม่ได้มีแค่สองอย่างที่เหนือธรรมชาติดังที่เผยให้เห็นแน่!’
‘ฉันคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมีระดับดาราลับฟ้าด้วย!’
‘หรือแม้แต่…’
‘มีพรสวรรค์มากกว่าสองอย่าง!’
‘ไม่อย่างนั้นก็คงอธิบายไม่ได้แน่ว่าเขาผ่านชั้นที่ 9 ด้วยพละกำลังของจ้าวยุทธ์ได้ยังไง!’
‘ถ้าเป็นอย่างนั้น… บางทีฉันน่าจะชวนเขามาคุยเรื่องนี้ดูนะ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาของเจียงเยว่เหยาก็ส่องประกายขึ้นมา
“กลับไปหาคุณพ่อเดี๋ยวนี้เลย!”
…
ณ วิหารราชันย์เทพยุทธ์
ตอนนี้วิหารราชันย์เทพยุทธ์เองก็ได้ยินข่าวและเกิดการประชุมด่วนระหว่างราชันย์เทพยุทธ์ขึ้นทันที
ในการประชุม
ราชันย์เทพยุทธ์คนหนึ่งกล่าว “ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ทุกคนก็รู้ ตอนนี้มีอัจฉริยะไร้เทียมทานอยู่ในสุดยอดฐานจงไห่ ผู้ปลุกพลังมากพรสวรรค์แบบนี้ วิหารราชันย์เทพยุทธ์จะต้องคว้ามาให้ได้แล้วฝึกฝนให้เขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์!”
“เห็นด้วย!”
“เห็นด้วย!”
“ฉันก็เห็นด้วย!”
ราชันย์เทพยุทธ์แต่ละคนพยักหน้า
พละกำลังของฉู่โม่วอยู่ในสายตาของทุกคนและไม่มีใครออกความเห็นอื่นใด
“งั้นต่อไปเรามาหารือกันว่าจะมอบเงื่อนไขแบบไหนให้เขากัน!”
“คำแนะนำของฉันคือ… ให้ฉู่โม่วเป็นทายาทที่แท้จริงคนที่สองและให้ทรัพยากรในการฝึกฝนเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์!”
ราชันย์เทพยุทธ์คนหนึ่งกล่าวเช่นนั้น
และเมื่อประโยคนี้ถูกพูดออกมา
ทำให้ราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น ๆ ลังเล
“ให้ทรัพยากรในการฝึกเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์ก็เรื่องหนึ่ง แต่ให้เป็นทายาทที่แท้จริงเนี่ยนะ… ไม่ใช่ว่านั่นเหมือนกับราชันย์ยุทธ์จันทราเลยเหรอ?”
“ใช่ มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ?”
“ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งคือผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์ที่สุดในรุ่นภายในสุดยอดฐานจงไห่ เขาฝึกฝนมาเกือบสี่สิบปีและมีพละกำลังอยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูง เขาห่างไปจากขั้นราชันย์เทพยุทธ์อีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้นนะ”
“และฉู่โม่วคนนั้นน่ะ… ว่ากันว่าเป็นแค่จ้าวยุทธ์เท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากขั้นราชันย์ยุทธ์อีกมาก จะให้เขาเป็นทายาทที่แท้จริงคนที่สองของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้ยังไงกัน?”
“ยิ่งกว่านั้น… ตำแหน่งของทายาทที่แท้จริงน่ะสำคัญเกินไป จะตัดสินใจสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้!”