ตอนที่ 225
บทที่ 225 ฟองสบู่ความฝัน และสะพานสายรุ้งแห่งการทดสอบ!
October 22, 2026
บทที่ 225 ฟองสบู่ความฝัน และสะพานสายรุ้งแห่งการทดสอบ!
ภายในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยให้ความรู้สึกเหมือนจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว สิ่งแวดล้อมภายในนี้นอกจากดวงดาวระยิบระยับแล้ว มันก็ไม่มีอะไรอยู่อีกเลย
ฉู่โม่วยังคงบินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าผ่านมานานขนาดไหน ในที่สุดจิตสัมผัสก็ตรวจพบบางสิ่งบางอย่าง
คลื่นแปรผันที่ตรวจเจอแสดงให้เห็นว่าที่แห่งนั้นไม่ใช่สถานที่ทั่วไป ดังนั้นจึงไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้าไปยังทิศทางดังกล่าวให้เร็วที่สุด
พักหนึ่งก็เดินทางมาพบโถงขนาดใหญ่
เขาผลักประตูและเดินเข้าไปภายใน ที่นั่นมีบันไดที่เสมือนว่าถูกสร้างขึ้นจากดวงดาวมากมายปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
มันเป็นบันไดที่ไม่รู้ว่าปลายทางไปสุดที่ไหน แต่มองเห็นได้ว่าเชื่อมต่ออยู่ด้านบนราวกับว่าเป็นบันไดสวรรค์ที่ทอดยาวมาจากท้องฟ้าก็มิปาน!
‘นี่…’
‘ฉันควรจะตามขึ้นไปดูดีไหมนะ?’
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็คิดกับตนเอง
เมื่อหันมองรอบ ๆ ก็ไม่พบสิ่งอื่นที่น่าล่อตาล่อใจไปมากกว่าบันไดดวงดาวตรงหน้านี้แล้ว
เขาครุ่นคิดอยู่ครูหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวลงไปบนบันไดดวงดาวนั้นอย่างเลือกไม่ได้
ซู่!
พลันเมื่อปลายเท้าของฉู่โม่วเหยียบลงไปบนขั้นบันได
ตัวบันไดนี้ก็เปล่งแสงสว่างจ้าของดวงดาวออกมาพร้อมกับสร้างคลื่นเหมือนผิวน้ำกระจายเป็นวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็กระจายไปทั่วทั้งโถง
ซู่!
ยามที่คลื่นสั่นสะเทือนนี้กระทบเข้ากับผนังห้อง ภาพของห้องโถงค่อย ๆ กระเพื่อมเหมือนผิวน้ำเช่นกัน
อย่างกับว่าตัวโถงนี้ถูกสร้างขึ้นจากน้ำ และตัวคลื่นนี้มีสภาพเหมือนก้อนหินที่กระทบเข้ากับผิวน้ำจนมันสั่นสะเทือนไม่สงบนิ่งเหมือนแต่ก่อน
และตอนนั้นเอง
ทั่วทั้งโถงก็เกิดการสั่นไหวและแตกออกอย่างรวดเร็ว เสมือนว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นจากกระจกมาตั้งแต่แรก
โลกใบนี้กำลังหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็วคล้ายกับจักรวาลกำลังแปรผัน
เมื่อฉู่โม่วได้สติกลับคืนมาจากความสับสน เขารีบหันมองรอบตัวก่อนจะพบว่า จากแต่เดิมที่สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโถงกว้าง บัดนี้มลายหายไปโดยไร้ซึ่งร่องรอยใด ๆ เสียแล้ว มันเหลือเพียงบันไดดวงดาวที่ยังทอดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางเท่านั้น!
“วิเศษชะมัด!”
“ช่างเป็นเขตแดนลับที่เกินกว่าจะคาดเดาอะไรได้เลยจริง ๆ !”
แววตาของฉู่โม่วเผยความตกใจออกมา ปากก็พึมพำเบา ๆ
ด้วยความที่เขามีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติอยู่ ดังนั้นภายใต้จิตสัมผัสที่เป็นทักษะของพรสวรรค์แห่งห้วงมิตินี้สามารถสัมผัสคลื่นสั่นสะเทือนเล็กน้อยของมิติรอบตัวได้อยู่แล้ว และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่ได้ขยับไปไหนเลยก็จริง แต่จากการเกิดคลื่นสั่นสะเทือน มันก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโลกนี้เปลี่ยนไปจริง ๆ
ราวกับเป็นอีกด้านหนึ่งของกระจก แต่ถึงอย่างนั้นยังคงเดินหน้าต่อไป
ดังคำกล่าวขาน ‘ผู้ใฝ่รู้ย่อมใฝ่หาความจริง’
บางทีผู้ปลุกพลังคนอื่นอาจจะหลงอยู่ในความประหลาดใจต่อไป
แต่สำหรับฉู่โม่วที่มีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติทำให้สามารถมองออกถึงความจริงที่เกิดขึ้นได้อย่างถี่ถ้วน ดังนั้นเขาย่อมไม่หยุดอยู่แค่นี้อย่างแน่นอน!
ข่มความกดดันเอาไว้ภายในใจ
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเลือกเดินต่อโดยไม่ลังเลด้วยย่างก้าวที่มั่นคง!
เขาค่อย ๆ ไต่ระดับความสูงของบันไดขึ้นไปเรื่อย ๆ เสมือนมุ่งหน้าขึ้นสู่ฟากฟ้ากว้างนั้น!
