ตอนที่ 235
บทที่ 235 เจตจำนงแห่งห้วงมิติ 30% และข่าวคราวของเขตแดนศักดิ์สิทธิ์
October 22, 2026
บทที่ 235 เจตจำนงแห่งห้วงมิติ 30% และข่าวคราวของเขตแดนศักดิ์สิทธิ์
ในตอนนั้น กระบวนการพัฒนาตนเองก็ได้หยุดตัวลง
พร้อม ๆ กับการที่ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปกคลุมไปด้วยเมฆหนามากมาย บัดนี้กลายเป็นท้องฟ้าครามสว่างสดใสไปเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกัน
เส้นแสงสีทองมากมายสาดส่องลงมาจากเบื้องบน ราวกับเป็นฤกษ์งามยามดีควบคู่ไปกับเสียงของเหล่าทูตสวรรค์ที่พากันอวยพร พลังอันมหาศาลแห่งโลกและสวรรค์กระจายไปทั่วพื้นที่ เกิดเป็นภาพน่าทึ่งมากมายเต็มไปหมด
ระฆังและเสียงกลองดังกังวานไปทั่ว สอดผสานเป็นทำนองประดุจดั่งคำอวยพรจากทวยเทพ
แสงสวรรค์เหล่านี้พุ่งฝ่าลงมาจากชั้นฟ้าทั้งเก้า ส่องกระทบสรรพสิ่งเบื้องล่างและมอบพลังกับความจริงแท้ให้ แสงนั้นหลั่งไหลเข้าไปในกายของฉู่โม่ว ทำให้ทั่วทั้งร่างเปล่งแสงสีทองเรืองเรื่อออกมา
เมื่อมองจากระยะไกล ชายหนุ่มไม่ต่างอะไรกับเทพเลย!
บรรยากาศที่น่ายินดีนี้แผ่วงกว้างไปกว่าสามหมื่นกิโลเมตรไม่ว่าจะเป็นบนดินหรือฟ้า
ให้ความรู้สึกราวกับว่าทั้งโลกและสวรรค์กำลังอวยพรซ้องชัยให้กับการที่ได้ขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์ในครั้งนี้!
“นี่มัน… ราชันย์แห่งโลกและสวรรค์!”
“ระหว่างการทลายขีดจำกัดขั้น ถ้าหากโลกและสวรรค์แสดงปฏิหาริย์ออกมาแบบนี้… แสดงว่าผู้ที่กำลังจะขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์มีความเข้าใจในพรสวรรค์มากพอ พวกเขาจะสามารถบรรลุเจตจำนงแห่งพรสวรรค์ได้มากยิ่งขึ้น!”
เกิดเสียงกระซิบกระซาบต่าง ๆ นานา
ฉู่โม่วรู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณและห้วงจิตปลอดโปร่งยิ่งขึ้น ในตอนนี้เบื้องหน้ามีกฎกับสิ่งที่เปรียบเสมือนความรู้มากมายปรากฏขึ้นมาและขวางทางเขาไว้
“เรียนรู้!”
ไม่ต้องคิดมาก ชายหนุ่มเริ่มที่จะเรียนรู้เจตจำนงเบื้องหน้านี้ในทันที
สิ่งที่กำลังเรียนรู้อยู่นั้นเป็นเจตจำนงแห่งห้วงมิติอย่างแน่นอน และด้วยเวลาผ่านพ้นไป เกือบจะทุกวินาทีสามารถรับรู้ได้ว่ากำลังเข้าใจเรื่องราวของห้วงมิติได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เสียงสรรเสริญราชันย์ยุทธ์คนใหม่ค่อย ๆ เจือจางลง พร้อมกับการที่เหล่าเหตุการณ์ประหลาดพลอยหายไปด้วย
ในตอนนั้น ทางฉู่โม่วเรียนรู้เจตจำนงแห่งห้วงมิติเป็นที่เรียบร้อยด้วยเช่นกัน
“เจตจำนงแห่งห้วงมิติ 30%!”
ตระหนักได้ถึงเจตจำนงแห่งห้วงมิติที่หลั่งไหลเพิ่มขึ้นในร่างกาย เขาก็พูดเบา ๆ กับตนเองและอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้ามีความสุขออกมา
มันเพิ่มมากถึง 20% เลยทีเดียว!
หากไม่ใช่ว่าการจะขึ้นเป็นราชันย์ยุทธ์จะสามารถนำพรสวรรค์ระดับที่เข้าถึงเจตจำนงมาผนวกรวมได้แค่อย่างเดียวเพื่อให้โลกและสวรรค์อวยพร ตัวเขาอยากจะเรียนรู้เจตจำนงเพิ่มทั้งสองพรสวรรค์ระดับสูงเลยด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้น การที่ได้เจตจำนงแห่งห้วงมิติมาเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี
ยังไงก็ยังคุ้มค่า!
