ตอนที่ 226
บทที่ 226 เพิ่มพลังอย่างต่อเนื่อง และอัตลักษณ์แห่งพญาหงส์ปีกทองคำ!
October 22, 2026
บทที่ 226 เพิ่มพลังอย่างต่อเนื่อง และอัตลักษณ์แห่งพญาหงส์ปีกทองคำ!
ภายหลังจากที่บททดสอบแรกสำเร็จไป การทำงานของมิติก็หยุดลงไปด้วย ก่อนที่เขาจะกลับไปยังที่เดิม กล่องสมบัติใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา
“นี่คือของรางวัลสำหรับการผ่านบททดสอบเหรอ?”
ฉู่โม่วก้าวเดินไปข้างหน้า
เมื่อเปิดกล่องสมบัติออก ภายในมีกระบี่ยาวเล่มหนึ่งถูกเก็บเอาไว้ ซึ่งกระบี่เล่มนี้ก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาแม้จะแค่สัมผัสแผ่วเบา
ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 5!
“ไม่เลว!”
เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะเก็บกระบี่ยาวเล่มนั้นใส่มิติพกพา
ขณะเดียวกัน
มิติที่เขาอยู่ก็ได้สลายตัวไปเช่นเดียวกับสะพานสายรุ้งที่ค่อย ๆ กลายสภาพเป็นแสงสว่างดวงเล็ก ๆ ตรงหน้า มีเพียงดวงดาวสีทองขนาดเล็กเท่าไข่ที่กำลังลอยเข้ามาหาตน
เห็นเช่นนั้นฉู่โม่วก็มีความสุขเป็นอย่างมาก
เขารีบเก็บผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานี้ไป ตรวจสอบให้เรียบร้อยแล้วค่อย ๆ บรรจงวางไว้ในมิติพกพา
หลังจากเก็บไปเรียบร้อยแล้ว ตรงหน้าก็มีทางเดินสองทาง
หนึ่งคือย้อนกลับไปยังสะพานสายรุ้งที่จากมาและยกเลิกการท้าทาย
กับอีกหนึ่งคือเดินต่อไปยังสะพานสายรุ้งที่ทอดยาวไปยังดาวดวงอื่นต่อ
ปราศจากความลังเล
เขาเลือกที่จะเดินหน้าต่อ
…
เมื่อก้าวเข้ามายังสะพานสายรุ้งเส้นที่สอง
ซู่!
ทิวทัศน์รอบตัวเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง และได้เข้ามายังมิติใหม่อีกแห่งหนึ่งแล้ว
ที่นี่มีสัตว์อสูรอยู่รวมกันราว ๆ ร้อยตน ซึ่งแต่ละตนกำลังเดินขวักไขว่ไปมา
“เป็นหมาป่ากระหายเลือดทั้งหมดเลยเหรอ?”
“ครึ่งหนึ่งเป็นระดับ 5 ส่วนอีกครึ่งเป็นระดับ 6…”
ฉู่โม่วหรี่ตาลง
ไร้ความลังเล เขาเปิดใช้งานพรสวรรค์ทุกอย่างและกระชับกระบี่สารทสังหารในมือให้มั่น
กระบี่สะบั้นพันดารา!
คลื่นของกระบี่ยาวถูกสร้างขึ้นและปาดผ่านฟ้าลงมา ปลดปล่อยคลื่นกระบี่ขนาดเล็กมากมายจนกระทั่งทั่วทั้งมิติแห่งนี้ไม่มีที่ว่าง
พักหนึ่งที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยนอกจากได้ยินเสียง ‘ฉั้วะ ๆ’ ของคมมีดที่เชือดเฉือนลงไปในกายเนื้อเบื้องล่างเท่านั้น
สัตว์อสูรระดับ 5 และ 6 ถูกตัดหัวแยกชิ้นส่วนไปตาม ๆ กัน ซึ่งพวกมันไม่อาจต่อต้านอะไรได้เลย
อึดใจหนึ่ง เสียงของคมกระบี่ที่เชือดเฉือนกับกายเนื้อก็เงียบลงไป
และที่ปลายทางของห้องมิติแห่งนี้ คลื่นน้ำวนปรากฏขึ้นมากลางอากาศพร้อมกับคลายเอาขวดแก้วที่บรรจุของเหลวปฐมกาลเอาไว้ออกมา ซึ่งของเหลวภายในนี้กำลังปลดปล่อยพลังงานบริสุทธิ์ที่รุนแรงออกมาตลอดเวลา
“นี่เป็นรางวัลจากบททดสอบนี้สินะ? ของเหลวปฐมกาลนี่”
ฉู่โม่วคว้ามันมา
จากนั้นเริ่มกระบวนท่าฝึกฝนโดยการกลืนกินของเหลวปฐมกาลขวดนี้ลงไปทันที
ครืน!
พลังที่ยิ่งใหญ่แผ่กระจายออกมาจากทั่วร่าง ก่อนจะซึมกลับไปตามแขน ขา และกระดูกเพื่อช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกออกให้
สิ่งนี้มีค่าเกินจะพรรณนา
เพราะภายในของเหลวปฐมกาลขวดนี้ไม่เพียงแต่มีอณูแห่งชีวิตอัดแน่นอยู่อย่างมหาศาลเท่านั้น แต่ยังมีส่วนประกอบลับที่ไม่รู้อีกด้วย ซึ่งเป็นต้นตอของพลังงานบริสุทธิ์ปริศนาที่ช่วยเพิ่มพลังให้ได้เป็นอย่างมาก
0.1 พลังมังกร!