ยิ่งเดินไปข้างหน้ามากเท่าไรจะยิ่งพบว่าบันไดดวงดาวที่ก้าวผ่านมาแล้วด้านหลังค่อย ๆ หายไปทีละขั้น
ภายหลังจากที่เดินมากว่าชั่วโมง เขายังคงไม่เห็นปลายทางของบันไดเช่นเดิม รวมถึงฉากรอบตัวยังคงเป็นแบบเดิมด้วย ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
หากไม่ใช่ผู้ครอบครองพรสวรรค์แห่งห้วงมิติและสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของคลื่นมิติรอบตัวได้ เขาจะต้องคิดไปแล้วแน่ ๆ ว่ายังคงอยู่ที่เดิมมาตั้งแต่ต้น
อีกครึ่งวันผ่านไป
จู่ ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาว่ารอบบันไดดวงดาวที่กำลังเดินขึ้นมามีบรรยากาศที่หนาแน่นมากขึ้น ยิ่งเดินขึ้นไป คราวนี้ยิ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่หนาแน่นมากขึ้นอย่างรู้สึกได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเห็นอีกว่าเบื้องหน้ามีสะเก็ดดาวเล็ก ๆ ขนาดพอ ๆ กับกำปั้นกำลังเข้ามาก่อตัวกันเป็นขั้นบันไดลอยตัวอยู่กลางอากาศ
เห็นเช่นนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกร่าเริงขึ้น
เขาเข้าใจได้ทันที…
ว่าปลายทางอยู่ไม่ไกลแล้ว!
และอย่างที่คิด
พักหนึ่ง เมื่อก้าวเท้าลงไปบนขั้นบันไดดวงดาว
แกรก!
ด้วยเสียงคล้ายแก้วร้าวที่ดังขึ้นมา จู่ ๆ สายตาของฉู่โม่วก็โดนแสงสว่างจ้าสาดส่องใส่
เบื้องหน้าไม่มีขั้นบันไดปรากฏขึ้นมาอีกต่อไปแล้ว
ยามที่ก้าวขาพ้น…
บันไดที่อยู่ด้านหลังทยอยหายไปจนหมดในเวลาไม่นานเช่นกัน แสงสว่างนี้ปกปิดทุกอย่างเอาไว้ จนกระทั่งบันไดทุกขั้นสลายหายไป มันจึงค่อย ๆ เปิดเผยสิ่งที่อยู่เบื้องหลังออกมา
เมื่อมองตรงไป
ภาพที่อยู่เบื้องหน้ากลายเป็นภาพของอวกาศอันกว้างใหญ่เหมือนกับอวกาศที่อยู่นอกโลก ดวงดารามากมายหลายรูปแบบลอยเคว้งคว้าง บางดวงร้อนระอุ บางดวงเปล่งแสงและคลายรังสีออกมาราวกับว่าดวงดาวเหล่านี้เพิ่งเกิดใหม่ และอยากจะอวดตนเองให้โลกได้เห็นว่าตนได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว
ดวงดาวบางดวงหมุนรอบตนเองและเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ พวกมันดูคล้ายดวงดาวที่เติบโตเต็มที่
ในขณะที่บางส่วนดูจะจืดจางและอ่อนล้าเสมือนว่าอยู่มานานแสนนานแล้ว
มีดวงดาวอีกหลายดวงที่แตกสลายและกลายเป็นเพียงฝุ่นอวกาศ
นอกจากนี้
ยังเห็นได้อีกว่ามีอุกกาบาตมากมายพุ่งผ่านไปมาอยู่บนฟากฟ้า ด้วยเสียงหวิวเบา ๆ อุกกาบาตเหล่านั้นก็ลอยผ่านหน้าไปยังที่ไกลแสนไกล
บ้างกระแทกชนเข้ากับดวงดาวในเส้นทางและแตกกระจายเป็นประกายไฟ
ในห้วงจักรวาลแห่งนี้
ทุกวินาทีล้วนมีดวงดาวเกิดขึ้นและดับไปอยู่ตลอด เฉกเช่นมนุษย์ที่เมื่อแก่ตัวลงจะป่วยแล้วล้มตาย
“นี่มัน…”
เมื่อมองไปยังภาพที่ปรากฏต่อสายตา ชายหนุ่มก็อดตกตะลึงไม่ได้
เขาเหมือนเด็กที่ได้ยืนดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเช่นนี้ครั้งแรก ถูกความงดงามของห้วงจักรวาลล่อลวงไปจนเผลอหยุดชะงักนิ่ง และไม่สามารถดึงสติกลับมาได้เนิ่นนาน
“หรือว่านี่จะเป็น… เป็นท้องฟ้าจริง ๆ งั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มคิดกับตนเอง
แต่ในตอนนั้นก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
ต้องยอมรับว่าทุกสิ่งที่อยู่ภายในนี้สมจริงมาก
แต่ไม่น่าเชื่อเพราะมันสมจริงนั่นแหละ ความสมจริงทำให้ทุกอย่างดูไม่จริง ถ้าหากที่นี่เป็นฟากฟ้าจริง ๆ คงไม่มีโอกาสได้มายืนดื่มด่ำกับความงดงามอยู่เช่นนี้หรอก บางทีเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้
ฟากฟ้าที่อยู่นอกเหนือชั้นบรรยากาศเชียวนะ… มันคือภัยร้ายที่น่ากลัว!
ต่อให้เป็นราชันย์เทพยุทธ์ก็ไม่ได้ทำให้เขารอดตายในสภาวะนอกโลกได้เลย
แล้วยิ่งฉู่โม่วที่ยังเป็นจ้าวยุทธ์เท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีพลังและความแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับราชันย์เทพยุทธ์ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถอยู่ในห้วงอวกาศเช่นนี้ได้เช่นกัน