เขาคิดด้วยสีหน้าชื่นบาน
ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วค่อย ๆ ยืดแข้งยืดขา ซึ่งการขยับแต่ละครั้งพลอยทำให้ห้วงอากาศรอบ ๆ เกิดการสั่นไหวไปด้วย
เพราะการเพิ่มของเจตจำนงแห่งห้วงมิติในครั้งนี้มีปริมาณมหาศาลพอสมควร ดังนั้นพลังบางส่วนจึงยังไม่เข้าที่เข้าทางและไม่สามารถควบคุมได้
ภายหลังจากใช้เวลาในการควบคุมมันเสียหน่อย ในที่สุดก็สามารถกักเก็บพลังทั้งหมดของเจตจำนงแห่งห้วงมิติไว้ในร่างกายสำเร็จ
“เฮ้อ…”
เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ฉู่โม่วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในตอนนั้น ลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาจากปากเต็มไปด้วยหมอกสีเทาดำราวกับควันไฟ มันคละคลุ้งอยู่ในอากาศคล้ายกับมลพิษที่กำลังลอยสู่ฟากฟ้า
สิ่งนี้คือไอพิษที่เกิดจากการเผาผลาญด้วยเซลล์ขณะที่กำลังทลายขีดจำกัด!
หลังจากได้รับการอวยพรจากโลกและสวรรค์แล้วจึงสามารถระบายควันดำเหล่านี้ออกมาได้
ในวันนี้…
ด้วยร่างกายที่ได้รับการชำระล้างมาหลายครั้งจากตำราและเหล่าสมบัติแห่งโลกและสวรรค์หลาย ๆ ชิ้น ทำให้บอกได้ว่าร่างกายของเขานั้น…
ไม่มีสิ่งมลทินอีกต่อไปแล้ว!
และในตอนนี้
กลิ่นอายพลังของชายหนุ่มที่เคยคละคลุ้งกำลังค่อย ๆ จางลงไป เขาลองกำหมัดแน่น และรู้สึกว่าเลือดลมที่ไหลอยู่ภายใต้ผิวหนังในครั้งนี้หนาแน่นยิ่งว่าเดิม ให้ความรู้สึกเหมือนจะทลายแผ่นฟ้าได้อย่างไรอย่างนั้น!
แน่นอนว่ามันเป็นแค่ความรู้สึก
ถึงอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าความแข็งแกร่งทะยานสูงขึ้นมากแล้ว
“หลังจากที่เลื่อนขั้นได้ ความแข็งแกร่งก็สูงถึง 200 พลังมังกร ซึ่งสูงกว่าเดิมอย่างน้อย ๆ ก็สี่เท่าเลย!”
“ถ้าใช้อณูแห่งชีวิตสองเท่าควบคู่ไปกับการเพิ่มพลังสี่ร้อยเท่า พลังกายก็จะสูงเกือบ 160,000 พลังมังกรตอนระเบิดพลัง!”
พลัง 160,000 พลังมังกร!
ไม่ต้องคิดเลยว่ามันจะน่ากลัวขนาดไหน
ต่อให้เป็นราชันย์เทพยุทธ์เองก็เถอะ ถ้าไม่ได้มีพรสวรรค์ในการป้องการหรือหลบหนีใด ๆ ที่สามารถต้านทานพลังนี้ได้ มันจะกลายเป็นเรื่องยากที่จะเอาตัวรอดจากการโจมตี
ยิ่งไปกว่านั้น…
เขาเพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเท่านั้น
ยังเหลือช่วงเวลาหนึ่งที่สามารถเพิ่มพลังกายได้อย่างรวดเร็วอยู่
ระหว่างนั้น หากฝึกอย่างต่อเนื่อง พลังกายคงจะน่ากลัวมากขึ้นไปอีกแน่ ๆ !
“พลังกายของราชันย์ยุทธ์ทั่วไปจะอยู่ที่ไม่เกิน 500 พลังมังกรเป็นอย่างมาก หากทลายขีดจำกัดและขึ้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้ ระดับต่ำสุดของราชันย์เทพยุทธ์ก็ไม่น่าเกิน 5,000 พลังมังกรอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้ว… ถ้าอ้างอิงจากพลังกายอย่างเดียว ฉันน่าพอสู้กับผู้ปลุกพลังที่เพิ่งจะขึ้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้อยู่!”
ใช่แล้ว…
เพราะนั่นถือเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดของเหล่าราชันย์เทพยุทธ์
แต่จะมีจริง ๆ เหรอ?
ยังไงเสีย…
เหล่าผู้ปลุกพลังที่สามารถเติบใหญ่เป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้ ต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณ ความคิดอ่านหรือแม้แต่พลังกาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีพรสวรรค์ใด ๆ
หรือถ้าพรสวรรค์ที่มีเล็กน้อยจริง ๆ เขาก็สามารถไปเน้นเรื่องการฝึกฝนพลังกายอย่างหนักแทนได้