0.1 พลังมังกร!
0.1 พลังมังกร!
ชายหนุ่มสามารถรับรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งกำลังเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ เกือบจะทุกนาที
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง
พลังของของเหลวปฐมกาลขวดนี้ก็ถูกฉู่โม่วกลืนกินไปจนหมด
และผลลัพธ์ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาเพิ่มขึ้นสูงถึง 3 พลังมังกร รวมทั้งหมดเป็น 31 พลังมังกร!
ด้วยความเร็วในการเพิ่มขึ้นของพลังเช่นนี้ ทำให้ฉู่โม่วตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
‘เป็นไปไม่ได้แน่ ๆ หากนี่จะมาจากการใช้ของเหลวปฐมกาลที่อัดแน่นด้วยอณูแห่งชีวิตเพียงอย่างเดียว ดูเหมือนว่าในตัวของเหลวนั่นจะมีสสารอย่างอื่นผสมอยู่ด้วยจนสามารถดึงพลังออกมาได้ขนาดนี้สินะ’
‘น่าเสียดาย…’
‘ที่สสารเหล่านั้นไม่ได้บรรจุเข้ามาเยอะนัก ไม่งั้นละก็ ฉันคงจะได้ขยับเป็นจ้าวยุทธ์ระดับสูงไปแล้ว!’
ชายหนุ่มครุ่นคิดกับตนเองด้วยความรู้สึกเสียดาย
แต่ไม่นานนัก ความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป
การได้พลังมาเพิ่มมากถึง 3 พลังมังกร ต่อให้ใช้การเร่งความเร็วของจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าก็ยังต้องใช้เวลากว่าสิบวันในการพยายามอย่างหนัก ทว่าตอนนี้กลับได้ 3 พลังมังกรมาในเวลาครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
จะมองว่าเป็นผลพลอยได้ครั้งใหญ่ไปก็แล้วกัน!
หลังจากทำใจให้สงบได้แล้ว ฉู่โม่วก็เก็บผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราดวงที่สองไปและเดินทางต่อไปยังสะพานสายรุ้งเส้นที่สาม
…
ซู่!
ด้วยคลื่นการเปลี่ยนแปลงของมิติเพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มได้ปรากฏตัวในสถานที่แห่งใหม่อีกครั้ง
ห้องมิติแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนห้องก่อน ๆ มันเต็มไปด้วยทรายสีเหลืองที่กระจายไปทั่วทุกมุมห้อง
ที่บริเวณกลางห้องมิติมีผู้ปลุกพลังคนหนึ่งสวมชุดสีดำยืนอยู่
“นั่น… มนุษย์เหรอ?”
ฉู่โม่วเดินไปจับไหล่อีกฝ่ายให้หันกลับมา
พบว่าดวงตาของผู้ปลุกพลังคนนี้ดูมืดมนไร้ซึ่งชีวิตชีวา ทันทีทันใดก็รับรู้ได้เลยว่าคนคนนี้ที่แม้ภายนอกจะเป็นมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
“ฆ่า!”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังสังเกตร่างอีกฝ่ายอยู่นั้น หุ่นเชิดผู้ปลุกพลังเบื้องหน้าที่ได้กลิ่นอายพลังจากร่างกายของฉู่โม่วก็เติมเต็มดวงตาอันว่างเปล่าด้วยจิตสังหารทันที มันเข้าโจมตีอย่างไม่รีรอ
พื้นฐานพลังของหุ่นเชิดตนนี้นับว่าดีมากเลยทีเดียว เทียบเท่าได้กับราชันย์ยุทธ์ระดับกลางได้เลย รวมถึงความเร็วก็ค่อนข้างสูงมากด้วย อย่างกับว่าได้รับพลังของธาตุลมมา
ในตอนนั้น มันเข้าโจมตีพร้อมกระบี่ในมือ ความเร็วสูงจนแทบจะกลายเป็นสายฟ้าไปแล้ว!
อย่างไรก็ตาม…
“ยังอ่อนหัดน่า”
ฉู่โม่วส่ายหน้า จากนั้นร่างกายของเขาก็หายไปจากจุดเดิมในทันที
ชั่วพริบตา
ชายหนุ่มได้มาปรากฏขึ้นเบื้องหลังหุ่นเชิดผู้ปลุกพลัง และเพียงคมกระบี่เปล่งแสงขึ้นมา ร่างของหุ่นเชิดก็ถูกตัดขาดเป็นสองส่วนไปเรียบร้อยแล้ว
…
ภายหลังจากที่ทำลายหุ่นเชิดได้แล้ว ของรางวัลประจำมิตินี้ก็ปรากฏขึ้นมา
เป็นกล่องหยก
เมื่อเปิดกล่องหยกออกก็พบขวดหยกอยู่ภายใน ซึ่งภายในขวดหยกประกอบไว้ด้วยหยดเลือดสีทองอร่ามตา
“นี่คือ…”
“อัตลักษณ์สัตว์อสูรของพญาหงส์ปีกทองคำงั้นเหรอ?”